ก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
และไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะ
ปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้า
จตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
[๑๒๑๖] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น
จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๒๑๗] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป
ก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็น
อสัญญสัตว์ และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๒๑๘] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป
หรือ?