พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 122 (เล่ม 35)

ตัพพเหตุกะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็น
เนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นเนวาจยคามินาปจยคามี โทมนัสสินทรีย์
เป็นอาจยคามี อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์เป็นอปจยคามี อัญญินทรีย์ เป็นอปจยคามีก็มี เป็น
เนวาจยคามินาปจยคามีก็มีอินทรีย์ ๙ เป็นอาจยคามีก็มี เป็นอปจยคามีก็มี เป็นเนวาจยคามินาปาจย
คามีก็มีอินทรีย์ ๑๐ เป็นเนวเสกขนาเสกขะ อินทรีย์ ๒ เป็นเสกขะ อัญญาตาวินทรีย์เป็น
อเสกขะ อินทรีย์ ๙ เป็นเสกขะก็มี เป็นอเสกขะก็มี เป็นเนวเสกขนาเสกขะก็มี อินทรีย์ ๑๐
เป็นปริตตะ อินทรีย์ ๓ เป็นอัปปมาณะ อินทรีย์ ๙ เป็นปริตตะก็มี เป็นมหัคคตะก็มี เป็นอัปปมาณะ
ก็มี อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะอินทรีย์ ๒ เป็นปริตตารัมมณะ อินทรีย์ ๓ เป็นอัปปมาณา
รัมมณะ โทมนัสสินทรีย์ เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มี ไม่เป็นอัปปมาณา
รัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปริตตารัมมณะ แม้เป็นมหัคคตารัมมณะก็มีอินทรีย์ ๙
เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มี เป็นอัปปมาณารัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็น
ปริตตารัมมณะ แม้เป็นมหัคคตารัมมณะ แม้เป็นอัปปมาณารัมมณะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นมัชฌิมะ
โทมนัสสินทรีย์ เป็นหีนอินทรีย์ ๓ เป็นปณีตะ อินทรีย์ ๓ เป็นมัชฌิมะก็มี เป็นปณีตะก็มี
อินทรีย์ ๖เป็นหีนะก็มี เป็นมัชฌิมะก็มี เป็นปณีตะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นอนิยตะ อนัญญ
ตัญญัสสามิตินทรีย์ เป็นสัมมัตตนิยตะ อินทรีย์ ๔ เป็นสัมมัตตนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี
โทมนัสสินทรีย์ เป็นมิจฉัตตนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี อินทรีย์ ๖เป็นมิจฉัตตนิยตะก็มี เป็น
สัมมัตตนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะ อินทรีย์ ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้
เป็นมัคคารัมมณะ แม้เป็นมัคคเหตุกะแม้เป็นมัคคาธิปติ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์
ไม่เป็นมัคคารัมมณะ เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปติก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็น
มัคคเหตุกะ แม้เป็นมัคคาธิปติก็มี อัญญินทรีย์ ไม่เป็นมัคคารัมมณะ เป็นมัคคเหตุกะก็มี
เป็นมัคคาธิปติก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นมัคคเหตุกะ แม้เป็นมัคคาธิปติก็มีอินทรีย์ ๙
เป็นมัคคารัมมณะก็มี เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปติก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็น
มัคคารัมมณะ แม้เป็นมัคคเหตุกะ แม้เป็นมัคคาธิปติก็มีอินทรีย์ ๑๐ เป็นอุปปันนะก็มี เป็น
อุปปาทีก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอนุปปันนะอินทรีย์ ๒ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะ
ก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปปาทีอินทรีย์ ๑๐ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะก็มี เป็นอุปปาที
ก็มี อินทรีย์ ๒๒เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มี อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะ
อินทรีย์ ๒ เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอตีตารัมมณะ แม้เป็น

122
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 123 (เล่ม 35)

อนาคตารัมมณะ แม้เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นอตีตารัมมณะก็มี เป็นอนาคตา
รัมมณะก็มี เป็นปัจจุปปันนารัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอตีตารัมมณะ แม้เป็นอนาคตา
รัมมณะ แม้เป็นปัจจุปปันนารัมมณะก็มี อินทรีย์ ๒๒ เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธาก็มี เป็น
อัชฌัตตพหิทธาก็มี อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะ อินทรีย์ ๓ เป็นพหิทธารัมมณะ อินทรีย์ ๔
เป็นอัชฌัตตารัมมณะก็มี เป็นพหิทธารัมมณะก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มีอินทรีย์ ๘
เป็นอัชฌัตตารัมมณะก็มี เป็นพหิทธารัมมณะก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า
แม้เป็นอัชฌัตตารัมมณะ แม้เป็นพหิทธารัมมณะแม้เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มี อินทรีย์ ๕
เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆะ อินทรีย์ ๑๗เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆะ
ทุกมาติกาวิสัชนา
๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
[๒๔๔] อินทรีย์ ๔ เป็นเหตุ อินทรีย์ ๑๘ เป็นนเหตุ อินทรีย์ ๗ เป็นสเหตุกะ อินทรีย์ ๙
เป็นอเหตุกะ อินทรีย์ ๖ เป็นสเหตุกะก็มี เป็นอเหตุกะก็มีอินทรีย์ ๗ เป็นเหตุสัมปยุต อินทรีย์ ๙
เป็นเหตุวิปปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นเหตุสัมปยุตก็มี เป็นเหตุวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๔ เป็นเหตุสเหตุกะ
อินทรีย์ ๙กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุสเหตุกะ แม้เป็นสเหตุกนเหตุ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า
เป็นเหตุสเหตุกะ เป็นสเหตุกนเหตุ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุสเหตุกะ เป็นสเหตุก
นเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสเหตุกนเหตุก็มี อินทรีย์ ๔เป็นเหตุเหตุสัมปยุต อินทรีย์ ๙
กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุเหตุสัมปยุต แม้เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า
เป็นเหตุเหตุสัมปยุต เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุเหตุสัมปยุต
เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นนเหตุ
อเหตุกะ อินทรีย์ ๓ เป็นนเหตุสเหตุกะ อินทรีย์ ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนเหตุสเหตุกะ
แม้เป็นนเหตุอเหตุกะ อินทรีย์ ๖ เป็นนเหตุสเหตุกะก็มี เป็นนเหตุอเหตุกะก็มี
๒. จูฬันตรทุกวิสัชนา
[๒๔๕] อินทรีย์ ๒๒ เป็นสัปปัจจยะ เป็นสังขตะ เป็นอนิทัสสนะอินทรีย์ ๕
เป็นสัปปฏิฆะ อินทรีย์ ๑๗ เป็นอัปปฏิฆะ อินทรีย์ ๗ เป็นรูปอินทรีย์ ๑๔ เป็นอรูป ชีวิตินทรีย์
เป็นรูปก็มี เป็นอรูปก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นโลกิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นโลกุตตระ อินทรีย์ ๙ เป็น
โลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มีอินทรีย์ ๒๒ เป็นเกนจิวิญเญยยะ เป็นเกนจินวิญเญยยะ

123
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 124 (เล่ม 35)

๓. อาสวโคจฉกวิสัชนา
[๒๔๖] อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนอาสวะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นสาสวะ อินทรีย์ ๓เป็น
อนาสวะ อินทรีย์ ๙ เป็นสาสวะก็มี เป็นอนาสวะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นอาสววิปปยุต โทมนัสสินทรีย์
เป็นอาสวสัมปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นอาสวสัมปยุตก็มีเป็นอาสววิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐
กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสาสวะ เป็นสาสวโนอาสวะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า
แม้เป็นอาสวสาสวะ แม้เป็นสาสวโนอาสวะอินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสาสวะ
เป็นสาสวโนอาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสาสวโนอาสวะก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าว
ไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุตแม้เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ โทมนัสสินทรีย์
กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวอาสวสัมปยุต เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ อินทรีย์ ๖ กล่าว
ไม่ได้ว่า เป็นอาสวอาสวสัมปยุต เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็น
อาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ อินทรีย์ ๓ เป็น
อาสววิปปยุตตอนาสวะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ
แม้เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะ อินทรีย์ ๓ เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะก็มี เป็นอาสววิปป
ยุตตอนาสวะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะก็มี เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะ
ก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ แม้เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะก็มี
๔. สัญโญชนโคจฉกวิสัชนา
[๒๔๗] อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนสัญโญชนะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นสัญโญชนิยะอินทรีย์ ๓
เป็นอสัญโญชนิยะ อินทรีย์ ๙ เป็นสัญโญชนิยะก็มี เป็นอสัญโญชนิยะก็มี อินทรีย์ ๑๕
เป็นสัญโญชนวิปปยุต โทมนัสสินทรีย์ เป็นสัญโญชนสัมปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นสัญโญชน
สัมปยุตก็มี เป็นสัญโญชนวิปปยุตก็มีอินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนสัญโญ
ชนิยะ เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชน
สัญโญชนิยะ แม้เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชน
สัญโญชนิยะ เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนิยโน
สัญโญชนะก็มีอินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต แม้เป็นสัญโญ
ชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนสัมปยุต

124
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 125 (เล่ม 35)

เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต
เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี
อินทรีย์ ๙ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะ
โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ แม้เป็นสัญโญชน
วิปปยุตตอสัญโญชนิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะก็มีเป็นสัญโญชน
วิปปยุตตอสัญโญชนิยะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะก็มี เป็น
สัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ
แม้เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะก็มี
๕. คันถโคจฉกวิสัชนา
[๒๔๘] อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนคันถะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นคันถนิยะอินทรีย์ ๓
เป็นอคันถนิยะ อินทรีย์ ๙ เป็นคันถนิยะก็มี เป็นอคันถนิยะก็มีอินทรีย์ ๑๕ เป็นคันถ
วิปปยุต โทมนัสสินทรีย์ เป็นคันถสัมปยุต อินทรีย์ ๖เป็นคันถสัมปยุตก็มี เป็น
คันถวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถนิยะ เป็นคันถนิยโนคันถะ อินทรีย์ ๓
กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นคันถคันถนิยะแม้เป็นคันถนิยโนคันถะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า
เป็นคันถคันถนิยะ เป็นคันถนิยโนคันถะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถนิยโนคันถะก็มี
อินทรีย์ ๑๕กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นคันถคันถสัมปยุต แม้เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะ
โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถสัมปยุต เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะ
อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถสัมปยุต เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า
เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะ อินทรีย์ ๓ เป็น
คันถวิปปยุตตอคันถนิยะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะ
แม้เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะ อินทรีย์ ๓เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะก็มี เป็น
คันถวิปปยุตตอคันถนิยะก็มี อินทรีย์ ๖เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะก็มี เป็น
คันถวิปปยุตตอคันถนิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะ แม้เป็น
คันถวิปปยุตตอคันถนิยะก็มี
๖, ๗, ๘. โอฆโคจฉกาทิวิสัชนา
[๒๔๙] อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนโอฆะ ฯลฯ อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนโยคะฯลฯ อินทรีย์ ๒๒
เป็นโนนีวรณะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นนีวรณิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นอนีวรณิยะ อินทรีย์ ๙ เป็น

125
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 126 (เล่ม 35)

นีวรณิยะก็มี เป็นอนีวรณิยะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นนีวรณวิปปยุต โทมนัสสินทรีย์ เป็น
นีวรณสัมปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นนีวรณสัมปยุตก็มี เป็นนีวรณวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐
กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณนีวรณิยะ เป็นนีวรณิยโนนีวรณะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า
แม้เป็นนีวรณนีวรณียะ แม้เป็นนีวรณิยโนนีวรณะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณ
นีวรณิยะ เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มี
อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุต แม้เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะ
โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุต แม้เป็นนีวรณสัมปยุตต
โนนีวรณะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุตเป็นนีวรณสัมปยุตต
โนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มีอินทรีย์ ๙ เป็น
นีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะโทมนัสสินทรีย์
กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ แม้เป็นนีวรวิปปยุตตอนีวรณิยะ อินทรีย์ ๓
เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะก็มี เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็น
นีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะก็มี เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็น
นีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ แม้เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะก็มี
๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชนา
[๒๕๐] อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนปรามาสะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นปรามัฏฐะอินทรีย์ ๓
เป็นอปรามัฏฐะ อินทรีย์ ๙ เป็นปรามัฏฐะก็มี เป็นอปรามัฏฐะก็มีอินทรีย์ ๑๖ เป็นปรามาส
วิปปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นปรามาสสัมปยุตก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐
กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสปรามัฏฐะ เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า
แม้เป็นปรามาสปรามัฏฐะ แม้เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็น
ปรามาสปรามัฏฐะ เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะ
ก็มี อินทรีย์ ๑๐เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะ อินทรีย์ ๓ เป็นปรามาสวิปปยุตต
อปรามัฏฐะอินทรีย์ ๓ เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะ
ก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะก็มี
กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะ แม้เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะก็มี

126
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 127 (เล่ม 35)

๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา
[๒๕๑] อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณะ อินทรีย์ ๑๔ เป็นสารัมมณะชีวิตินทรีย์
เป็นสารัมมณะก็มี เป็นอนารัมมณะก็มี อินทรีย์ ๒๑ เป็นโนจิตตะมนินทรีย์เป็นจิตตะ
อินทรีย์ ๑๓ เป็นเจตสิกะ อินทรีย์ ๘ เป็นอเจตสิกะ ชีวิตินทรีย์ เป็นเจตสิกะก็มี
เป็นอเจตสิกะก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตสัมปยุตอินทรีย์ ๗ เป็นจิตตวิปปยุต
ชีวิตินทรีย์ เป็นจิตตสัมปยุตก็มี เป็นจิตตวิปปยุตก็มีมนินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่าแม้
เป็นจิตตสัมปยุต แม้เป็นจิตตวิปปยุต อินทรีย์ ๑๓เป็นจิตตสังสัฏฐะ อินทรีย์ ๗
เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ ชีวิตินทรีย์ เป็นจิตตสังสัฏฐะก็มีเป็นจิตตวิสังสัฏฐะก็มี มนินทรีย์
กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นจิตตสังสัฏฐะ แม้เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตสมุฏฐานะ
อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตสมุฏฐานะชีวิตินทรีย์ เป็นจิตตสมุฏฐานะก็มี เป็นโนจิตต
สมุฏฐานะก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตสหภู อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตสหภู ชีวิตินทรีย์
เป็นจิตตสหภูก็มี เป็นโนจิตตสหภูก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตานุปริวัตติ อินทรีย์ ๘
เป็นโนจิตตานุปริวัตติชีวิตินทรีย์ เป็นจิตตานุปริวัตติก็มี เป็นโนจิตตานุปริวัตติก็มี
อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ ชีวิตินทรีย์
เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะก็มี เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นจิตต
สังสัฏฐสมุฏฐานสหภู อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู ชีวิตินทรีย์ เป็น
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูก็มี เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูก็มีอินทรีย์ ๑๓ เป็น
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ อินทรีย์ ๘ เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ ชีวิตินทรีย์
เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติก็มีเป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติก็มี อินทรีย์ ๖
เป็นอัชฌัตติกะ อินทรีย์ ๑๖เป็นพาหิระ อินทรีย์ ๗ เป็นอุปาทา อินทรีย์ ๑๔
เป็นนอุปาทา ชีวิตินทรีย์ เป็นอุปาทาก็มี เป็นนอุปาทาก็มี อินทรีย์ ๙
เป็นอุปาทินนะ อินทรีย์ ๔ เป็นอนุปาทินนะ อินทรีย์ ๙ เป็นอุปาทินนะก็มี
เป็นอนุปาทินนะก็มี
๑๑. อุปาทานโคจฉกวิสัชนา
[๒๕๒] อินทรีย์ ๒๒ เป็นนอุปาทานะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นอุปาทานิยะอินทรีย์ ๓ เป็น
อนุปาทานิยะ อินทรีย์ ๙ เป็นอุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทานิยะก็มีอินทรีย์ ๑๖ เป็นอุปาทานวิปปยุต

127
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 128 (เล่ม 35)

อินทรีย์ ๖ เป็นอุปาทานสัมปยุตก็มี เป็นอุปาทานวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า
เป็นอุปาทานอุปาทานิยะ เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะ อินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้
เป็นอุปาทานอุปาทานิยะ แม้เป็นอุปาทานิยะโนอุปาทานะ อินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็น
อุปาทานอุปาทานิยะ เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานิยโน
อุปาทานะก็มี อินทรีย์ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต แม้เป็นอุปาทาน
สัมปยุตตโนอุปาทานะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต เป็น
อุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี
อินทรีย์ ๑๐ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะ
อินทรีย์ ๓ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะก็มี เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะก็มี
อินทรีย์ ๖ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะก็มี เป็น อุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะก็มี
กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะแม้เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะ
ก็มี
๑๒. กิเลสโคจฉกวิสัชนา
[๒๕๓] อินทรีย์ ๒๒ เป็นโนกิเลสะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นสังกิเลสิกะอินทรีย์ ๓ เป็น
อสังกิเลสิกะ อินทรีย์ ๙ เป็นสังกิเลสิกะก็มี เป็นอสังกิเลสิกะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นอสังกิลิฏฐะ
โทมนัสสินทรีย์ เป็นสังกิลิฏฐะ อินทรีย์ ๖เป็นสังกิลิฏฐะก็มี เป็นอสังกิลิฏฐะก็มี อินทรีย์ ๑๕
เป็นกิเลสวิปปยุต โทมนัสสินทรีย์ เป็นกิเลสสัมปยุต อินทรีย์ ๖ เป็นกิเลสสัมปยุตก็มี
เป็นกิเลสวิปปยุตก็มี อินทรีย์ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ เป็นสังกิเลสิก
โนกิเลสะอินทรีย์ ๓ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ แม้เป็นสังกิเลสิก
โนกิเลสะอินทรีย์ ๙ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะ
ก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะก็มี อินทรีย์ ๑๕ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็น
กิเลสสังกิลิฏฐะ แม้เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่าเป็น
กิเลสสังกิลิฏฐะ เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะ อินทรีย์ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิลิฏฐะ
เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะก็มี อินทรีย์ ๑๕
กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุต แม้เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะ โทมนัสสินทรีย์
กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุตเป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะ อินทรีย์ ๖ กล่าว

128
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 129 (เล่ม 35)

ไม่ได้ว่า เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุตเป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็น
กิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มีอินทรีย์ ๙ เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะ อินทรีย์ ๓ เป็น
กิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะ โทมนัสสินทรีย์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสวิปปยุตต-
สังกิเลสิกะแม้เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะ อินทรีย์ ๓ เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะ
ก็มีเป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะก็มี อินทรีย์ ๖ เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะก็มี
เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะแม้
เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะก็มี
๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา
[๒๕๔] อินทรีย์ ๑๕ เป็นนทัสสนปหาตัพพะ อินทรีย์ ๗ เป็นทัสสนปหาตัพพะก็มี
เป็นนทัสสนปหาตัพพะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นนภาวนาปหาตัพพะอินทรีย์ ๗ เป็นภาวนา
ปหาตัพพะก็มี เป็นนภาวนาปหาตัพพะก็มี อินทรีย์ ๑๕ เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี
อินทรีย์ ๗ เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี อินทรีย์ ๑๕
เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ อินทรีย์ ๗เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นนภาวนา
ปหาตัพพเหตุกะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นอวิตักกะ โทมนัสสินทรีย์ เป็นสวิตักกะ
อินทรีย์ ๑๒ เป็นสวิตักกะก็มีเป็นอวิตักกะก็มี อินทรีย์ ๙ เป็นอวิจาระ
โทมนัสสินทรีย์ เป็นสวิจาระ อินทรีย์ ๑๒เป็นสวิจาระก็มี เป็นอวิจาระก็มี
อินทรีย์ ๑๑ เป็นอัปปีติกะ อินทรีย์ ๑๑เป็นสัปปีติกะก็มี เป็นอัปปีติกะก็มี
อินทรีย์ ๑๑ เป็นนปีติสหคตะ อินทรีย์ ๑๑เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติสหคตะก็มี
อินทรีย์ ๑๒ เป็นนสุขสหคตะ อินทรีย์ ๑๐เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นนสุขสหคตะก็มี
อินทรีย์ ๑๒ เป็นนอุเปกขาสหคตะอินทรีย์ ๑๐ เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี เป็นนอุเปกขา
สหคตะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นกามาวจร อินทรีย์ ๓ เป็นนกามาวจร อินทรีย์ ๙
เป็นกามาวจรก็มี เป็นนกามาวจรก็มี อินทรีย์ ๑๓ เป็นนรูปาวจร อินทรีย์ ๙
เป็นรูปาวจรก็มี เป็นนรูปาวจรก็มี อินทรีย์ ๑๔ เป็นนอรูปาวจร อินทรีย์ ๘ เป็น
อรูปาวจรก็มีเป็นนอรูปาวจรก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นปริยาปันนะ อินทรีย์ ๓ เป็น

129
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 130 (เล่ม 35)

อปริยาปันนะอินทรีย์ ๙ เป็นปริยาปันนะก็มี เป็นอปริยาปันนะก็มี อินทรีย์ ๑๑ เป็น
อนิยยานิกะอนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ เป็นนิยยานิกะ อินทรีย์ ๑๐ เป็นนิยยานิกะ
ก็มี เป็นอนิยยานิกะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นอนิยตะ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์ เป็นนิยตะ
อินทรีย์ ๑๑ เป็นนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี อินทรีย์ ๑๐ เป็นสอุตตระอินทรีย์ ๓ เป็นอนุตตระ
อินทรีย์ ๙ เป็นสอุตตระก็มี เป็นอนุตตระก็มี อินทรีย์ ๑๕เป็นอรณะ โทมนัสสินทรีย์ เป็นสรณะ
อินทรีย์ ๖ เป็นสรณะก็มี เป็นอรณะก็มีฉะนี้แล
ปัญหาปุจฉกะ จบ
อินทริยวิภังค์ จบบริบูรณ์

130
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 131 (เล่ม 35)

๖. ปัจจยาการวิภังค์
สุตตันตภาชนีย์
[๒๕๕] สังขารเกิดเพราะอวิชาเป็นปัจจัย
วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็นปัจจัย
นามรูปเกิดเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย
สฬายตนะเกิดเพราะนามรูปเป็นปัจจัย
ผัสสะเกิดเพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย
เวทนาเกิดเพราะผัสสะเป็นปัจจัย
ตัณหาเกิดเพราะเวทนาเป็นปัจจัย
อุปาทานเกิดเพราะตัณหาเป็นปัจจัย
ภพเกิดเพราะอุปาทานเป็นปัจจัย
ชาติเกิดเพราะภพเป็นปัจจัย
ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เกิดเพราะชาติเป็นปัจจัย
ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้
[๒๕๖] ในปัจจยาการเหล่านั้น อวิชชา เป็นไฉน
ความไม่รู้ทุกข์ ความไม่รู้ทุกขสมุทัย ความไม่รู้ทุกขนิโรธ ความไม่รู้ทุกขนิโรธคามินี
ปฏิปทา นี้เรียกว่า อวิชชา
[๒๕๗] สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย เป็นไฉน
ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อาเนญชาภิสังขาร กายสังขารวจีสังขาร จิตตสังขาร
ในสังขารเหล่านั้น ปุญญาภิสังขาร เป็นไฉน
กุศลเจตนา เป็นกามาวจร เป็นรูปาวจร ที่สำเร็จด้วยทาน ที่สำเร็จด้วยศีล ที่สำเร็จ
ด้วยภาวนา นี้เรียกว่า ปุญญาภิสังขาร
อปุญญาภิสังขาร เป็นไฉน
อกุศลเจตนาเป็นกามาวจร นี้เรียกว่า อปุญญาภิสังขาร

131