พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 180 (เล่ม 38)

[๕๑๓] จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่
มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และ
มนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์
ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโว
การภูมิ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่
เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส
ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
[๕๑๔] จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็น
อรูปสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคย
เกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส
ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.
หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโว
การภูมิ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่
เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส
ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.
[๕๑๕] ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?

180
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 181 (เล่ม 38)

ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่
รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และ
รูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ
ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.
หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิ
แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นและ
ฆานายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ
ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.
[๕๑๖] ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่เหล่าสัตว์นั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจร
สัตว์แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้น
แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจร
ภูมิ แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น
และฆานายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ใน
รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
[๕๑๗] ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจร
สัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว

181
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 182 (เล่ม 38)

และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ.
หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เคย
เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิ
แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นและ
ฆานายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ.
[๕๑๘] รูปายตนะไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะ
จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะ
ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ใน
อรูปภูมิ.
หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจ
โวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ใน
ชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.
[๕๑๙] รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิด
ขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
รูปายตนะไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่ธัมมายตนะ
จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็
จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ใน
อรูปภูมิ.

182
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 183 (เล่ม 38)

หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจ
โวการภูมิ แต่รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่
เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส
ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.
[๕๒๐] มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่
ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และ
ธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส.
หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่มนายตนะ
ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็
ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส.
อุปาทวาร จบ.
นิโรธวาร
[๕๒๑] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป และ
โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจักขุ มีโสตะ
ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป และโสตายตนะก็ย่อมดับไป.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.

183
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 184 (เล่ม 38)

โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสตะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป แต่จักขายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสตะ มีจักขุ ที่กำลัง
จุติอยู่ย่อมดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.
[๕๒๒] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป
หรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป แต่
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีฆานะ
ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.
หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป แต่
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ มีจักขุ
ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป.
[๕๒๓] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่จักขายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อม
ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.
[๕๒๔] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป แต่จักขายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ย่อม
ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.
[๕๒๕] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.

184
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 185 (เล่ม 38)

หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่จักขายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อม
ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.
[๕๒๖] ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีรูป ไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่ฆานายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่
ย่อมดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.
[๕๒๗] ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจิต ไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่ฆานายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่
ย่อมดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.
[๕๒๘] ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่ฆานายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อม
ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมดับไป.

185
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 186 (เล่ม 38)

[๕๒๙] รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีรูป ไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่มนายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป มีจิต ที่กำลังจุติอยู่
ย่อมดับไป และมานายตนะก็ย่อมดับไป.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่รูปายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อม
ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.
[๕๓๐] รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่รูปายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับ
ไป และรูปายตนะก็ย่อมดับไป.
[๕๓๑] มนายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป แต่มนายตนะของสัตว์
เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป และ
มนายตนะก็ย่อมดับไป.
[๕๓๒] จักขายตนะในภูมิใดย่อมดับไป.
(ในอุปาทวาร ก็ดี นิโรธวาร ก็ดี อุปาทนิโรธวาร ก็ดี คำว่า ในภูมิใด เป็นเช่นเดียว
กันในบททั้งปวง)

186
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 187 (เล่ม 38)

[๕๓๓] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้นย่อมดับไปหรือ?
ฯลฯ ฆานายตนะ รูปายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมดับไปหรือ?
(พึงขยายคำว่า ของสัตว์ใดในภูมิใด ให้พิสดารเช่นเดียวกัน)
[๕๓๔] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ มีโสตะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมไม่ดับไป แต่
โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิด
ขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และโสตายตนะก็ย่อมไม่
ดับไป.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไป.
โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีโสตะ มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้น
อยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีโสตะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
[๕๓๕] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังเกิดขึ้น
อยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่
ดับไป.
หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไป.
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังเกิดขึ้น
อยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

187
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 188 (เล่ม 38)

[๕๓๖] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ซึ่งกำลัง
เกิดขึ้นอยู่ ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป.
ถูกแล้ว
[๕๓๗] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้น
อยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็ย่อมไม่ดับไป
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไป.
ถูกแล้ว
[๕๓๘] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่
ทั้งหมด ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไป.
ถูกแล้ว.
[๕๓๙] ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?

188
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 189 (เล่ม 38)

ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้น
อยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่
ดับไป.
ถูกแล้ว.
[๕๔๐] ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป.
ถูกแล้ว.
[๕๔๑] ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
ไปหรือ?
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด
ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่
ดับไป.
ถูกแล้ว.
[๕๔๒] รูปายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป
หรือ?
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด
ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

189