พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 327 (เล่ม 32)

อุกขิตตปทุมิยเถราปทานที่ ๑๐ (๓๔๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกปทุมดอกเดียว
[๓๔๒] ในกาลนั้น เราเป็นช่างดอกไม้อยู่ในพระนครหงสวดี เราลงสู่สระปทุม
เลือกเก็บดอกบัวอยู่ พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง
เป็นอุดมบุรุษ ทรงแสวงหาความเจริญแก่เรา จึงเสด็จมาพร้อมด้วยพระ
ขีณาสพตั้งแสน ผู้มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ บริสุทธิ์ได้อภิญญา ๖ เพ่งฌาณ
เราได้เห็นพระสยัมภูผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนายกของโลก จึงเด็ด
ดอกบัวที่ก้านแล้วโยนขึ้นไป [บูชา] ในอากาศในขณะนั้น [ด้วยเปล่งวาจา
ว่า] ข้าแต่พระธีรเจ้า ถ้าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้าเชษฐบุรุษของโลก
ประเสริฐกว่านระ ขอดอกบัวจงไปตั้งอยู่เหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้า
เองเถิด พระมหาวีรเจ้าเชษฐบุรุษของโลก ผู้ประเสริฐกว่านระ ทรงอธิฐาน
แล้ว ดอกบัวเหล่านั้นได้ตั้งอยู่เหนือพระเศียรด้วยพระพุทธานุภาพ ด้วย
กุศลกรรมที่เราทำมาแล้วนั้น และด้วยการตั้งจิตมั่น เราละกายมนุษย์แล้ว
ได้ไปสู่ชั้นดาวดึงส์ ในชั้นดาวดึงส์นั้น วิมานของเราบุญกรรมสร้างให้
อย่างสวยงาม เรียกชื่อว่า สัตตปัตตะ สูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์
เราได้เป็นจอมเทวดาเสวยรัชสมบัติ ในเทวโลกพันครั้ง ได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง และเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับ
มิได้ เราเสวยกรรมของตนที่ตนทำไว้ดีแล้วในปางก่อน ด้วยดอกปทุม
ดอกเดียวนั้นแล เราได้เสวยสมบัติแล้ว ได้กระทำธรรมของพระผู้มีพระ
ภาคพระนามว่า โคดมให้แจ้งชัดแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพ
ขึ้นได้หมดแล้ว เราตัดกิเลสเครื่องผูกขาดเหมือนช้าง ตัดเชือกได้แล้ว
ไม่มีอาสวะอยู่ ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอก
ไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งดอกปทุมดอก

327
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 328 (เล่ม 32)

เดียว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุกขิตตปทุมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน.
———————
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. คันธธูปิยเถราปทาน ๒. อุทกปูชกเถราปทาน
๓. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน ๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน
๕. ผุสสิตกัมมิยเถราปทาน ๖. ปภังกรเถราปทาน
๗. ติณกุฏิทายกเถราปทาน ๘. อุตตเรยยทายกเถราปทาน
๙. ธรรมสวนิยเถราปทาน ๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน
ท่านรวบรวมคาถาทั้งหมดได้ ๑๔๔ คาถา.
จบ คันโธทกวรรคที่ ๓๔
—————–

328
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 329 (เล่ม 32)

เอกปทุมวรรคที่ ๓๕
เอกปทุมิยเถราปทานที่ ๑ (๓๔๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัว
[๓๔๓] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงทำให้แจ้งซึ่ง
ภพน้อยใหญ่ ทรงยังประชุมชนเป็นอันมากให้ข้าม (ทุกข์) ได้ ในกาลนั้น
เราเป็นพระยาหงส์ ผู้ประเสริฐกว่านกทั้งหลาย เราโผลงยังสระน้ำแล้ว
เล่นน้ำอยู่อย่างสำราญใจ ในขณะนั้น พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ
ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จ (เหาะ) มาเหนือสระน้ำ
เราได้เห็นพระสยัมภูผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนายกของโลก จึงหักดอก
บัวหลวงอันเป็นที่รื่นรมย์ใจที่ก้านแล้ว เอาจะงอยปากคาบโยนขึ้นไปใน
อากาศ ได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดด้วยใจอันเลื่อมใสยิ่งนัก พระ
ศาสดาพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประ
ทับอยู่ในอากาศ ได้ทรงทำอนุโมทนาว่า ด้วยดอกปทุมดอกเดียวนี้ และ
ด้วยการตั้งจิตมั่น ท่านจะไม่ต้องไปสู่วินิบาตตลอดแสนกัลป พระสัม
พุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระผู้อุดม ครั้นตรัสอย่างนี้ ทรงสรรเสริญกรรม
ของเราแล้ว ได้เสด็จไปตามพระประสงค์ ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ เราได้
ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธ
บูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกปทุมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกปทุมิยเถราปทาน

329
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 330 (เล่ม 32)

ตีณุปลมาลิยเถราปทานที่ ๒ (๓๔๒)
ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกอุบล ๓ ดอก
[๓๔๔] ในกาลนั้น เราเป็นวานรอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราได้เห็นพระพุทธเจ้า
ผู้ปราศจากกิเลสธุลี ประทับนั่งอยู่ ณ ระหว่างภูเขา ทรงยังทิศทั้งปวงให้
สว่างไสว ดังพระยารังมีดอกบาน ประกอบด้วยพระลักษณะและพยัญชนะ
ครั้นได้เห็นแล้วมีความปลื้มใจ มีจิตเบิกบานโสมนัส มีใจร่าเริงด้วยปีติ ได้
โปรยดอกอุบล ๓ ดอกเหนือพระเศียร ครั้นบูชาดอกไม้แก่พระพุทธเจ้า
พระนามว่าวิปัสสี ผู้แสวงหาคุณใหญ่ เคารพนบนอบแล้ว บ่ายหน้ากลับ
ไปทางทิศอุดร เมื่อเรากำลังเดินกลับด้วยใจอันผ่องใส ตกลงในระหว่าง
ภูเขาหิน ถึงความสิ้นชีวิต ด้วยกุศลกรรมที่เราทำแล้วนั้น และด้วยการ
ตั้งจิตมั่น เราละกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่ชั้นดาวดึงส์ เราได้เสวยรัชสมบัติ
ในเทวโลก ๓๐๐ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง ในกัลปที่
๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ
พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้
ทราบว่า ท่านพระตีณุปลมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตีณุปลมาลิยเถราปทาน.
ธชทายกเถราปทานที่ ๓ (๓๔๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายธง
[๓๔๕] เราเห็นความสิ้นไปแห่งอุปธิทั้ง ๓ จึงให้ยกธงขึ้นบูชาพระศาสดาพระนาม
ว่าติสสะ เชษฐบุรุษของโลก ผู้ประเสริฐกว่านระ ด้วยกุศลกรรมที่เราทำ
แล้วนั้น และด้วยการตั้งจิตมั่น เราละกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่ชั้นดาวดึงส์
ได้เสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๓๐๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐

330
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 331 (เล่ม 32)

ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับมิได้ เรา
ได้เสวยกรรมของตนที่ตนทำไว้ดีแล้วในกาลก่อน ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้
เราได้ทำกรรมในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งการถวายธง วันนี้ถ้าเราปรารถนาก็พึงเอาผ้าโขมะปกปิดแผ่นดินพร้อม
ทั้งป่าและภูเขาได้ นี้เป็นผลเพราะกรรมที่เราทำในกาลนั้น คุณวิเศษเหล่านี้
คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระธชทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ธชทายกเถราปทาน.
ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทานที่ ๔ (๓๔๔)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกหงอนไก่ ๓ ดอก
[๓๔๖] มีภูเขาชื่อภูตคณะ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ ที่ภูเขานั้น เราได้เห็นผ้า
บังสุกุลแขวนห้อยอยู่บนยอดไม้ ขณะนั้นเราได้เลือกเก็บเอาดอกหงอนไก่
๓ ดอก มาบูชาผ้าบังสุกุลด้วยจิตโสมนัสยินดี ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้
เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น
ผลแห่งดอกไม้ ๓ ดอก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระตีณิกิงกณิปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน.

331
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 332 (เล่ม 32)

นฬาคาริกเถราปทานที่ ๕ (๓๔๕)
ว่าด้วยผลแห่งถวายที่จงกรม
[๓๔๗] มีภูเขาชื่อหาริกะ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ พระภิกษุมีนามชื่อสยัมภู
อยู่ที่โคนไม้ ในกาลนั้น เราได้ทำเรือนไม้อ้อ (ไม้รวก) มุงบังด้วยหญ้า
แผ้วถางที่จงกรมแล้ว ได้ถวายแก่พระสยัมภู ในกัลปที่ ๑๔ เรารื่นรมย์
อยู่ในเทวโลก ได้เสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๗๔ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิ ๗๗ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคนานับ
มิได้ ภพของเราสูงเยี่ยม เหมือนไม้เท้าพระอินทร์ วิมานของเรามีเสา
พันต้น ไม่มีชื่อ มีสีเลื่อมประภัสสร (ไม่มีวิมานอื่นเหมือน) เราเสวย
สมบัติทั้งสองแล้ว อันกุศลมูลตักเตือนจึงออกบวชในศาสนาของพระผู้มี
พระภาคพระนามว่าโคดม เราเป็นผู้ทำความเพียร มีตนส่งไปแล้ว สงบ
ระงับ ไม่มีอุปธิ ตัดกิเลสเครื่องผูก เหมือนช้างตัดเชือกแล้ว ไม่มีอาสวะ
อยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนฬาคาริกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ นฬาคาริกเถราปทาน
จัมปกปุปผิยเถราปทานที่ ๖ (๓๔๖)
ว่าด้วยผลแห่งพุทธบูชา
[๓๔๘] มีภูเขาชื่อฉาปละ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ พระพุทธเจ้าพระนามว่า
สุทัสสนะ ประทับอยู่ในระหว่างภูเขา เราถือดอกจำปาเหาะไปทางอากาศ
ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี ผู้ข้ามพ้นโอฆะ ไม่มีอาสวะ
ขณะนั้นเราวางดอกจำปา ๗ ดอกไว้บนศีรษะ บูชาแด่พระพุทธเจ้าผู้สยัมภู
ผู้ทรงแสวงหาประโยชน์อันใหญ่หลวง ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้
บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้

332
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 333 (เล่ม 32)

เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจัมปกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ จัมปกปุปผิยเถราปทาน.
ปทุมปูชกเถราปทานที่ ๗ (๓๔๗)
ว่าด้วยผลแห่งพุทธบูชา
[๓๔๙] มีภูเขาชื่อโรมสะ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ ก็เวลานั้น พระพุทธเจ้า
พระนามว่าโสภิตะ ประทับอยู่ ณ ที่แจ้ง เราออกจากที่อยู่มากั้นดอกบัว
หลวง (บังแดด) ถวาย ครั้นกั้นอยู่วันหนึ่งแล้ว จึงกลับมาสู่ที่อยู่อีก
ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ
บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้
คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปทุมปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปทุมปูชกเถราปทาน.
จบภาณวารที่ ๑๓
ติณมุฏฐิทายกเถราปทานที่ ๘ (๓๔๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายหญ้ากำมือเดียว
[๓๕๐] มีภูเขาชื่อลัมพกะ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า
อุปติสสะ เสด็จจงกรมอยู่ในที่แจ้ง ในกาลก่อนเราเป็นพรานเนื้ออยู่
(เที่ยวไป) ในป่าใหญ่ ได้พบพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ประเสริฐกว่า
เทวดา เป็นสยัมภูผู้ไม่แพ้อะไรๆ ขณะนั้น เรามีจิตเลื่อมใสยิ่งนัก ได้

333
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 334 (เล่ม 32)

ถวายหญ้ากำมือหนึ่งสำหรับประทับนั่ง แด่พระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอัน
ใหญ่หลวงพระองค์นั้น ครั้นถวายแก่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าเทวดาแล้ว
ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า แล้วบ่ายหน้ากลับไป
ทางทิศอุดร พอเราไปได้ไม่นานสีหะได้เบียดเบียนเรา เราถูกสีหะทำให้
ล้มลงแล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น (เพราะ) กรรมที่เราทำแล้วในสำนัก
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ไม่มีอาสวะ เราได้ไปสู่เทวโลก เหมือนกำลังลูกศร
พ้นจากแล่ง ในเทวโลกนั้น มีปราสาทงามอันบุญกรรมนิรมิต (ใน
ปราสาทนั้น) มีเครื่องประดับพันหนึ่ง ลูกคลีหนัง ๗ ลูก ธงสีเขียว
รัศมีของปราสาทนั้นพุ่งออกขึ้นไปสูงเหมือนพระจันทร์ เราเกลื่อนกล่น
ด้วยนางเทพกัญญา เบิกบานด้วยวัตถุกามและกิเลสกาม เราอันกุศลมูล
มูลตักเตือนแล้ว จุติจากเทวโลกมาสู่ความเป็นมนุษย์แล้ว ได้บรรลุความ
สิ้นอาสวะ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายที่นั่ง ด้วยทานนั้น เรา
ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งหญ้ากำมือเดียว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ
พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติณมุฎฐิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน.
ตินทุกผลทายกเถราปทานที่ ๙ (๓๔๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะพลับ
[๓๕๑] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้โชติช่วงดังดอกกรรณิการ์ ปราศจากกิเลสธุลี
ข้ามโอฆะได้แล้ว ไม่มีอาสวะ ประทับนั่งในระหว่างภูเขา เราเห็นต้น
มะพลับกำลังมีผล จึงหักเอามาพร้อมทั้งก้าน มีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้
ถวายแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าเวสสภู ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้
ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
การถวายผลไม้ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ

334
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 335 (เล่ม 32)

อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระตินทุกผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล
จบ ตินทุกผลทายกเถราปทาน.
เอกัญชลิยเถราปทานที่ ๑๐ (๓๕๐)
ว่าด้วยผลแห่งอัญชลีกร
[๓๕๒] ในกาลนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าเรวตะ ประทับอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ
เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี มีรัศมีรุ่งเรืองดังพระจันทร์มี
พระพักตร์เบิกบานดังปากเบ้า มีรัศมีสุกสะกาวเช่นกับถ่านเพลิงไม้ตะเคียน
รุ่งโรจน์เหมือนดาวประกายพฤกษ์ เราได้ประนมกรอัญชลี ในกัลปที่ ๙๔
แต่กัลปนี้ เราได้ประนมกรอัญชลีใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการประนมกรอัญชลี คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำแจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกัญชลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกัญชลิยเถราปทาน.
——————
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. เอกปทุมิยเถราปทาน ๒. ตีณุปลมาลิยเถราปทาน
๓. ธชทายกเถราปทาน ๔. ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน
๕. นฬาคาริกเถราปทาน ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน
๗. ปทุมปูชกเถราปทาน ๘. ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน
๙. ตินทุกผลทายกเถราปทาน ๑๐. เอกัญชลิยเถราปทาน
บัณฑิตทั้งหลายคำนวณคาถาได้ ๖๖ คาถา.
จบ เอกปทุมวรรคที่ ๓๕.
——————

335
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 336 (เล่ม 32)

สัททสัญญิกวรรคที่ ๓๖
สัททสัญญิกเถราปทานที่ ๑ (๓๕๑)
ว่าด้วยผลแห่งความเลื่อมใส
[๓๕๓] ครั้งก่อน เราเป็นพรานเนื้อ (เที่ยว) อยู่ในป่าใหญ่ ได้พบพระสัมพุทธเจ้า
อันแวดล้อมด้วยสงฆ์สองฝ่ายในป่านั้น ซึ่งกำลังทรงประกาศสัจจะ ๔
ทรงรื้อถอน (ช่วยเหลือ) มหาชน เราได้ฟังพระวาจาอันไพเราะเปรียบ
ด้วยเสียงนกการะเวกของมหามุนีพระนามว่าสิขี มีพระสำเนียงดังพรหม
เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระสำเนียงแล้ว ได้บรรลุ
ความสิ้นอาสวะ ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น
ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งความเลื่อมใส คุณ
วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้
แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัททสัญญิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัททสัญญิกเถราปทาน.
ยวกลาปิยเถราปทานที่ ๒ (๓๕๒)
ว่าด้วยผลแห่งการลาดหญ้า
[๓๕๔] ในกาลนั้น เราเป็นคนเกี่ยวหญ้าอยู่ในนครอรุณวดี ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า
ที่หนทาง จึงลาดกำหญ้าถวาย (ให้ประทับ) พระพุทธเจ้าพระนามว่า
สิขี ผู้ทรงอนุเคราะห์ ทรงมีพระกรุณา เป็นอัครนายกของโลก ทรงทราบ
ความดำริของเรา จึงประทับนั่งบนลาดหญ้า เราเห็นพระองค์ผู้ปราศจาก
มลทิน ผู้เพ่งพินิจมาก เป็นผู้แนะนำดี เกิดความปราโมทย์แล้ว ทำกาล
กิริยา ณ ที่นั้น ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น
ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลเพราะลาดหญ้า คุณวิเศษ

336