พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 72 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. สุขและทุกข์ตัวทำเอง สุขและทุกข์คนอื่นทำให้ สุขและทุกข์ตัวทำเอง
ด้วย คนอื่นทำให้ด้วย สุขและทุกข์อาศัยสภาพที่มิใช่การทำของตนเอง มิใช่การทำของบุคคล
อื่นเกิดขึ้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๔] ป. กรรมมีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลผู้ทำกรรมก็มีอยู่ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้สร้างบุคคลผู้ทำกรรมนั้นก็มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้สร้างบุคคลผู้ทำกรรมนั้นก็มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง
หาเชื้อมิได้ก็ไม่มีแก่บุคคลนั้นๆ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะบุคคลมีอยู่ ฉะนั้นผู้สร้างบุคคลจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

72
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 73 (เล่ม 37)

ส. เพราะนิพพานมีอยู่ ฉะนั้นผู้สร้างนิพพานจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะมหาปถพีมีอยู่ ฯลฯ เพราะมหาสมุทรมีอยู่ ฯลฯ เพราะขุนเขาสิเนรุ
มีอยู่ ฯลฯ เพราะน้ำมีอยู่ ฯลฯ เพราะไฟมีอยู่ เพราะลมมีอยู่ ฯลฯ
เพราะหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่ามีอยู่ ฉะนั้น ผู้สร้างหญ้า ไม้ และ
ต้นไม้เจ้าป่า จึงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะกรรมมีอยู่ บุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมเป็นอื่น บุคคลผู้ทำกรรมก็เป็นอื่น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. วิบากมีอยู่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลผู้เสวยวิบากมีอยู่ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้เสวยบุคคลผู้เสวยวิบากนั้นมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้เสวยบุคคลผู้เสวยวิบากนั้นมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

73
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 74 (เล่ม 37)

ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง
หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะบุคคลมีอยู่ ฉะนั้นผู้เสวยบุคคลจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะนิพพานมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยนิพพานจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะมหาปถพีมีอยู่ ฯลฯ เพราะมหาสมุทรมีอยู่ ฯลฯ เพราะขุนเขาสิเนรุ
มีอยู่ ฯลฯ เพราะน้ำมีอยู่ ฯลฯ เพราะไฟมีอยู่ ฯลฯ เพราะลมมีอยู่ ฯลฯ
เพราะหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่ามีอยู่ ฉะนั้นผู้เสวยหญ้า ไม้ และ
ต้นไม้เจ้าป่าจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิบากเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยวิบากก็เป็นอื่น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ย่อ
กัลยาณวรรค จบ

74
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 75 (เล่ม 37)

อภิญญานุโยค
[๑๖๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็น บุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลบางคนที่แสดงฤทธิ์ได้ก็มีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลบางคนที่แสดงฤทธิ์ได้มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้อง
กล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลบางคนที่ฟังเสียงด้วยโสตธาตุเพียงดังทิพย์ได้ ฯลฯ ที่รู้จิตของบุคคล
อื่นได้ ฯลฯ ที่ตามระลึกชาติหนหลังได้ ฯลฯ ที่เห็นรูปด้วยจักษุเพียง
ดังทิพย์ได้ ฯลฯ ที่ทำให้แจ้งซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะได้ มีอยู่
มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลบางคนที่ทำให้แจ้งซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะได้มีอยู่ ด้วย
เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลบางคนที่แสดงฤทธิ์ได้มีอยู่ และด้วย
เหตุนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้ใดแสดงฤทธิ์ได้ ผู้นั้นแหละเป็นบุคคล ผู้ใดแสดงฤทธิ์ไม่ได้ ผู้นั้น
ไม่ใช่บุคคล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้ใดฟังเสียงด้วยโสตธาตุเพียงดังทิพย์ได้ ฯลฯ ผู้ใดรู้จิตคนอื่นได้ ฯลฯ ผู้
ใดตามระลึกชาติหนหลังได้ ฯลฯ ผู้ใดเห็นรูปด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ได้ ฯลฯ

75
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 76 (เล่ม 37)

ผู้ใดทำให้แจ้งซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะได้ ผู้นั้นแหละเป็นบุคคล ผู้ใด
ทำให้แจ้งซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะไม่ได้ ผู้นั้นไม่ใช่บุคคล หรือ ฯลฯ
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น
อภิญญานุโยค จบ
———-
ญาตกานุโยค
[๑๖๖] ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. มารดามีอยู่มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า มารดามีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคล
ได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บิดามีอยู่ ฯลฯ พี่น้องชายมีอยู่ พี่น้องหญิงมีอยู่ กษัตริย์มีอยู่ พราหมณ์
มีอยู่ แพศย์มีอยู่ ศูทรมีอยู่ คฤหัสถ์มีอยู่ บรรพชิตมีอยู่ เทวดามีอยู่
มนุษย์มีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า มนุษย์มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคล
ได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
[๑๖๗] ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า มารดามีอยู่ และด้วยเหตุนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคล
ได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

76
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 77 (เล่ม 37)

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นมารดาแล้วเป็นมารดามีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบุคคลแล้วเป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบิดา ฯลฯ ไม่เป็นพี่น้องชายไม่เป็นพี่น้อง
หญิง ไม่เป็นกษัตริย์ ไม่เป็นพราหมณ์ ไม่เป็นแพศย์ ไม่เป็นศูทร ไม่เป็น
คฤหัสถ์ ไม่เป็นบรรพชิต ไม่เป็นเทวดา ไม่เป็นมนุษย์แล้วเป็นมนุษย์
มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบุคคลแล้วเป็นบุคคลมีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๘] ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า มารดามีอยู่ และด้วยเหตุนั้นจึงหยั่งเห็น
บุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคนซึ่งเดิมเป็นมารดาแล้วไม่เป็นมารดามีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นบุคคลแล้วไม่เป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลบางคนซึ่งเดิมเป็นบิดา เป็นพี่น้องชาย เป็นพี่น้องหญิง เป็น
กษัตริย์ เป็นพราหมณ์ เป็นแพศย์ เป็นศูทร เป็นคฤหัสถ์ เป็นบรรพชิต
เป็นเทวดา เป็นมนุษย์ แล้วไม่เป็นมนุษย์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นบุคคลแล้วไม่เป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

77
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 78 (เล่ม 37)

[๑๖๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลเป็นโสดาบันมีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลเป็นโสดาบันมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า
หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลเป็นสกทาคามีมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นอนาคามีมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็น
พระอรหัตมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นพระขีณาสพผู้อุภโตภาควิมุตมีอยู่ ฯลฯ
บุคคลเป็นพระขีณาสพผู้ปัญญาวิมุตมีอยู่ บุคคลเป็นพระอริยะผู้กายสักขี
มีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นพระอริยะผู้ทิฏฐิปัตตะมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็น
พระอริยะผู้สัทธาวิมุตมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นพระอริยะผู้ธัมมานุสารีมีอยู่
บุคคลเป็นพระอริยะผู้สัทธานุสารีมีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลเป็นพระอริยะผู้สัทธานุสารีมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่าน
จึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
[๑๗๐] ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลเป็นโสดาบันมีอยู่ และด้วยเหตุนั้น
จึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นโสดาบัน แล้วเป็นโสดาบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบุคคลแล้วเป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

78
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 79 (เล่ม 37)

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นสกทาคามี … ไม่เป็นอนาคามี … ไม่เป็นพระ
อรหันต์ … ไม่เป็นพระขีณาสพผู้อุภโตภาควิมุต … ไม่เป็นพระขีณาสพ
ผู้ปัญญาวิมุต … ไม่เป็นพระอริยะผู้กายสักขี … ไม่เป็นพระอริยะผู้
ทิฏฐิปัตตะ … ไม่เป็นพระอริยะผู้สัทธาวิมุต … ไม่เป็นพระอริยะผู้
ธัมมานุสารี … ไม่เป็นพระอริยะผู้สัทธานุสารีแล้วเป็น พระอริยผู้
สัทธานุสารีมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบุคคลแล้วเป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๑] ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลผู้โสดาบันมีอยู่ และด้วยเหตุนั้น จึง
หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นโสดาบันแล้วไม่เป็นโสดาบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นบุคคลแล้วไม่เป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นสกทาคามี … เป็นอนาคามีแล้ว ไม่เป็นอนาคามี
มีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นบุคคล แล้วไม่เป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อริยบุคคล ๔ คู่ ๘ จำพวก มีอยู่มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว

79
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 80 (เล่ม 37)

ป. หากว่า อริยบุคคล ๔ คู่ ๘ จำพวกมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าว
ว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์
[๑๗๓] ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า อริยบุคคล ๔ คู่ ๘ จำพวก มีอยู่ และด้วย
เหตุนั้น จึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อริยบุคคล ๔ คู่ ๘ จำพวก ปรากฏขึ้นได้เพราะความปรากฏขึ้นแห่งพระ
พุทธเจ้า หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลปรากฏขึ้นได้ เพราะความปรารถนาแห่งพระพุทธเจ้า หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลปรากฏขึ้นได้ เพราะความปรารถนาแห่งพระพุทธเจ้า หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ครั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว บุคคลขาดสูญไป บุคคล
ไม่มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๔] ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลเป็นสังขตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลเป็นอสังขตะ หรือ
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่หรือ?

80
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 81 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. ยังมีส่วนสุดที่ ๓ อื่นนอกเหนือสังขตะและอสังขตะอีกหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ยังมีส่วนสุดที่ ๓ อื่นนอกเหนือสังขตะและอสังขตะอีกหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธาตุนี้มี ๒ อย่าง
๒ อย่างเป็นไฉน ธาตุเป็นสังขตะ ๑ ธาตุเป็นอสังขตะ ๑ นี้แล
ธาตุ ๒ อย่าง ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ยังมีส่วนสุดที่ ๓ อื่นนอกเหนือสังขตะและ
อสังขตะอีกนะสิ
ส. บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สังขตะเป็นอื่น อสังขตะก็เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ขันธ์ทั้งหลายเป็นสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่
เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ขันธ์ทั้งหลายเป็นอื่น นิพพานก็เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่นหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปเป็นสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็น
อสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

81