พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 352 (เล่ม 35)

ในสมัยนั้น อันใดของบุคคลผู้งดเว้นจากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน นี้เรียกว่า สุราเมรย-
มัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยเวรมณี
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นในสมัยใด
การคิดอ่าน กิริยาที่คิดอ่าน ความคิดอ่าน ในสมัยนั้น อันใด ของบุคคลผู้งดเว้นจากสุราเมรย
มัชชปมาทัฏฐาน นี้เรียกว่า สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท ธรรมทั้งหลายที่เหลือ
เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนา
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ
ปัคคาหะ อวิกเขปะ ของบุคคลผู้งดเว้นจากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน มีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ
สหรคตด้วยโสมนัส วิปปยุตจากญาณ เกิดขึ้น ฯลฯ สหรคตด้วยโสมนัส วิปยุตตด้วยญาณ
เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขาสัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้น ฯลฯ สหรคตด้วย
อุเบกขา สัมปยุตด้วยญาณเกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจากญาณ
เกิดขึ้น ฯลฯสหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจากญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ในสมัยใด การงด
การเว้น การเลิกละ การงดเว้น จากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน กิริยาไม่ทำสุราเมรยมัชชปมาทัฏ
ฐาน การไม่ทำสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน การไม่ล่วงละเมิดสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน การไม่ล่วง
เลยขอบเขตแห่งสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานการกำจัดต้นเหตุแห่งสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน ใน
สมัยนั้น อันใด ของบุคคลผู้งดเว้นจากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน นี้เรียกว่า สุราเมรยมัชชปมาทัฏ
ฐานาเวรมณีสิกขาบท ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยเวรมณี
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจากญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ใน
สมัยใด การคิดอ่าน กิริยาที่คิดอ่าน ความคิดอ่าน ในสมัยนั้นอันใด ของบุคคลผู้งดเว้น

352
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 353 (เล่ม 35)

จากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน นี้เรียกว่า สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท ธรรมทั้ง
หลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนา
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจากญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง
ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ ปัคคาหะ อวิกเขปะ ของบุคคลผู้งดเว้นจากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน
มีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท
แจกสิกขาบท ๕ ด้วยกามาวจรกุศลจิต ๘ นัยที่ ๒
[๗๗๐] สิกขาบท ๕ คือ
๑. ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท
๒. อทินนาทานาเวรมณีสิกขาบท
๓. กาเมสุมิจฉาจาราเวรมณีสิกขาบท
๔. มุสาวาทาเวรมณีสิกขาบท
๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท
[๗๗๑] ในสิกขาบท ๕ นั้น ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เป็นหีนะมัชฌิมะ ปณีตะ
เป็นฉันทาธิปเตยยะ วิริยาธิปเตยยะ จิตตาธิปเตยยะ วีมังสาธิปเตยยะ เป็นฉันทาธิปเตยยะ
อย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นวิริยาธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นจิตตาธิปเตยยะ
อย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะเป็นวีมังสาธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เกิดขึ้นใน
สมัยใด การงดการเว้น การเลิกละ การงดเว้น จากปาณาติบาต กิริยาไม่ทำปาณาติบาต
การไม่ทำปาณาติบาต การไม่ล่วงละเมิดปาณาติบาต การไม่ล่วงเลยขอบเขตแห่งปาณาติบาต
การกำจัดต้นเหตุแห่งปาณาติบาต การกำจัดต้นเหตุแห่งปาณาติบาต ในสมัยนั้น อันใด ของ
บุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาต นี้เรียกว่า ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท ธรรมทั้งหลายที่เหลือ
เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยเวรมณี
ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เป็นหีนะมัชฌิมะ ปณีตะ
เป็นฉันทาธิปเตยยะ วิริยาธิปเตยยะ จิตตาธิปเตยยะ วีมังสาธิปเตยยะ เป็นฉันทาธิปเตยยะ

353
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 354 (เล่ม 35)

อย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นวิริยาธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นจิตตา
ธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะเป็นวีมังสาธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เกิดขึ้น
ในสมัยใด การคิดอ่านกิริยาที่คิดอ่าน ความคิดอ่าน ในสมัยนั้น อันใด ของบุคคลผู้งดเว้น
จากปาณาติบาต นี้เรียกว่า ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า
ธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนา
ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เป็นหีนะมัชฌิมะ ปณีตะ
เป็นฉันทาธิปเตยยะ วิริยาธิปเตยยะ จิตตาธิปเตยยะ วีมังสาธิปเตยยะ เป็นฉันทาธิปเตยยะ
อย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นวิริยาธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นจิตตาธิปเตยยะ
อย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะเป็นวีมังสาธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เกิดขึ้น
ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯปัคคาหะ อวิกเขปะ ของบุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาต มีในสมัยนั้น
นี้เรียกว่าปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท
ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ
สหรคตด้วยโสมนัส วิปปยุตจากญาณ เกิดขึ้น ฯลฯ สหรคตด้วยโสมนัส วิปปยุตจากญาณ เกิด
ขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขาสัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้น ฯลฯ สหรคตด้วย
อุเบกขา สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจากญาณ
เกิดขึ้น ฯลฯ สหรคด้วยอุเบกขา วิปปยุตจากญาติ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง เป็นหีนะ มัชฌิมะ
ปณีตะ เป็นฉันทาธิปเตยยะ วิริยาธิปเตยยะ จิตตาธิปเตยยะ เป็นฉันทาธิปเตยยะอย่างหีนะ
มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นวิริยาธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นจิตตาธิปเตยยะอย่างหีนะ
มัชฌิมะ ปณีตะเกิดขึ้นในสมัยใด การงด การเว้น การเลิกละ การงดเว้นจากปาณาติบาต
กิริยาที่ไม่ทำปาณาติบาต การไม่ทำปาณาติบาต การไม่ล่วงละเมิดปาณาติบาต การไม่ล่วงเลย
ขอบเขตแห่งปาณาติบาต การกำจัดต้นเหตุแห่งปาณาติบาต ในสมัยนั้นอันใด ของบุคคล
ผู้งดเว้นจากปาณาติบาต นี้เรียกว่า ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบทธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า
ธรรมที่สัมปยุตด้วยเวรมณี ฯลฯ ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนา ฯลฯ
ผัสสะ ฯลฯ ปัคคาหะอวิกเขปะ ของบุคคลผู้งดเว้นจากปาณาติบาต มีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า
ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท

354
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 355 (เล่ม 35)

[๗๗๒] อทินนาทานาเวรมณีสิกขาบท ฯลฯ กาเมสุมิจฉาจาราเวรมณีสิกขาบท
ฯลฯ มุสาวาทาเวรมณีสิกขาบท ฯลฯ สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท
เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เป็นหีนะมัชฌิมะ ปณีตะ
เป็นฉันทาธิปเตยยะ วิริยาธิปเตยยะ จิตตาธิปเตยยะ วีมังสาธิปเตยยะ เป็นฉันทาธิปเตยยะ
อย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นวิริยาธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นจิตตาธิป
เตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะเป็นวีมังสาธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เกิดขึ้น
ในสมัยใด การงดการเว้น การเลิกละ การงดเว้น จากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน กิริยาไม่ทำ
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน การไม่ทำสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน การไม่ล่วงละเมิดสุราเมรยมัชชปมา
ทัฏฐาน การไม่ล่วงเลยขอบเขตแห่งสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานการกำจัดต้นเหตุแห่งสุราเมรย
มัชชปมาทัฏฐาน ในสมัยนั้น อันใด ของบุคคลผู้งดเว้นจากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน นี้เรียกว่า
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบทธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วย
เวรมณี ฯลฯ ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนา ฯลฯ ผัสสะ ฯลฯ
ปัคคาหะอวิกเขปะ ของบุคคลผู้งดเว้นจากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน มีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง
ฯลฯ สหรคตด้วยโสมนัส วิปปยุตจากญาณ เกิดขึ้น ฯลฯ สหรคตด้วยโสมนัส วิปปยุตจาก
ญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขาสัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้น ฯลฯ สหรคต
ด้วยอุเบกขา สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจาก
ญาณ เกิดขึ้น ฯลฯสหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจากญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง เป็นหีนะ
เป็นมัชฌิมะปณีตะ เป็นฉันทาธิปเตยยะ วิริยาธิปเตยยะ จิตตาธิปเตยยะ เป็นฉันทาธิปเตยยะ
อย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เป็นวิริยาธิปเตยยะอย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะเป็นจิตตาธิปเตยยะ
อย่างหีนะ มัชฌิมะ ปณีตะ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ในสมัยใดการงด การเว้น การเลิกละ
การงดเว้น จากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน กิริยาไม่ทำสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน การไม่ทำสุราเมรย
มัชชปมาทัฏฐาน การไม่ล่วงละเมิดสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน การไม่ล่วงเลยขอบเขตแห่งสุราเมรย
มัชชปมาทัฏฐานการกำจัดต้นเหตุแห่งสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน ในสมัยนั้น อันใด ของบุคคล

355
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 356 (เล่ม 35)

ผู้งดเว้นจากสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน นี้เรียกว่า สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท
ธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า ธรรมที่สัมปยุตด้วยเวรมณี ฯลฯธรรมทั้งหลายที่เหลือ เรียกว่า
ธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนา ฯลฯ ผัสสะ ฯลฯปัคคาหะ อวิกเขปะ ของบุคคลผู้งดเว้นจาก
สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน มีในสมัยนั้น นี้เรียกว่า สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท
ธรรมเป็นสิกขา
[๗๗๓] ธรรมเหล่าไหน เป็นสิกขา
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ มีรูปเป็นอารมณ์ ฯลฯ
มีธรรมเป็นอารมณ์ หรือปรารภอารมณ์ใดๆ เกิดขึ้น ในสมัยใดผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีใน
สมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า สิกขา
ธรรมเหล่าไหน เป็นสิกขา
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ
สหรคตด้วยโสมนัส วิปปยุตจากญาณ เกิดขึ้น ฯลฯ สหรคตด้วยโสมนัส วิปปยุตจากญาณ
เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขา สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้น ฯลฯ สหรคต
ด้วยอุเบกขา สัมปยุตด้วยญาณ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจาก
ญาณเกิดขึ้น ฯลฯ สหรคตด้วยอุเบกขา วิปปยุตจากญาณ มีรูปเป็นอารมณ์ ฯลฯมีธรรมเป็น
อารมณ์ หรือปรารภอารมณ์ใดๆ เกิดขึ้นโดยมีการชักจูง ในสมัยใดผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ
มีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า สิกขา
ธรรมเหล่าไหน เป็นสิกขา
ภิกษุเจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภพ ฯลฯ เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงอรูปภพ
ฯลฯ เจริญโลกุตตรฌาน อันเป็นเครื่องนำออกไปจากโลก ให้เข้าสู่นิพพาน เพื่อประหาณทิฏฐิ
เพื่อบรรลุปฐมภูมิ สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน ประกอบด้วย
วิตก วิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก เป็นทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา อยู่ ในสมัยใด
ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า สิกขา
อภิธรรมภาชนีย์ จบ

356
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 357 (เล่ม 35)

ปัญหาปุจฉกะ
[๗๗๔] สิกขาบท ๕ คือ
๑. ปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบท
๒. อทินนาทานาเวรมณีสิกขาบท
๓. กาเมสุมิจฉาจาราเวรมณีสิกขาบท
๔. มุสาวาทาเวรมณีสิกขาบท
๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานาเวรมณีสิกขาบท
ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา
บรรดาสิกขาบท ๕ สิกขาบทไหนเป็นกุศล สิกขาบทไหนเป็นอกุศลสิกขาบทไหน
เป็นอัพยากฤต ฯลฯ สิกขาบทไหนเป็นสรณะ สิกขาบทไหนเป็นอรณะ
ติกมาติกาวิสัชนา
[๗๗๕] สิกขาบท ๕ เป็นกุศลอย่างเดียว สิกขาบท ๕ เป็นสุขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็น
อทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี สิกขาบท ๕ เป็นวิปากธัมมธรรมสิกขาบท ๕ เป็นอนุปาทินนุปาทา
นิยะ สิกขาบท ๕ เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะสิกขาบท ๕ เป็นสวิตักกสวิจาระ สิกขาบท ๕
เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นอุเบกขาสหคตะก็มี สิกขาบท ๕ เป็นเนวทัสสนนภาว
นาปหาตัพพะ สิกขาบท ๕ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ สิกขาบท ๕ เป็นอาจยคามี
สิกขาบท ๕ เป็นเนวเสกขนาเสกขะ สิกขาบท ๕ เป็นปริตตะสิกขาบท ๕ เป็นปริตตารัมมณะ
สิกขาบท ๕ เป็นมัชฌิมะ สิกขาบท ๕ เป็นอนิยตะ สิกขาบท ๕ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นมัคคา
รัมมณะ แม้เป็นมัคคเหตุกะแม้เป็นมัคคาธิปติ สิกขาบท ๕ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะ
ก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปปาที สิกขาบท ๕ เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มีสิกขาบท
๕ เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ สิกขาบท ๕ เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธาก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธา
ก็มี สิกขาบท ๕ เป็นพหิทธารัมมณะ สิกขาบท ๕เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆะ
ทุกมาติกาวิสัชนา
๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
[๗๗๖] สิกขาบท ๕ เป็นนเหตุ สิกขาบท ๕ เป็นสเหตุกะ สิกขาบท ๕เป็นเหตุ
สัมปยุต สิกขาบท ๕ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุสเหตุกะ เป็นแต่สเหตุกนเหตุ สิกขาบท ๕
กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุเหตุสัมปยุต เป็นแต่เหตุสัมปยุตตนเหตุ เป็นนเหตุสเหตุกะ

357
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 358 (เล่ม 35)

๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา
สิกขาบท ๕ เป็นสัปปัจจยะ สิกขาบท ๕ เป็นสังขตะ สิกขาบท ๕เป็นอนิทัสสนะ
สิกขาบท ๕ เป็นอัปปฏิฆะ สิกขาบท ๕ เป็นอรูป สิกขาบท ๕เป็นโลกิยะ สิกขาบท ๕ เป็น
เกนจิวิญเญยยะ เป็นเกนจินวิญเญยยะ
๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา
สิกขาบท ๕ เป็นโนอาสวะ สิกขาบท ๕ เป็นสาสวะ สิกขาบท ๕ อาสววิปปยุต
สิกขาบท ๕ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสาสวะ เป็นแต่สาสวโนอาสวะ สิกขาบท ๕ กล่าวไม่ได้ว่า
แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุต แม้เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ เป็นแต่อาสววิปปยุตตสาสวะ
๔,๕,๖,๗,๘,๙,๑๐. สัญโญชนโคจฉกาทิวิสัชนา
สิกขาบท ๕ เป็นโนสัญโญชนะ ฯลฯ สิกขาบท ๕ เป็นโนคันถะฯลฯ สิกขาบท ๕ เป็น
โนโอฆะ ฯลฯ สิกขาบท ๕ เป็นโนโยคะ ฯลฯสิกขาบท ๕ เป็นโนนีวรณะ ฯลฯ สิกขาบท ๕
เป็นโนปรามาสะ ฯลฯสิกขาบท ๕ เป็นสารัมมณะ สิกขาบท ๕ เป็นโนจิตตะ สิกขาบท ๕
เป็นเจตสิกะสิกขาบท ๕ เป็นจิตตสัมปยุต สิกขาบท ๕ เป็นจิตตสังสัฏฐะ สิกขาบท ๕เป็น
จิตตสมุฏฐานะ สิกขาบท ๕ เป็นจิตตสหภู สิกขาบท ๕ เป็นจิตตานุปริวัตติ สิกขาบท ๕ เป็น
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ สิกขาบท ๕ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู สิกขาบท ๕ เป็นจิตตสัง
สัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ สิกขาบท ๕เป็นพาหิระ สิกขาบท ๕ เป็นนอุปาทา สิกขาบท ๕
เป็นอนุปาทินนะ
๑๑,๑๒,๑๓. อุปาทานโคจฉกาทิวิสัชนา
สิกขาบท ๕ เป็นนอุปาทานะ ฯลฯ สิกขาบท ๕ เป็นโนกิเลสะ ฯลฯสิกขาบท ๕ เป็น
นทัสสนปหาตัพพะ สิกขาบท ๕ เป็นนภาวนาปหาตัพพะสิกขาบท ๕ เป็นนทัสสนปหาตัพพ
เหตุกะ สิกขาบท ๕ เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ สิกขาบท ๕ เป็นสวิตักกะ เป็นสวิจาระ
สิกขาบท ๕ เป็นสัปปีติกะก็มีเป็นอัปปีติกะก็มี สิกขาบท ๕ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติ

358
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 359 (เล่ม 35)

สหคตะก็มี สิกขาบท ๕เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นนสุขสหคตะก็มี สิกขาบท ๕ เป็นอุเปกขา
สหคตะก็มีเป็นนอุเปกขาสหคตะก็มี สิกขาบท ๕ เป็นกามาวจร สิกขาบท ๕ เป็นนรูปาวจร
สิกขาบท ๕ เป็นนอรูปาวจร สิกขาบท ๕ เป็นปริยาปันนะ สิกขาบท ๕ เป็นอนิยยานิกะ สิกขาบท
๕ เป็นอนิยตะ สิกขาบท ๕ เป็นสอุตตระ สิกขาบท ๕เป็นอรณะ ฉะนี้แล
ปัญหาปุจฉกะ จบ
สิกขาปทวิภังค์ จบบริบูรณ์

359
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 360 (เล่ม 35)

๑๕. ปฏิสัมภิทาวิภังค์
สุตตันตภาชนีย์
[๗๗๗] ปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา
๒. ธัมมปฏิสัมภิทา
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา
๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ความรู้แตกฉานในอรรถ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในธรรมชื่อว่า ธัมม
ปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉาน
ในญาณทั้งหลาย ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ปเภทวาร ๕
๑. สัจจวาร
[๗๗๘] ปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา
๒. ธัมมปฏิสัมภิทา
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา
๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ความรู้แตกฉานในทุกข์ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในทุกขสมุทัย ชื่อว่า
ธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในทุกขนิโรธ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทาความรู้แตกฉานในทุกข
นิโรธคามินีปฏิปทา ชื่อว่า ธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า
นิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลาย ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา

360
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 361 (เล่ม 35)

๒. เหตุวาร
[๗๗๙] ปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา
๒. ธัมมปฏิสัมภิทา
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา
๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ความรู้แตกฉานในเหตุ ชื่อว่า ธัมมปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในผลของเหตุ ชื่อว่า
อัตถปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่านิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้แตก
ฉานในญาณทั้งหลาย ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
๓. ธรรมวาร
[๗๘๐] ปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา
๒. ธัมมปฏิสัมภิทา
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา
๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
ธรรมเหล่าใด เกิดแล้ว มีแล้ว เกิดพร้อมแล้ว บังเกิดแล้ว บังเกิดเฉพาะแล้ว ปรากฏแล้ว
ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า อัตถปฏิสัมภิทา ธรรมเหล่านั้น เกิดแล้ว
มีแล้ว เกิดพร้อมแล้ว บังเกิดแล้ว บังเกิดเฉพาะแล้ว ปรากฏแล้ว ด้วยธรรมเหล่าใด ความรู้
แตกฉานในธรรมเหล่านั้น ชื่อว่า ธัมมปฏิสัมภิทาความรู้แตกฉานในอันกล่าวธัมมนิรุตตินั้น ชื่อว่า
นิรุตติปฏิสัมภิทา ความรู้แตกฉานในญาณทั้งหลาย ชื่อว่า ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
๔. ปัจจยาการวาร
[๗๘๑] ปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา
๒. ธัมมปฏิสัมภิทา
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา
๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา

361