พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 197 (เล่ม 32)

พันธุชีวกวรรคที่ ๑๖
พันธุชีวกเถราปทานที่ ๑ (๑๕๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยพวงมาลัยดอกชะบา
[๑๕๓] เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี ผู้ปราศจากมลทินบริสุทธิ์ผ่องใส
ไม่ขุ่นมัวดังพระจันทร์ มีความเพลิดเพลินและภพสิ้นแล้ว ทรงข้ามตัณหา
ในโลกแล้ว ผู้ยังหมู่ชนให้ดับ ทรงข้ามเองแล้วยังหมู่ชนให้ข้าม เป็นมุนี
เพ่งฌานอยู่ในป่า มีจิตเป็นอารมณ์เดียวตั้งมั่นด้วยดี เราร้อยดอกชะบา
หลายดอกไว้ในเส้นด้ายแล้ว บูชาพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิขีผู้เป็นเผ่า
พันธุ์ของโลก ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมในกาลนั้น ด้วยกรรม
นั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๗ แต่กัลปนี้ เรา
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าสมันตจักษุ เป็นจอมมนุษย์ มีบริวาร
มาก มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระพันธุชีวกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ พันธุชีวกเถราปทาน.
ตัมพปุปผิยเถราปทานที่ ๒ (๑๕๒)
ว่าด้วยผลแห่งการทำความสะอาดต้นโพธิ์
[๑๕๔] เราเป็นผู้ประกอบในการทำกรรมของบุคคลอื่น ได้ทำความผิดเพียบพร้อม
ด้วยภัยและเวร จึงวิ่งหนีไปตามชายป่า ได้เห็นต้นไม้มีดอกเป็นกลุ่มก้อน
บานสะพรั่ง จึงถือเอาดอกมันแดงไปเกลี่ยลงที่โพธิฤกษ์ ได้กวาดไม้แค
ฝอย อันเป็นไม้โพธิ์อันอุดมนั้นแล้ว เข้าไปนั่งคู้บัลลังก์ (ขัดสมาธิ) ที่
โคนโพธิ์ ชนทั้งหลายแสวงหาทางไปอยู่ ได้มาสู่ที่ใกล้เรา และเราเห็นชน

197
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 198 (เล่ม 32)

เหล่านั้น ณ ที่นั้นแล้ว คำนึงถึงโพธิพฤกษ์อันอุดมและเรามีใจผ่องใส
ไหว้โพธิพฤกษ์แล้ว ตกลงในเหวที่น่ากลัวอันลึกหลายชั่วลำตาล ในกัลป
ที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาโพธิพฤกษ์ด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาโพธิพฤกษ์ และในกัลปที่ ๓ แต่
กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราช ทรงพระนามว่าสัมมสิตะ ทรงสมบูรณ์
ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระตัมพปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตัมพปุปผิยเถราปทาน.
วีถิสัมมัชชกเถราปทานที่ ๓ (๑๕๓)
ว่าด้วยผลแห่งการกวาดถนนยกธง
[๑๕๕] เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้นำของโลก เป็นจอมสัตว์ประเสริฐกว่านระ มี
พระรัศมีเปล่งปลั่งดังพระอาทิตย์อุทัยเหลืองอร่ามเหมือนพระจันทร์ เสด็จ
ดำเนินไปเหมือนพระจันทร์ในวันเพ็ญ ภิกษุสงฆ์ ๖๘๐๐๐ ล้วนเป็นพระ
ขีณาสพแวดล้อม เราจึงกวาดถนนนั้น ในเมื่อพระผู้มีพระภาคผู้นำของโลก
เสด็จไป ได้ยกธงขึ้นที่ถนนนั้น ด้วยจิตอันเลื่อมใส ในกัลปที่ ๙๑ แต่
กัลปนี้ เราได้ยกธงใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ
ถวายธงในกัลปที่ ๔ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระราชามีพลมาก สมบูรณ์
ด้วยอาการทั้งปวง ปรากฏชื่อว่าสุธชะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระวีถิสัมมัชชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ วีถิสัมมัชชกเถราปทาน.

198
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 199 (เล่ม 32)

กักการุปูชกเถราปทานที่ ๔ (๑๕๔)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกฟักทิพย์
[๑๕๖] เราเป็นเทพบุตร ได้บูชาพระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกพระนามว่าสิขี ได้ถือ
เอาดอกฟักทิพย์ไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้
บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้
เป็นผลแห่งพุทธบูชา และในกัลปที่ ๙ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราช
มีพระนามว่าสัตตุตตมะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ
ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกักการุปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะนี้แล.
จบ กักการุปูชกเถราปทาน.
มันทารวปุปผปูชกเถราปทานที่ ๕ (๑๕๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกมนทาวัน
[๑๕๗] เราเป็นเทพบุตร ได้บูชาพระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกพระนามว่าสิขี ได้บูชา
แด่พระพุทธเจ้าด้วยดอกมนทารพ พวงมาลัยทิพย์เป็นหลังคาบังร่มในพระ
ตถาคตตลอด ๗ วัน ชนทั้งปวงมาประชุมกันมนัสการพระตถาคต ใน
กัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ
บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๑๐ แต่
กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชมีนามว่าชุตินธระ สมบูรณ์ด้วยแก้ว
๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมันทารวปุปผปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน.

199
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 200 (เล่ม 32)

กทัมพปุปผิยเถราปทานที่ ๖ (๑๕๖)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกกระทุ่ม
[๑๕๘] มีภูเขาชื่อกุกกุฏะอยู่ในที่ไม่ไกลแต่ภูเขาหิมวันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า ๗
องค์อยู่ใกล้เชิงภูเขานั้น เราเห็นต้นกระทุ่มมีดอกบาน ดังพระจันทร์ขึ้นไป
บนท้องฟ้า จึงประคองด้วยมือทั้งสอง บูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๗ องค์
ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด
ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระปัจเจก
พุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์
ทรงพระนามว่าปุปผะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด
แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกทัมพปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กทัมพปุปผิยเถราปทาน.
ติณสูลกเถราปทานที่ ๗ (๑๕๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกมะลิซ้อน
[๑๕๙] มีภูเขาชื่อภูตคณะอยู่ในที่ไม่ไกลแต่ภูเขาหิมวันต์ พระชินปัจเจกพุทธเจ้า
องค์หนึ่ง สละโลกแล้วมาอยู่ ณ ภูเขานั้น เราถือเอาดอกมะลิซ้อนไปบูชา
แด่พระพุทธเจ้า เราไม่ตกลงในจตุราบายตลอด ๙ หมื่นกัลป (แสนกัลป
หย่อนหนึ่ง) ในกัลปที่ ๑๑ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
พระองค์หนึ่ง มีพระนามว่าธรณีรุหะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพล
มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ
ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติณสูลกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติณสูลกเถราปทาน.

200
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 201 (เล่ม 32)

นาคปุปผิยเถราปทานที่ ๘ (๑๕๘)
ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกสารภีที่ทางเสด็จ
[๑๖๐] (เราเป็น) พราหมณ์มีนามชื่อว่าสุวัจฉะ เป็นผู้รู้จบมนต์แวดล้อมด้วยพวก
ศิษย์ของตน อยู่ ณ ระหว่างภูเขา พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ผู้
สมควรรับเครื่องบูชาพระองค์ทรงประสงค์จะรื้อถอน (ช่วยเหลือ) เรา
จึงเสด็จมายังสำนักเรา เสด็จจงกรมอยู่บนเวหาส เหมือนประทีปอันโพลง
ฉะนั้น ทรงทราบว่าเรายินดีแล้ว บ่ายพระพักตร์กลับไปทางทิศประจิม
ก็เราได้เห็นความอัศจรรย์อันไม่เคยมี ขนพองสยองเกล้านั้นแล้ว ได้เก็บ
เอาดอกสารภีไปโปรยลงที่ทางเสด็จไป ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ เราโปรย
ดอกไม้ใดด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราไม่เข้าถึงทุคติเลย ในกัลปที่ ๓๑
แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช มีพระนามว่ามหารถะ สมบูรณ์
ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา
ได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล.
ทราบว่า ท่านพระนาคปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ นาคปุปผิยเถราปทาน.
ปุนนาคปุปผิยเถราปทานที่ ๙ (๑๕๙)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกบุนนาค
[๑๖๑] เราเป็นนายพรานเข้าไปสู่ป่าใหญ่ ได้เห็นดอกบุนนาคกำลังบาน จึงระลึก
ถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ได้เก็บเอาดอกบุนนาคนั้นอันมีกลิ่นหอม
ตระหลบอบอวลแล้ว ได้ก่อสถูปที่กองทรายบูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลป
ที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เรา

201
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 202 (เล่ม 32)

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง มีนามว่าตโมนุทะ สมบูรณ์ด้วย
แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปุนนาคปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน.
กุมุททายกเถราปทานที่ ๑๐ (๑๖๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกบัวโกมุท
[๑๖๒] ณ ที่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ มีสระใหญ่สระหนึ่ง (สระธรรมชาติ) ดาดาษด้วย
ดอกปทุม (บัวหลวง) และดอกอุบล (บัวเขียว) สะพรั่งด้วยดอกปุณ
ฑริก (บัวขาว) ในกาลนั้น เราเป็นนกมีนามชื่อว่ากุกกุฏะ อาศัยอยู่
ใกล้สระนั้น เป็นผู้มีศีลสมบูรณ์ด้วยวัตร ฉลาดในบุญและมิใช่บุญ พระ
มหามุนีพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จ
สัญจรไปในที่ไม่ไกลสระนั้น เราหักดอกบัวโกมุทน้อมถวายแด่พระองค์
พระองค์ทรงทราบความดำริของเราแล้วทรงรับไว้ ครั้นเราถวายทานแล้ว
และอันกุศลมูลตักเตือน เราไม่ได้เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัลป ในกัลป
ที่ ๑๖๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ พระเจ้าจักรพรรดิ
เหล่านี้มีพระนามว่าวรุณ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกุมุททายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กุมุททายกเถราปทาน.
—————

202
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 203 (เล่ม 32)

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. พันธุชีวกเถราปทาน ๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน
๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน ๔. กักการุปูชกเถราปทาน
๕. มันทาวรปุปผปูชกเถราปทาน ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน
๗. ติณสูลกเถราปทาน ๘. นาคปุปผิยเถราปทาน
๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน
บัณฑิตกล่าวคาถาไว้ ๕๖ คาถา.
จบ พันธุชีวกวรรคที่ ๑๖.
————–

203
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 204 (เล่ม 32)

สุปาริจริยวรรคที่ ๑๗
สุปาริจริยเถราปทานที่ ๑ (๑๖๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบำรุงพระศาสดา
[๑๖๓] พระผู้มีพระภาคผู้เป็นจอมสัตว์ ประเสริฐกว่านระ มีพระนามว่าปทุม ผู้
มีพระจักษุ เสด็จออกจากป่าใหญ่แล้ว ทรงแสดงธรรมอยู่ ในขณะนั้น
ได้มีการประชุมแห่งเทวดาทั้งหลาย ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค เทวดา
ทั้งหลายมาประชุมกันด้วยกิจบางอย่าง ได้เห็นอย่างแจ้งชัด เราได้ทราบ
(ได้ยิน) พระสุรเสียงที่ทรงแสดงอมฤตธรรมของพระพุทธเจ้า มีจิต
เลื่อมใสมีใจโสมนัส ปรบมือแล้วเข้าไปบำรุง เราเห็นผลแห่งการบำรุง
พระศาสดาที่ประพฤติด้วยดี ใน ๓๐,๐๐๐ กัลป เราไม่เข้าถึงทุคติเลย ใน
กัลปที่ ๒,๙๐๐ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ มีนามว่าสมลังกตะ ทรงสมบูรณ์
ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณสมบัติเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสุปาริจริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สุปาริจริยเถราปทาน.
กณเวรปุปผิยเถราปทานที่ ๒ (๑๖๒)
ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกชบาถวาย
[๑๖๔] พระผู้มีพระภาค พระนามว่า สิทธัตถะเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่า
นระ แวดล้อมด้วยพระสาวกทั้งหลาย เสด็จดำเนินไปสู่พระนคร เรา
เป็นผู้ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้คุ้มครองในภายในพระราชวัง เราเข้าไปใน
ปราสาท ได้เห็นพระผู้มีพระภาคผู้นำของโลก จึงถือ (เก็บ) เอาดอกชบา

204
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 205 (เล่ม 32)

ไปโปรยลงในภิกษุสงฆ์ แยกพระพุทธเจ้าไว้แผนกหนึ่ง โปรยดอกชบาลง
บูชายิ่งกว่านั้น ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอก
ไม้ใด ด้วยการบูชานั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลป
ที่ ๘๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงพระนามว่ามหิทธิกะ
สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำ
เสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกณเวรปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กณเวรปุปผิยเถราปทาน
ขัชชทายกเถราปทานที่ ๓ (๑๖๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมะพร้าว
[๑๖๕] ในปางก่อน เราได้ถวายผลไม้แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ และ
ได้ถวายผลมะพร้าวที่สมตติกันว่าควรเคี้ยว ครั้นถวายผลมะพร้าวนั้นแด่พระ
พุทธเจ้า พระนามว่าติสสะ ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวงแล้ว ย่อมบันเทิง
มีความประสงค์สิ่งที่ต้องการก็เข้าถึง (ได้) ตามปรารถนา ในกัลปที่ ๙๒
แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักร
พรรดิราช มีพระนามว่าอินทสมะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี
พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้
ทราบว่า ท่านพระขัชชทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ขัชชทายกเถราปทาน.

205
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ - หน้าที่ 206 (เล่ม 32)

เทสปูชกเถราปทานที่ ๔ (๑๖๔)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาสถานที่
[๑๖๖] ก็พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ผู้ประเสริฐกว่า
นระ เสด็จขึ้นสู่เวหาส เสด็จไปในอากาศ พระศาสดามหามุนี เหาะขึ้น
ไปประทับอยู่ ณ ประเทศใด เรามีจิตเลื่อมใสได้บูชาประเทศนั้น ด้วยมือ
ทั้งสองของตน ในกัลปที่ ๑๘๐๐ แต่กัลปนี้ เราได้เห็นพระมหามุนีใด
ด้วยการเห็นนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาประเทศ ใน
กัลปที่ ๑๑๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า โคสุชาต
ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ
สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ
ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเทสปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เทสปูชกเถราปทาน
กณิการฉทนิยเถราปทานที่ ๕ (๑๖๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยร่มดอกกรรณิการ์
[๑๖๗] พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าเวสสภู เชษฐบุรุษของโลก ผู้ประเสริฐกว่า
นระ เป็นมุนี เสด็จเข้าป่าใหญ่เพื่อทรงพักกลางวัน เวลานั้น เราเก็บ
เอาดอกกรรณิการ์มาทำเป็นร่ม ได้ทำหลังคา (เพดาน) ดอกไม้บูชาแด่
พระพุทธเจ้าในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด
ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่
๒๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ ๘ พระองค์ ทรงพระนาม
ว่าโสณณาภา ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง
ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกณิการฉทนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กณิการฉทนิยเถราปทาน.

206