ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลม
อัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.
[๑๑๕๗] วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักดับ
ไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ย่อมดับไป
แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ ใน
ภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร ย่อมดับไป และจิตตสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต
เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จักดับไป และ
วจีสังขารก็ย่อมดับไป.
[๑๑๕๘] กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ.
[๑๑๕๙] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่ง
ลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ใน
ภูมินั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้น
นั่นแหละ ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดใน
กามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ จักดับไป และกายสังขาร ก็ย่อมดับไป.