ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค - หน้าที่ 131 (เล่ม 1)

พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑
ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุมีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุก็มี
เครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุก็ไม่มีเครื่องลาด ๑ ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้า
แต่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก ต้องอาบัติถุลลัจจัย
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑
ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุมีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุก็มี
เครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุก็ไม่มีเครื่องลาด ๑ ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้า
ไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว แต่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก ต้องอาบัติถุลลัจจัย
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑
ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุมีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุก็มี
เครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุก็ไม่มีเครื่องลาด ๑ ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้า
ไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ แต่ยินดีการถอนออก ต้องอาบัติถุลลัจจัย
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑
ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุมีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุก็มี
เครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุก็ไม่มีเครื่องลาด ๑ ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป
ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดีการถอนออก ไม่ต้องอาบัติ.
๑๘. มนุสสะปัณฑกะ มตะเยภุยยะขายิตะจตุกกะ [อม]
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑ ของ
บัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุมีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุก็มีเครื่อง
ลาด ๑ ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุก็ไม่มีเครื่องลาด ๑ ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ยินดี
การเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก ต้องอาบัติถุลลัจจัย

131
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค - หน้าที่ 132 (เล่ม 1)

พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑ ของ
บัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุมีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุก็มี
เครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์ ไม่มีเครื่องลาด ของพระภิกษุก็ไม่มีเครื่องลาด ๑ ถ้าเธอไม่ยินดีการ
เข้าไป แต่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก ต้องอาบัติถุลลัจจัย
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑ ของ
บัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุมีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุก็
มีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุก็ไม่มีเครื่องลาด ๑ ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป
ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว แต่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก ต้องอาบัติถุลลัจจัย
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑ ของ
บัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุมีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุก็
มีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุก็ไม่มีเครื่องลาด ๑ ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป
ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ แต่ยินดีการถอนออก ต้องอาบัติถุลลัจจัย
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์
ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุมีเครื่องลาด ๑ ของบัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุก็มีเครื่องลาด ๑
ของบัณเฑาะก์ไม่มีเครื่องลาด ของภิกษุก็ไม่มีเครื่องลาด ๑ ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้า
ไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดีการถอนออก ไม่ต้องอาบัติ.
หมวดมนุสสะปัณฑกะ ๑๘ จตุกกะ จบ.
๘. หมวดมนุสสะปัณฑกะ ๑๘ จตุกกะ
๑.๒. อมนุสสะปัณฑกะ สุทธิกะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาอมนุษย์บัณเฑาะก์ … อมนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตื่น … ผู้หลับ … ผู้เมา …
ผู้วิกลจริต … ผู้เผลอสติ … ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด … ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมากมาใน

132
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค - หน้าที่ 133 (เล่ม 1)

สำนักภิกษุ แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือของอมนุษย์บัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ของภิกษุ
ไม่มีเครื่องลาด ๑ … ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือ … ถ้าเธอยินดีการเข้าไป … ต้องอาบัติปาราชิก …
ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป … ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
๑๗. ๑๘. อมนุสสะปัณฑกะ มตะเยภุยยะขายิตะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาอมนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรคคือ … ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือ … ถ้าเธอยินดีการเข้าไป …
ต้องอาบัติถุลลัจจัย … ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป … ไม่ต้องอาบัติ.
หมวดอมนุสสะปัณฑกะ ๑๘ จตุกกะ จบ.
๙. หมวดติรัจฉานคตะปัณฑกะ ๑๘ จตุกกะ
๑. ๒. ติรัจฉานคตะปัณฑกะ สุทธิกะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ … สัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ผู้ตื่น …
ผู้หลับ … ผู้เมา … ผู้วิกลจริต … ผู้เผลอสติ … ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด … ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดย-
มากมาในสำนักภิกษุแล้ว ให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือของสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์มี
เครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑ … ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือ … ถ้าเธอยินดีการเข้าไป …
ต้องอาบัติปาราชิก … ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป … ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
๑๗. ๑๘. ติรัจฉานคตะปัณฑกะ มตะเยภุยยะขายิตะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาสัตว์ติรัจฉานบัณเฑาะก์ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนัก
ภิกษุ แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือ … ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือ … ถ้าเธอยินดีการ
เข้าไป … ต้องอาบัติถุลลัจจัย … ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป … ไม่ต้องอาบัติ.
หมวดติรัจฉานคตะปัณฑกะ ๑๘ จตุกกะ จบ.

133
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค - หน้าที่ 134 (เล่ม 1)

๑๐. หมวดสนุสสะปุริสะ ๑๘ จตุกกะ
๑. ๒. มนุสสะปุริสะ สุทธิกะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์ผู้ชาย … มนุษย์ผู้ชายผู้ตื่น … ผู้หลับ … ผู้เมา … ผู้วิกลจริต …
ผู้เผลอสติ … ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด … ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ
แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือของมนุษย์ผู้ชายมีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑ …
ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือ … ถ้าเธอยินดีการเข้าไป … ต้องอาบัติปาราชิก … ถ้าเธอไม่ยินดี
การเข้าไป … ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
๑๗. ๑๘. มนุสสะปุริสะ มตะเยภุยยะขายิตะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์ผู้ชายผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ
แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือ … ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือ … ถ้าเธอยินดีการเข้าไป …
ต้องอาบัติถุลลัจจัย … ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป … ไม่ต้องอาบัติ.
หมวดมนุสสะปุริสะ ๑๘ จตุกกะ จบ.
๑๑. หมวดอมนุสสะปุริสะ ๑๘ จตุกกะ
๑. ๒. อมนุสสะปุริสะ สุทธิกะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาอมนุษย์ผู้ชาย … อมนุษย์ผู้ชายผู้ตื่น … ผู้หลับ … ผู้เมา … ผู้วิกลจริต …
ผู้เผลอสติ … ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด … ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือ ของอมนุษย์ผู้ชายมีเครื่องลาด ของภิกษุไม่มีเครื่องลาด ๑ …
ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือ … ถ้าเธอยินดีการเข้าไป … ต้องอาบัติปาราชิก … ถ้าเธอไม่ยินดีการ
เข้าไป … ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
๑๗. ๑๘. อมนุสสะปุริสะ มตะเยภุยยะขายิตะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาอมนุษย์ผู้ชายผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ
แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือ … ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือ … ถ้าเธอยินดีการเข้าไป …
ต้องอาบัติถุลลัจจัย … ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป … ไม่ต้องอาบัติ.
หมวดอมนุสสะปุริสะ ๑๘ จตุกกะ จบ.

134
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค - หน้าที่ 135 (เล่ม 1)

๑๒. หมวดติรัจฉานคตะปุริสะ ๑๘ จตุกกะ
๑. ๒. ติรัจฉานคตะปุริสะ สุทธิกะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ … สัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ผู้ตื่น … ผู้หลับ … ผู้เมา …
ผู้วิกลจริต … ผู้เผลอสติ … ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด … ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมากมาใน-
สำนักภิกษุ แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือ ของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้มีเครื่องลาด ของภิกษุ
ไม่มีเครื่องลาด ๑ … ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือ … ถ้าเธอยินดีการเข้าไป … ต้องอาบัติปาราชิก
… ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป … ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ ๑
๑๗. ๑๘. ติรัจฉานคตะปุริสะ มตะเยภุยยะขายิตะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนัก
ภิกษุ แล้วให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค คือ … ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก คือ … ถ้าเธอยินดีการ
เข้าไป … ต้องอาบัติถุลลัจจัย … ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป … ไม่ต้องอาบัติ.
หมวดติรัจฉานคตะปุริสะ ๑๘ จตุกกะ จบ. ๒
บทภาชนีย์ อสันถตภาณวาร
๑. หมวดมนุสสิตถี ๒๗ จตุกกะ
๑. มนุสสิตถี สุทธิกะจตุกกะ [ยอนวัจจ์]
[๔๒] พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป แต่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
#๑. ที่ … ฯลฯ ฯลฯ ไว้นั้น พึงทราบโดยนัยดังกล่าวแล้วในอสันถตภาณวารนั้นแล.
#๒. แม้ในประเภทแห่สันถตจตุกกะ ก็มีวิกนัยดังกล่าวแล้วในอสันถตจตกกะนั้นแล.

135
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค - หน้าที่ 136 (เล่ม 1)

พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วยองค์-
กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว แต่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอน
ออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ถอนวัจจมรรคด้วยองค์
กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ แต่ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วยองค์
กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดีการถอน
ออก ไม่ต้องอาบัติ.
๒. มนุสสิตถี สุทธิกะจตุกกะ [ยอนปัสส์]
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนปัสสาวมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนปัสสาวมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป แต่ถ้ายินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนปัสสาวมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว แต่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดี
การถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนปัสสาวมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดี
การถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนปัสสาวมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดี
การถอนออก ไม่ต้องอาบัติ.

136
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค - หน้าที่ 137 (เล่ม 1)

๓. มนุสสิตถี สุทธิกะจตุกกะ [ยอนปาก]
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนปากด้วยองค์กำเนิด
ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนปากด้วยองค์กำเนิด
ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป แต่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนปากด้วยองค์กำเนิด
ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว แต่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนปากด้วยองค์กำเนิด
ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ แต่ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิง แล้วให้ยอนปากด้วยองค์กำเนิด
ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดีการถอนออก
ไม่ต้องอาบัติ.
๔. มนุสสิตถี ชาครันตีจตุกกะ [ยอนวัจจ์]
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป แต่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก

137
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค - หน้าที่ 138 (เล่ม 1)

พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ แต่ยินดี
การถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดี
การถอนออก ไม่ต้องอาบัติ.
๕. มนุสสิตถี ชาครันตีจตุกกะ [ยอนปัสส์]
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนปัสสาวมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนปัสสาวมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป แต่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนปัสสาวมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว แต่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนปัสสาวมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ แต่ยินดี
การถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนปัสสาวมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดี
การถอนออก ไม่ต้องอาบัติ.
๖. มนุสสิตถี ชาครันตีจตุกกะ [ยอนปาก]
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนปากด้วยองค์
กำเนิด ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก

138
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค - หน้าที่ 139 (เล่ม 1)

พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนปากด้วยองค์กำ
เนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป แต่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนปากด้วยองค์
กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว แต่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนปากด้วยองค์
กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ แต่ยินดีการ-
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น แล้วให้ยอนปากด้วยองค์
กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดีการ
ถอนออก ไม่ต้องอาบัติ.
๗. มนุสสิตถี สุตตะจตุกกะ [ยอนวัจจ์]
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป แต่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ-
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว แต่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ แต่ยินดี
การถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วย
องค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดี
การถอนออก ไม่ต้องอาบัติ.

139
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค - หน้าที่ 140 (เล่ม 1)

๘. มนุสสิตถี สุตตะจตุกกะ [ยอนปัสส์]
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนปัสสาวมรรค
ด้วยองค์กำเนิด ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนปัสสาวมรรค
ด้วยองค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการ
ถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนปัสสาวมรรค
ด้วยองค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว แต่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดี
การถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนปัสสาวมรรค
ด้วยองค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่
แต่ยินดีการถอนออก ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนปัสสาวมรรค
ด้วยองค์กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่
ไม่ยินดีการถอนออก ไม่ต้องอาบัติ.
๙. มนุสสิตถิ สุตตะจตุกกะ [ยอนปาก]
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนปากด้วยองค์
กำเนิด ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนปากด้วยองค์
กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป แต่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักมนุษย์ผู้หญิงผู้หลับ แล้วให้ยอนปากด้วยองค์
กำเนิด ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว แต่ยินดีการหยุดอยู่ ยินดีการถอนออก
ต้องอาบัติปาราชิก

140