พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 287 (เล่ม 32)

จิตกปูชกวรรคที่ ๓๐
จิตกปูชกเถราปทานที่ ๑ (๒๙๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ต่างๆ
[๒๙๓] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามชื่อว่า อชิตะ เราประสงค์จะทำการ
บูชา จึงรวบรวมดอกไม้ต่างๆ ไว้ เราได้เห็นจิตกาธารของพระพุทธเจ้า
พระนามว่า สิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลกอันรุ่งเรืองอยู่ จึงนำเอาดอกไม้
นั้นมาบูชาที่จิตกาธาร ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ใน
กัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ จอมมนุษย์ ๗ พระองค์
ทรงพระนามว่า สุปัชชลิตะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจิตกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ จิตกปูชกเถราปทาน.
ปุปผธารกเถราปทานที่ ๒ (๒๙๒)
ว่าด้วยผลแห่งการยกดอกไม้ขึ้นบูชา
[๒๙๔] เราเป็นผู้นุ่งผ้าเปลือกไม้คากรอง ห่มหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างซ้าย ยังอภิญ
ญา ๕ ให้บังเกิดแล้ว เป็นผู้ลูบคลำพระจันทร์ได้ เราได้เห็นพระศาสดาพระ
นามว่าวิปัสสี ผู้ส่องโลกให้สว่างไสว ซึ่งเสด็จมาถึงสำนักเรา เราจึงยก
ดอกแคฝอยขึ้นบูชาแด่พระองค์ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ยกดอกไม้
ใดขึ้นบูชา ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการยกดอกไม้
ขึ้นบูชา ในกัลปที่ ๘๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง

287
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 288 (เล่ม 32)

เป็นใหญ่ในแผ่นดิน พระนามว่า สมันตธรณะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้
คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปุปผธารกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปุปผธารกเถราปทาน.
ฉัตตทายกเถราปทานที่ ๓ (๒๙๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายฉัตร
[๒๙๕] ในกาลนั้น บุตรของเราบวชแล้ว นุ่งห่มผ้ากาสายะ แล้วท่านนั้นบรรลุถึง
ความเป็นพระพุทธะ อันชาวโลกบูชา นิพพานแล้ว เราค้นหาบุตรของตน
ไปทางเบื้องหลังอาราม ได้ไปถึงจิตกาธารแห่งบุตรของเราผู้ดับแล้ว เป็น
ผู้ใหญ่ เราประนมกรอัญชลี ไหว้จิตกาธารที่ป่าช้านั้น และยกฉัตรขาวขึ้น
ตั้งประดิษฐานไว้ (บูชา) ในกาลนั้น ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้
ยกฉัตรขึ้น (บูชา) ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งการถวายฉัตร ในกัลปที่ ๒๕ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗
พระองค์ เป็นจอมแห่งชน มีพระนามว่ามหารหะ มีพลมาก คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด
แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระฉัตตทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ฉัตตทายกเถราปทาน.
สัททสัญญกเถราปทานที่ ๔ (๒๙๔)
ว่าด้วยผลแห่งการได้สัททสัญญา
[๒๙๖] เมื่อพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ความเลื่อมใสของเรามีอย่างไพบูลย์ ความปรากฏ
แห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ผู้แสวงหาคุณใหญ่ ได้มีในโลก เราได้
ฟังแต่เสียงในความปรากฏนั้น แต่ไม่ได้เห็นพระชินเจ้า เมื่อเราจะทำกาล

288
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 289 (เล่ม 32)

กิริยา ได้ระลึกถึงความจำหมายในพระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้
เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัททสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัททสัญญกเถราปทาน
โคสีสนิกเขปกเถราปทานที่ ๕ (๒๙๕)
ว่าด้วยผลแห่งการลาดไม้จันทน์ขาว
[๒๙๗] เราออกจากประตูพระอารามแล้ว ได้ลาด (ทอด) ไม้จันทน์ขาวไว้ (เพื่อ
ให้สงฆ์เดิน) เราได้เสวยกรรมของตน นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม ม้า
สินธพอาชาไนย มีกำลังวิ่งเร็วดังลม เป็นพาหนะเร็ว เราได้เสวยผลนั้น
ทั้งหมด นี้เป็นผลแห่งการลาดไม้จันทน์ขาว โอ กุศลสมภารน้อย (กลับ)
ให้ผลมากมาย เราทำดีในเขตดี ผลอื่นไม่ได้เสี้ยวแห่งกุศล สมภารที่เรา
ทำในสงฆ์ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ลาดไม้จันทร์ขาว ในกัลปที่
๗๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง มีนามว่าสุปติฏฐิตะ
มีเดชมาก มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโคสีสนิกเขปกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ โคสีสนิกเขปกเถราปทาน.

289
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 290 (เล่ม 32)

ปทปูชกเถราปทานที่ ๖ (๒๙๖)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาพระบาท
[๒๙๘] ในกาลนั้น เราเป็นกินนรอยู่ที่ภูเขาหิมวันต์ เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้
ปราศจากธุลี มีรัศมีผุดผ่องดังพระจันทร์ เวลานั้น เราได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
พระนามว่าวิปัสสี ผู้นำโลกแล้วได้เอา (น้ำ) แก่นจันทน์และกฤษณา
รดลงที่พระบาท ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระบาทใด ด้วย
การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระบาท คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง
ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปทปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปทปูชกเถราปทาน.
เทสกิตติกเถราปทานที่ ๗ (๒๙๗)
ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ
[๒๙๙] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามว่าอุปสาลหกะ เราเข้าไปยังป่าชัฏ ได้
เห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะของโลก ประเสริฐกว่านระ ผู้ควรรับเครื่อง
บูชาของโลก แล้วได้ถวายบังคมแทบพระบาท พระพุทธเจ้าทรงทราบว่าเรา
มีจิตเลื่อมใสแล้ว ทรงหายไป เราออกจากป่าแล้ว ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้
ประเสริฐสุด เราสรรเสริญประเทศนั้นแล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอด
กัลป ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญประเทศใด ด้วยการ
สรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด
แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเทสกิตติกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เทสกิตติกเถราปทาน.

290
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 291 (เล่ม 32)

สรณคมนิยเถราปทานที่ ๘ (๒๙๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถึงสรณะ
[๓๐๐] ในกาลนั้น เราเป็นพรานอยู่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ เราได้เห็นพระพุทธเจ้า
พระนามว่าวิปัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ได้เข้าเฝ้าพระ
สัมพุทธเจ้าแล้ว ทำไวยาวัจกร ได้เข้าถึงพระองค์ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่
เป็นสรณะ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถึงสรณะใด ด้วยการถึงสรณะ
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถึงสรณะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ
พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสรณคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สรณคมนิยเถราปทาน.
อัมพปิณฑิยเถราปทานที่ ๙ (๒๙๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะม่วง
[๓๐๑] เราปรากฏว่าเป็นทานพ (อสูร) มีนามชื่อว่าโรมสะ เราได้ถวายผลมะม่วง
แก่พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้แสวงหาคุณใหญ่ กัลปนี้ ๙๑ แต่กัลป
นี้ เราได้ถวายผลมะม่วงใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายผลมะม่วง คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอัมพปิณฑิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อัมพปิณฑิยเถราปทาน.
อนุสังสาวกเถราปทานที่ ๑๐ (๓๐๐)
ว่าด้วยผลแห่งการประกาศคุณวิเศษ
[๓๐๒] เราได้เห็นพระชินเจ้า พระนามว่าวิปัสสี กำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาต จึงได้
ถวายภิกษาทัพพีหนึ่งแก่พระองค์ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ ในกาลนั้น เรามี

291
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 292 (เล่ม 32)

จิตเลื่อมใสโสมนัสได้ถวายบังคม (และ) ได้ประกาศพระพุทธเจ้าให้มหาชน
ทราบ เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้
ประกาศให้มหาชนทราบ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
การประกาศ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอนุสังสาวกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อนุสังสาวกเถราปทาน.
——————–
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. จิตกปูชกเถราปทาน ๒. ปุปผธารกเถราปทาน
๓. ฉัตตทายกเถราปทาน ๔. สัททสัญญกเถราปทาน
๕. โคสีสนิกเขปกเถราปทาน ๖. ปทปูชกเถราปทาน
๗. เทสกิตติกเถราปทาน ๘. สรณคมนิยเถราปทาน
๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน ๑๐. อนุสังสาวกเถราปทาน
บัณฑิตคำนวนคาถาได้ ๔๗ คาถา.
จบ จิตกปูชกวรรคที่ ๓๐.
——————
อนึ่ง รวมวรรคได้ ๓๐ วรรค คือ
๑. กณิการปุปผิยวรรค ๒. หัตถิวรรค
๓. อาลัมพนทายกวรรค ๔. อุทกาสนทายิวรรค
๕. ตุวรทายิวรรค ๖. โถมกวรรค
๗. ปทุมุกเขปวรรค ๘. สุวรรณพิมโพหนวรรค
๙. ปรรณทายวรรค ๑๐. จิตกปูชกวรรค
คาถาทั้งหมดมี ๔๕๑ คาถา บัณฑิตผู้แสดงอรรถ คำนวณบททั้งหมดได้ ๕๕๗๒ บท.
จบหมวดร้อยที่ ๓.

292
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 293 (เล่ม 32)

ปทุมเกสริยวรรคที่ ๓๑
ปทุมเกสริยเถราปทานที่ ๑ (๓๐๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยการโปรยเกสรดอกบัว
[๓๐๓] ในกาลก่อน เราเป็นช้างพลายมาตังคะ อยู่ในที่ใกล้หมู่ฤาษีปัจเจกพุทธเจ้า
เรามีความเลื่อมใส ได้เอาเกสรดอกบัว โปรยลงบูชาแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า
ผู้แสวงหาคุณใหญ่ เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ
สุด กำจัดราคะแล้ว ผู้คงที่เหล่านั้น แล้วบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป
ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้โปรยเกสรดอกบัวบูชาในกาลนั้น ด้วยกรรม
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ
ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปทุมเกสริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปทุมเกสริยเถราปทาน.
สรรพคันธิยเถราปทานที่ ๒ (๓๐๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายของหอมและดอกไม้
[๓๐๔] เราได้ถวายของหอมและดอกไม้แก่พระพุทธเจ้า พระนามว่าวิปัสสี ผู้
แสวงหาคุณใหญ่ ได้ถวายผ้าโกสัยอย่างดีแก่พระองค์ผู้ซื่อตรง ในกัลป
ที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายของหอมใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่
รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายของหอม ในกัลปที่ ๑๕ แต่กัลปนี้
ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าสุเวละ ทรงสมบูรณ์ด้วย
แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

293
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 294 (เล่ม 32)

และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสรรพคันธิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สรรพคันธิยเถราปทาน.
ปรมันนทายกเถราปทานที่ ๓ (๓๐๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายข้าวอย่างดี
[๓๐๕] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้โชติช่วงดังดอกกรรณิการ์ มี
รัศมีรุ่งเรืองดังอาทิตย์อุทัย เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ เรา
ประนมกรอัญชลีแล้ว นำเสด็จมาสู่เรือนของตน ครั้นนำเสด็จพระสัม
พุทธเจ้ามาถึงแล้ว ได้ถวายข้าวอย่างดีเยี่ยม ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้
เราได้ถวายข้าวอย่างดีเยี่ยมในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายข้าวอย่างดีเยี่ยม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เรา
ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปรมันนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปรมันนทายกเถราปทาน.
ธรรมสัญญกเถราปทานที่ ๔ (๓๐๔)
ว่าด้วยผลแห่งการฟังธรรม
[๓๐๖] ได้มีการฉลองพระมหาโพธิแห่งพระผู้มีพระภาค พระนามว่าวิปัสสี พระ
สัมพุทธเจ้าเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ปรากฏเหมือนว่าประ
ทับอยู่ ณ โคนไม้โพธิ สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคแวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์
ทรงประกาศ (อริย) สัจจะ ๔ ทรงเปล่งอาสภิวาจา พระสัมพุทธเจ้าผู้มี
กิเลสดังหลังคาเปิด ทรงแสดงโดยย่อ และทรงแสดงโดยพิสดารแล้ว

294
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 295 (เล่ม 32)

ทรงยังมหาชนให้ดับร้อน เราได้ฟังธรรมของพระองค์ เชษฐบุรุษของโลก
ผู้คงที่ ถวายบังคมแทบพระบาทของพระศาสดาแล้ว บ่ายหน้ากลับไปทาง
ทิศอุดร ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ฟังธรรมใดในกาลนั้น ด้วยการ
ฟังธรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการฟังธรรม ในกัลปที่ ๓๓
แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มี
นามชื่อว่าสุตวา มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระธรรมสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ธรรมสัญญกเถราปทาน
ผลทายกเถราปทานที่ ๕ (๓๐๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลไม้
[๓๐๗] ในกาลนั้น มีอาศรมอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำภาคีรสี เราถือผลไม้เดินมาสู่อาศรมนั้น
ช้าๆ ณ ที่นั้น เราได้พบพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้มีรัศมีรุ่งเรือง
ดังพระจันทร์ เราได้ถวายผลไม้ของเราที่มีอยู่ทั้งหมดแด่พระศาสดา ใน
กัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เรา
ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ผลทายกเถราปทาน

295
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 296 (เล่ม 32)

สัมปสาทิกเถราปทานที่ ๖ (๓๐๖)
ว่าด้วยผลแห่งความเลื่อมใสคุณวิเศษ
[๓๐๘] ขอนอบน้อมแด่พระองค์ผู้เป็นพระพุทธวีรเจ้า พระองค์พ้นแล้วในที่ทั้งปวง
ข้าพระองค์เป็นผู้ถึงความวิบัติ ขอพระองค์ได้โปรดเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์
นั้นเถิด พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ เป็นบุคคลไม่มีใครเปรียบในโลก
ทรงพยากรณ์แก่เราว่า พระสงฆ์เสมอด้วยมหาสมุทรประมาณมิได้ สูงสุด
ท่านจงยังจิตให้เลื่อมใสในพระสงฆ์นั้น ผู้ปราศจากธุลี เป็นเขตบุญที่ให้ผล
ไม่สิ้นสุด ดังปลูกพืชที่ดีไว้ฉะนั้น พระสัพพัญญูเชษฐบุรุษของโลก
ประเสริฐกว่านระ ตรัสดังนี้ ทรงพร่ำสอนเราอย่างนี้แล้ว เสด็จเหาะ
ขึ้นสู่พื้นเวหาส เมื่อพระสัพพัญญูผู้ประเสริฐกว่านระ พอเสด็จไปไม่
นาน เราก็ถึงกาลกิริยา แล้วได้อุบัติยังชั้นดุสิตในกาลนั้น เรายังจิตให้
เลื่อมใสในพระสงฆ์ผู้ปราศจากธุลี เป็นเขตบุญที่ให้ผลไม่สิ้นสุด แล้ว
บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ความ
เลื่อมใสในกาลนั้น ด้วยความเลื่อมใสนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น
ผลแห่งความเลื่อมใส คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัมปสาทิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัมปสาทิกเถราปทาน.
อารามทายกเถราปทานที่ ๗ (๓๐๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาราม
[๓๐๙] เราได้ปลูกสร้างอารามถวายแด่พระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะ ใกล้
หมู่ไม้มีเงาร่มเย็น มีฝูงนกเข้าอยู่อาศัย เราได้พบพระพุทธเจ้าผู้ปราศจาก
ธุลี สมควรรับเครื่องบูชา เราจึงน้อมถวายอารามกะพระองค์ ผู้เป็น
เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ เรามีจิตโสมนัสยินดี ได้ถวายผลไม้

296