[๕๓๕] รูปที่เรียกว่า รูปสันตติ นั้น เป็นไฉน?
ความเกิดแห่งรูป อันใด อันนั้น เป็นความสืบต่อแห่งรูป รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปสันตติ.
[๕๓๖] รูปที่เรียกว่า รูปชรตา นั้น เป็นไฉน?
ความชรา ความคร่ำคร่า ความมีฟันหลุด ความมีผมหงอก ความมีหนังเหี่ยว ความ
เสื่อมอายุ ความหง่อมแห่งอินทรีย์ แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปชรตา.
[๕๓๗] รูปที่เรียกว่า รูปอนิจจตา นั้น เป็นไฉน?
ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความแตก ความทำลาย ความไม่เที่ยง ความอันตรธาน
แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปอนิจจตา.
[๕๓๘] รูปที่เรียกว่า กพฬิงการาหาร นั้น เป็นไฉน?
ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม เนยใส เนยข้น น้ำมัน
น้ำผึ้ง น้ำอ้อย หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ อันเป็นของใส่ปาก ขบเคี้ยว กลืนกิน อิ่มท้อง ของ
สัตว์นั้นๆ ในชนบทใดๆ สัตว์ทั้งหลาย เลี้ยงชีวิตด้วยโอชา อันใด รูปทั้งนี้ เรียกว่า
กพฬิงการาหาร.
รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทา.
อุปาทาภาชนีย์ จบ.
ปฐมภาณวาร ในรูปกัณฑ์ จบ.
———————-
[๕๓๙] รูปเป็นอนุปาทา นั้น เป็นไฉน?
โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ.
[๕๔๐] รูปที่เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน?
ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสสบาย มีสัมผัส
ไม่สบาย หนัก เบา, สัตว์นี้ ถูกต้องแล้ว หรือถูกต้องอยู่ หรือจักถูกต้อง หรือพึงถูกต้อง
ซึ่งโผฏฐัพพะใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ด้วยกายอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่
กระทบได้, นี้เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า
โผฏฐัพพายตนะ.