พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 410 (เล่ม 38)

ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลม
อัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.
[๑๑๕๗] วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับ
ไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ย่อมดับไป
แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ ใน
ภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร ย่อมดับไป และจิตตสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต
เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จักดับไป และ
วจีสังขารก็ย่อมดับไป.
[๑๑๕๘] กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ.
[๑๑๕๙] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่ง
ลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ใน
ภูมินั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้น
นั่นแหละ ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดใน
กามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขาร ก็ย่อมดับไป.

410
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 411 (เล่ม 38)

[๑๑๖๐] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ใน
ภูมินั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น
ย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ
จักดับไป กายสังขารก็ย่อมดับไป.
[๑๑๖๑] วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร
ย่อมดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์
เหล่านั้น ในภูมินั้น นอกนี้ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร ย่อมดับไป และจิตตสังขาร
ก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ใน
ภูมินั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะ
แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป
ก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร จักดับไป และ
วจีสังขารก็ย่อมดับไป.
[๑๑๖๒] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้น
ลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น
จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร

411
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 412 (เล่ม 38)

ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
ไม่มีวิจารเกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ย่อมไม่ดับไปและวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไป?
ถูกแล้ว.
[๑๑๖๓] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้น
ลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์
เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ย่อมไม่
ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.
[๑๑๖๔] วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับ
ไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้น
วิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น
จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและ
ไม่มีวิจารย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร จักไม่
ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
[๑๑๖๕] กายสังขารในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.
[๑๑๖๖] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?

412
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 413 (เล่ม 38)

กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ใน
อุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของ
สัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร
ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน
ในอุปปาทขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของ
สัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็จัก
ไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่ง
ลมอัสสาสะปัสสาสะ จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป
ก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
และไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่ง
ลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ
ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
[๑๑๖๗] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์
นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต เว้น
ลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป
ก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์
ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?

413
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 414 (เล่ม 38)

ถูกแล้ว.
[๑๑๖๘] วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่ง
จิต เว้นวิตกและวิจาร ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป
ก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มี
วิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต อันมีวิตกและมีวิจาร
จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของ
สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์
จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
[๑๑๖๙] กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป
หรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มี
ความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและ
ไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไป
ก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว
[๑๑๗๐] กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น จัก
ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และ
จิตตสังขารก็จักดับไป.

414
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 415 (เล่ม 38)

หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว.
[๑๑๗๑] กายสังขารในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ฯลฯ.
[๑๑๗๒] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ในกามาวจรภูมิ
ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไป
ก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้
เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น เคยดับไปแล้ว?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ
จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของ
สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ จักดับไป และกายสังขารก็เคย
ดับไปแล้ว.
[๑๑๗๓] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ในกามาวจรภูมิ
เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของ
สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้
เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ใน
ภูมินั้น เคยดับไปแล้ว?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน
อรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่

415
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 416 (เล่ม 38)

จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ
จักดับไป และกายสังขารก็เคยดับไปแล้ว.
[๑๑๗๔] วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ในภูมิอันมีวิตกและ
มีวิจาร เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ วจีสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขาร
ก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ใน
ภูมินั้น เคยดับไปแล้ว?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันไม่วิตกและไม่มีวิจาร จักดับไป แต่
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร จักดับไป และวจีสังขารก็เคยดับไปแล้ว.
[๑๑๗๕] กายสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไป
แล้ว?
เคยดับไปแล้ว.
[๑๑๗๖] กายสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น จัก
ไม่ดับไปหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคย
ดับไปแล้ว?
เคยดับไปแล้ว.

416
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 417 (เล่ม 38)

[๑๑๗๗] วจีสังขารของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น จัก
ไม่ดับไปหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ไม่เคยดับ
ไปแล้ว?
เคยดับไปแล้ว.
[๑๑๗๘] กายสังขารในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฯลฯ.
[๑๑๗๙] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของ
สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ
ไม่เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต อัน
มีวิตกและมีวิจาร สัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมี
ปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็น
อสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับ
ไปแล้วก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มี
วิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้า
จตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ไม่เคยดับไป.
[๑๑๘๐] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของ
สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?

417
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 418 (เล่ม 38)

กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิด
ในอรูปาวจรภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป
ก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกายสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๑๑๘๑] วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของ
สัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ไม่เคย
ดับไปแล้ว แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์
เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เป็น
อสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันมีวิตกและมีวิจาร ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภูมิอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
นิโรธวาร จบ.

418
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 419 (เล่ม 38)

อุปปาทนิโรธวาร
[๑๑๘๒] กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
หามิได้.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
หามิได้.
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
หามิได้.
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
หามิได้.
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด วจีสังขารในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ ในทุติยฌาน ในตติยฌาน แต่วจีสังขารในภูมินั้น
ย่อมดับไป ก็หาไม่ ฯลฯ คำว่า ยตฺถ นอกจากนี้ เป็นเช่นเดียวกัน.
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส
ยตฺถ ก็ดี เป็นเช่นเดียวกัน.
[๑๑๘๓] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?
กายสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขาร
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาท
ขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ
ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?

419