พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค - หน้าที่ 311 (เล่ม 31)

ยุคนัทธวรรค สุญกถา
[๖๓๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิก
เศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ
ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญพระองค์ตรัสว่า โลกสูญ โลกสูญ ดังนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ด้วยเหตุ
เพียงเท่าไรหนอแล พระองค์จึงตรัสว่า โลกสูญ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ เพราะว่าสูญจากตนและจากสิ่งที่เนื่องด้วยตน
ฉะนั้นเราจึงกล่าวว่าโลกสูญ ดูกรอานนท์ อะไรเล่าสูญจากตนและสิ่งที่เนื่องด้วยตน ดูกรอานนท์
จักษุสูญจากตนและสิ่งที่เนื่องด้วยตนรูปสูญจากตนและสิ่งที่เนื่องด้วยตน จักขุวิญญาณสูญจากตน
และสิ่งที่เนื่องด้วยตนจักขุสัมผัสสูญจากตนและสิ่งที่เนื่องด้วยตน แม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรือ
อทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ก็สูญจากตนและสิ่งที่เนื่องด้วยตน หูสูญ
ฯลฯ เสียงสูญ จมูกสูญ กลิ่นสูญ ลิ้นสูญ รสสูญกายสูญ โผฏฐัพพะสูญ ใจสูญจากตน
และสิ่งที่เนื่องด้วยตน ธรรมารมณ์สูญจากตนและสิ่งที่เนื่องด้วยตน มโนวิญญาณสูญจากตนและ
สิ่งที่เนื่องด้วยตนแม้สุขเวทนา ทุกขเวทนา หรืออทุกขมสุขเวทนา ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัส
เป็นปัจจัย ก็สูญจากตนและสิ่งที่เนื่องด้วยตน เพราะฉะนั้น เราจึงกล่าวว่าโลกสูญ ฯ
[๖๓๔] สิ่งที่สูญสูญ สังขารสูญ วิปริณามธรรมสูญ อัคคบทสูญ ลักษณะสูญ วิก
ขัมภนสูญ ตทังคสูญ สมุจเฉทสูญ ปฏิปัสสัทธิสูญนิสสรณะสูญ ภายในสูญ ภายนอกสูญ
ทั้งภายในและภายนอกสูญ ส่วนที่เสมอกันสูญ ส่วนที่ไม่เสมอกันสูญ ความแสวงหาสูญ ความ
กำหนดสูญความได้เฉพาะสูญ การแทงตลอดสูญ ความเป็นอย่างเดียวสูญ ความเป็นต่างๆ สูญ
ความอดทนสูญ ความอธิษฐานสูญ ความมั่นคงสูญ การครอบงำความเป็นไปแห่งสัมปชานบุคคล
สูญ มีประโยชน์อย่างยิ่งกว่าความสูญทั้งปวง ฯ
[๖๓๕] สิ่งที่สูญสูญเป็นไฉน จักษุสูญจากตน จากสิ่งที่เนื่องด้วยตน จากความ
เที่ยง ความยั่งยืน ความมั่นคง และจากความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดาหูสูญ ฯลฯ จมูกสูญ

311
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค - หน้าที่ 312 (เล่ม 31)

ลิ้นสูญ กายสูญ ใจสูญจากตน จากสิ่งที่เนื่องด้วยตนจากความเที่ยง ความยั่งยืน ความมั่นคง
และจากความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดานี้สิ่งที่สูญสูญ ฯ
[๖๓๖] สังขารสูญเป็นไฉน สังขาร ๓ คือ ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญ
ชาภิสังขาร ปุญญาภิสังขาร สูญจากอปุญญาภิสังขารและอเนญชาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร สูญ
จากปุญญาภิสังขารและอเนญชาภิสังขารอเนญชาภิสังขาร สูญจากปุญญาภิสังขารและอปุญญา
ภิสังขาร นี้สังขาร ๓ ฯ
สังขาร ๓ อีกประการหนึ่ง คือ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร กายสังขาร สูญ
จากวจีสังขารและจิตตสังขาร วจีสังขาร สูญจากกายสังขารและจิตตสังขาร จิตตสังขาร สูญ
จากกายสังขารและวจีสังขาร นี้สังขาร ๓ ฯ
สังขาร ๓ อีกประการหนึ่ง คือ สังขารส่วนอดีต สังขารส่วนอนาคต สังขารส่วน
ปัจจุบัน สังขารส่วนอดีต สูญจากสังขารส่วนอนาคตและสังขารส่วนปัจจุบัน สังขารส่วนอนาคต
สูญจากสังขารส่วนอดีตและสังขารส่วนปัจจุบันสังขารส่วนปัจจุบัน สูญจากสังขารส่วนอดีต
และสังขารส่วนอนาคต นี้สังขาร ๓นี้สังขารสูญ ฯ
[๖๓๗] วิปริณามธรรมสูญเป็นไฉน รูปเกิดแล้วสูญไปจากสภาพ (ปรกติเดิม) รูป
หายไป แปรปรวนไปและสูญไป เวทนาเกิดแล้ว ฯลฯ สัญญาเกิดแล้ว สังขารเกิดแล้ว วิญญาณ
เกิดแล้ว จักษุเกิดแล้ว ฯลฯ ภพเกิดแล้วสูญไปจากสภาพ ภพหายไป แปรปรวนไปและสูญไป
นี้วิปริณามธรรมสูญ
[๖๓๘] อัคคบทสูญเป็นไฉน บทนี้ คือ ความสงบแห่ง สังขารทั้งปวง ความสละ
คืนอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความสำรอกกิเลสความดับ นิพพาน เป็นบทเลิศ เป็นบท
ประเสริฐ เป็นบทวิเศษนี้อัคคบทสูญ ฯ
[๖๓๙] ลักษณะสูญเป็นไฉน ลักษณะ ๒ คือ พาลลักษณะ ๑ ปัณฑิตลักษณะ ๑
พาลลักษณะสูญจากปัณฑิตลักษณะ ปัณฑิตลักษณะสูญจากพาลลักษณะ ลักษณะ ๓ คือ อุปปาท
ลักษณะ (ลักษณะความเกิดขึ้น)วยลักษณะ (ลักษณะความเสื่อมไป) ฐิตัญญถัตตลักษณะ (ลักษณะ
เมื่อยังตั้งอยู่แปรเป็นอื่นไป) อุปปาทลักษณะ สูญจากวยลักษณะและฐิตัญญถัตตลักษณะวยลักษณะ
สูญจากอุปปาทลักษณะและฐิตัญญถัตตลักษณะ ฐิตัญญถัตตลักษณะ สูญจากอุปปาทลักษณะ
และวยลักษณะ ลักษณะความเกิดขึ้นแห่งรูป สูญจากลักษณะความเสื่อมไปและจากลักษณะเมื่อ

312
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค - หน้าที่ 313 (เล่ม 31)

ยังตั้งอยู่แปรเป็นอื่นไป ลักษณะความเสื่อมไปแห่งรูป สูญจากลักษณะความเกิดขึ้นและจาก
ลักษณะเมื่อยังตั้งอยู่แปรเป็นอื่นไป ลักษณะเมื่อยังตั้งอยู่แปรเป็นอื่นไปแห่งรูป สูญจากลักษณะ
ความเกิดขึ้นและจากลักษณะความเสื่อมไป ลักษณะความเกิดขึ้นแห่งเวทนา สัญญา สังขาร
วิญญาณ จักษุ ฯลฯ ชราและมรณะ สูญจากลักษณะความเสื่อมไปและจากลักษณะเมื่อยังตั้งอยู่
แปรเป็นอื่นไป ลักษณะความเสื่อมไปแห่งชราและมรณะสูญจากลักษณะความเกิดขึ้นและจาก
ลักษณะเมื่อยังตั้งอยู่แปรเป็นอื่นไป ลักษณะเมื่อยังตั้งอยู่แปรเป็นอื่นไปแห่งชราและมรณะ สูญจาก
ลักษณะความเกิดขึ้นและจากลักษณะความเสื่อมไป นี้ลักษณะสูญ
[๖๔๐] วิกขัมภนสูญเป็นไฉน กามฉันทะอันเนกขัมมะข่มแล้วและสูญไป พยาบาท
อันความไม่พยาบาทข่มแล้วและสูญไป ถีนมิทธะอันอาโลกสัญญาข่มแล้วและสูญไป อุทธัจจะ
อันความไม่ฟุ้งซ่านข่มแล้ว และสูญไปวิจิกิจฉาอันการกำหนดธรรมข่มแล้วและสูญไป อวิชชา
อันญาณข่มแล้วและสูญไปอรติอันความปราโมทย์ข่มแล้วและสูญไป นิวรณ์อันปฐมฌานข่ม
แล้วและสูญไปฯลฯ กิเลสทั้งปวงอันอรหัตมรรคข่มแล้วและสูญไป นี้วิกขัมภนสูญ ฯ
[๖๔๑] ตทังคะสูญเป็นไฉน กามฉันทะเป็นตทังคะสูญ (สูญเพราะองค์นั้นๆ) เพราะ
เนกขัมมะ … นิวรณ์เป็นตทังคะสูญเพราะปฐมฌาน ฯลฯความถือผิดเพราะกิเลสเครื่องประกอบไว้
เป็นตทังคะสูญเพราะวิวัฏนานุปัสสนานี้ตทังคะสูญ ฯ
[๖๔๒] สมุจเฉทสูญเป็นไฉน กามฉันทะอันเนกขัมมะตัดแล้วและสูญไป … นิวรณ์
อันปฐมฌานตัดแล้วและสูญไป ฯลฯ กิเลสทั้งปวงอันอรหัตมรรคตัดแล้วและสูญไป นี้สมุจเฉทสูญ ฯ
[๖๔๓] ปฏิปัสสัทธิสูญเป็นไฉน กามฉันทะอันเนกขัมมะระงับแล้วและสูญไป …
นิวรณ์อันปฐมฌานระงับแล้วและสูญไป ฯลฯ กิเลสทั้งปวงอันอรหัตมรรคระงับแล้วและสูญไป
นี้ปฏิปัสสัทธิสูญ ฯ
[๖๔๔] นิสสรณะสูญเป็นไฉน กามฉันทะอันเนกขัมมะสลัดออกแล้วและสูญไป …
นิวรณ์อันปฐมฌานสลัดออกแล้วและสูญไป ฯลฯ กิเลสทั้งปวงอันอรหัตมรรคสลัดออกแล้วและ
สูญไป นี้นิสสรณะสูญ ฯ
[๖๔๕] ภายในสูญเป็นไฉน จักษุภายในสูญจากตน จากสิ่งที่เนื่องด้วยตน จาก
ความเที่ยง ความยั่งยืน ความมั่นคง และจากความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา หูภายใน ฯลฯ

313
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค - หน้าที่ 314 (เล่ม 31)

จมูกภายใน ลิ้นภายใน กายภายใน ใจภายในสูญจากตน จากสิ่งที่เนื่องด้วยตน จากความเที่ยง
ความยั่งยืน ความมั่นคงและจากความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา นี้ภายในสูญ ฯ
[๖๔๖] ภายนอกสูญเป็นไฉน รูปภายนอกสูญ ฯลฯ ธรรมารมณ์ภายนอกสูญจาก
ตน จากสิ่งที่เนื่องด้วยตน จากความเที่ยง ความยั่งยืนความมั่นคง และจากความไม่แปรปรวน
เป็นธรรมดา นี้ภายนอกสูญ ฯ
[๖๔๗] ทั้งภายในและภายนอกสูญเป็นไฉน จักษุภายในและรูปภายนอก ทั้งสอง
นั้นสูญจากตน จากสิ่งที่เนื่องด้วยตน จากความเที่ยง ความยั่งยืน ความมั่นคง และจากความไม่
แปรปรวนเป็นธรรมดา หูภายในและเสียงภายนอก ฯลฯ จมูกภายในและกลิ่นภายนอก ลิ้น
ภายในและรสภายนอกกายภายในและโผฏฐัพพะภายนอก ใจภายในและธรรมารมณ์ภายนอก
ทั้งสองนั้นสูญจากตน จากสิ่งที่เนื่องด้วยตน จากความเที่ยง ความยั่งยืน ความมั่นคง และจาก
ความไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา นี้ทั้งภายในและภายนอกสูญ ฯ
[๖๔๘] ส่วนเสมอกันสูญเป็นไฉน อายตนะภายใน ๖ เป็นส่วนเสมอกัน และ
สูญไป อายตนะภายนอก ๖ … หมวดวิญญาณ ๖ … หมวดผัสสะ ๖… หมวดเวทนา ๖ … หมวดสัญญา ๖
… หมวดเจตนา ๖ เป็นส่วนเสมอกันและสูญไป นี้ส่วนเสมอกันสูญ ฯ
[๖๔๙] ส่วนไม่เสมอกันสูญเป็นไฉน อายตนะภายใน ๖ เป็นส่วนไม่เสมอกันกับ
อายตนะภายนอก ๖ และสูญไป อายตนะภายนอก ๖ เป็นส่วนไม่เสมอกันกับหมวดวิญญาณ ๖
และสูญไป หมวดวิญญาณ ๖ เป็นส่วนไม่เสมอกันกับหมวดผัสสะ ๖ และสูญไป หมวดผัสสะ ๖
เป็นส่วนไม่เสมอกันกับหมวดเวทนา ๖ และสูญไป หมวดเวทนา ๖ เป็นส่วนไม่เสมอกันกับหมวด
สัญญา ๖ และสูญไป หมวดเวทนา ๖ เป็นส่วนไม่เสมอกันกับหมวดสัญญา ๖ และสูญไป หมวด
สัญญา ๖ เป็นส่วนไม่เสมอกันกับหมวดเจตนา ๖ และสูญไป นี้ส่วนไม่เสมอกันสูญ ฯ
[๖๕๐] ความแสวงหาสูญเป็นไฉน ความแสวงหาเนกขัมมะสูญจาก กามฉันทะ ความ
แสวงหาความไม่พยาบาทสูญจากพยาบาท ความแสวงหาอาโลกสัญญาสูญจากถีนมิทธะ ความแสวง
หาความไม่ฟุ้งซ่านสูญจากอุทธัจจะความแสวงหาการกำหนดธรรมสูญจากวิจิกิจฉา ความแสวงหา
ญาณสูญจากอวิชชาความแสวงหาปฐมฌานสูญจากนิวรณ์ ฯลฯ ความแสวงหาอรหัตมรรคสูญจาก
กิเลสทั้งปวง นี้ความแสวงหาสูญ ฯ
[๖๕๑] ความกำหนดสูญเป็นไฉน ความกำหนดเนกขัมมะสูญจากกามฉันทะ ฯลฯ
ความกำหนดอรหัตมรรคสูญจากกิเลสทั้งปวง นี้ความกำหนดสูญ ฯ

314
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค - หน้าที่ 315 (เล่ม 31)

[๖๕๒] ความได้เฉพาะสูญเป็นไฉน ความได้เนกขัมมะ สูญจากกามฉันทะ ฯลฯ
ความได้อรหัตมรรค สูญจากกิเลสทั้งปวง นี้ความได้เฉพาะสูญ ฯ
[๖๕๓] การแทงตลอดสูญเป็นไฉน การแทงตลอดเนกขัมมะ สูญจากกามฉันทะ
ฯลฯ การแทงตลอดอรหัตมรรค สูญจากกิเลสทั้งปวง นี้การแทงตลอดสูญ ฯ
[๖๕๔] ความเป็นอย่างเดียวสูญ ความเป็นต่างๆ สูญเป็นไฉนกามฉันทะเป็นความ
ต่าง เนกขัมมะเป็นอย่างเดียว ความที่เนกขัมมะเป็นอย่างเดียวของบุคคลผู้คิดอยู่ สูญจากกามฉันทะ
พยาบาทเป็นความต่าง ความไม่พยาบาทเป็นอย่างเดียว ความที่ความไม่พยาบาทเป็นอย่างเดียวของ
บุคคลผู้คิดอยู่สูญจากพยาบาท ถีนมิทธะเป็นความต่าง อาโลกสัญญาเป็นอย่างเดียว ความที่
อาโลกสัญญาเป็นอย่างเดียวของบุคคลผู้คิดอยู่ สูญจากถีนมิทธะ อุทธัจจะเป็นความต่าง วิจิกิจฉา
เป็นความต่าง อวิชชาเป็นความต่างอรติเป็นความต่าง นิวรณ์เป็นความต่าง ปฐมฌานเป็นอย่างเดียว
ความที่ปฐมฌานเป็นอย่างเดียวของบุคคลผู้คิดอยู่ สูญจากนิวรณ์ ฯลฯ กิเลสทั้งปวงเป็นความต่าง
อรหัตมรรคเป็นอย่างเดียว ความที่อรหัตมรรคเป็นอย่างเดียวของบุคคลผู้คิดอยู่ สูญจากกิเลสทั้งปวง
นี้ความเป็นอย่างเดียวสูญ ความเป็นต่างๆ สูญ ฯ
[๖๕๕] ความอดทนสูญเป็นไฉน ความอดทนในเนกขัมมะสูญจากกามฉันทะ ฯลฯ
ความอดทนในอรหัตมรรคสูญจากกิเลสทั้งปวง นี้ความอดทนสูญ ฯ
[๖๕๖] ความอธิษฐานสูญเป็นไฉน ความอธิษฐานในเนกขัมมะ สูญจากกามฉันทะ
ฯลฯ ความอธิษฐานในอรหัตมรรค สูญจากกิเลสทั้งปวง นี้ความอธิษฐานสูญ ฯ
[๖๕๗] ความมั่นคงสูญเป็นไฉน ความมั่นคงแห่งเนกขัมมะ สูญจากกามฉันทะ
ฯลฯ ความมั่นคงแห่งอรหัตมรรค สูญจากกิเลสทั้งปวง นี้ความมั่นคงสูญ ฯ
[๖๕๘] การครอบงำความเป็นไปแห่งสัมปชานบุคคล สูญมีประโยชน์อย่างยิ่งกว่าความ
สูญทั้งปวงเป็นไฉน สัมปชานบุคคลครอบงำความเป็นไปแห่งกามฉันทะด้วยเนกขัมมะ ครอบงำ
ความเป็นไปแห่งพยาบาทด้วยความไม่พยาบาทครอบงำความเป็นไปแห่งถีนมิทธะด้วยอาโลกสัญญา
ครอบงำความเป็นไปแห่งอุทธัจจะด้วยความไม่ฟุ้งซ่าน ครอบงำความเป็นไปแห่งวิจิกิจฉาด้วยการ
กำหนดธรรม ครอบงำความเป็นไปแห่งอวิชชาด้วยญาณ ครอบงำความเป็นไปแห่งอรติด้วยความ
ปราโมทย์ ครอบงำความเป็นไปแห่งนิวรณ์ด้วยปฐมฌาน ฯลฯ ครอบงำกิเลสทั้งปวงด้วยอรหัตมรรค ฯ
อีกประการหนึ่ง เมื่อสัมปชานบุคคลปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ความเป็น

315
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค - หน้าที่ 316 (เล่ม 31)

ไปแห่งจักษุนี้ย่อมหมดสิ้นไป และความเป็นไปแห่งจักษุอื่นก็ไม่เกิดขึ้น ความเป็นไปแห่งหู ฯลฯ
ความเป็นไปแห่งจมูก ความเป็นไปแห่งลิ้น ความเป็นไปแห่งกาย ความเป็นไปแห่งใจนี้ย่อมหมด
สิ้นไป และความเป็นไปแห่งใจอื่นก็ไม่เกิดขึ้น นี้ความครอบงำความเป็นไปแห่งสัมปชานบุคคล
สูญมีประโยชน์อย่างยิ่งกว่าความสูญทั้งปวง ฉะนี้แล ฯ
จบสุญกถา
จบยุคนัทธวรรคที่ ๒
______
รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ยุคนัทธกถา ๒. สัจจกถา
๓. โพชฌงคกถา ๔. เมตตากถา
๕. วิราคกถา ๖. ปฏิสัมภิทากถา
๗. ธรรมจักรกถา ๘. โลกุตรกถา
๙. พลกถา ๑๐. สุญกถา
นิกายอันประเสริฐนี้ท่านตั้งไว้แล้ว เป็นวรมรรคอันประเสริฐที่ ๒ ไม่มีวรรคอื่นเสมอ
ฉะนี้แล ฯ
______

316
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค - หน้าที่ 317 (เล่ม 31)

ปัญญาวรรค มหาปัญญากถา
[๖๕๙] อนิจจานุปัสสนาที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังปัญญาอย่างไหนให้
บริบูรณ์ ทุกขานุปัสสนา … อนัตตานุปัสสนา … นิพพิทานุปัสสนา…วิราคานุปัสสนา … นิโรธานุ
ปัสสนา … ปฏินิสสัคคานุปัสสนาที่บุคคลเจริญแล้วทำให้มากแล้ว ย่อมยังปัญญาอย่างไหนให้
บริบูรณ์ ฯ
อนิจจานุปัสสนาที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังชวนปัญญา(ปัญญาเร็ว) ให้
บริบูรณ์ ทุกขานุปัสสนา … ย่อมยังนิพเพธิกปัญญา (ปัญญาทำลายกิเลส) ให้บริบูรณ์ อนัตตานุ
ปัสสนา … ย่อมยังมหาปัญญา (ปัญญามาก) ให้บริบูรณ์ นิพพิทานุปัสสนา … ย่อมยังติกขปัญญา
(ปัญญาคมกล้า) ให้บริบูรณ์วิราคานุปัสสนา … ย่อมยังวิบูลปัญญา (ปัญญากว้างขวาง) ให้บริบูรณ์
นิโรธานุปัสสนา … ย่อมยังคัมภีรปัญญา (ปัญญาลึกซึ้ง) ให้บริบูรณ์ ปฏินิสสัคคานุปัสสนา ที่บุคคล
เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังอัสสามันตปัญญา (ปัญญาไม่ใกล้)ให้บริบูรณ์ ปัญญา ๗ ประการนี้
ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังความเป็นบัณฑิตให้บริบูรณ์ ปัญญา ๘ ประการนี้ … ย่อม
ยังปุถุปัญญา (ปัญญาแน่นหนา) ให้บริบูรณ์ ปัญญา ๙ ประการนี้ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมยังหาสปัญญา (ปัญญาร่าเริง) ให้บริบูรณ์ หาสปัญญา เป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทาอรรถปฏิสัมภิทา
เป็นคุณชาติ อันบุคคลบรรลุแล้ว ทำให้แจ้งแล้ว ถูกต้องแล้วด้วยปัญญา โดยการกำหนดอรรถแห่ง
หาสปัญญานั้น ธรรมปฏิสัมภิทา เป็นคุณชาติอันบุคคลบรรลุแล้ว ทำให้แจ้งแล้ว ถูกต้องแล้วด้วย
ปัญญา โดยการกำหนดธรรมแห่งหาสปัญญานั้น นิรุติปฏิสัมภิทา เป็นคุณชาติอันบุคคลบรรลุแล้ว
ทำให้แจ้งแล้ว ถูกต้องแล้วด้วยปัญญา โดยการกำหนดนิรุติแห่งหาสปัญญานั้นปฏิภาณปฏิสัมภิทา
เป็นคุณชาติอันบุคคลบรรลุแล้ว ทำให้แจ้งแล้ว ถูกต้องแล้วด้วยปัญญา โดยการกำหนดปฏิภาณ
แห่งหาสปัญญานั้น ปฏิสัมภิทา ๔ ประการนี้เป็นคุณชาติอันบุคคลบรรลุแล้ว ทำให้แจ้งแล้ว
ถูกต้องแล้วด้วยปัญญา เพราะหาสปัญญานั้น ฯ
[๖๖๐] การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูป ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยัง
ปัญญาอย่างไหนให้บริบูรณ์ ฯลฯ การพิจารณาเห็นความสละคืนในรูป ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มาก
แล้ว ย่อมยังปัญญาอย่างไหนให้บริบูรณ์ ฯ

317
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค - หน้าที่ 318 (เล่ม 31)

การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูป ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังชวน
ปัญญาให้บริบูรณ์ ฯลฯ การพิจารณาเห็นความสละคืนในรูป ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมยังอัสสามันตปัญญาให้บริบูรณ์ ปัญญา ๗ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยัง
ความเป็นบัณฑิตให้บริบูรณ์ปัญญา ๘ ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังปุถุปัญญา
ให้บริบูรณ์ ปัญญา ๙ ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังหาสปัญญาให้บริบูรณ์
หาสปัญญาเป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทา … ปฏิสัมภิทา ๔ ประการนี้เป็นคุณชาติอันบุคคลบรรลุแล้ว ทำ
ให้แจ้งแล้ว ถูกต้องแล้วด้วยปัญญา เพราะหาสปัญญานั้น ฯ
การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จักษุ ฯลฯ ชราและ
มรณะ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังปัญญาอย่างไหนให้บริบูรณ์ ฯลฯ การพิจารณา
เห็นความสละคืนในชราและมรณะ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังปัญญาอย่างไหน
ให้บริบูรณ์ ฯ
การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในชราและมรณะ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อม
ยังชวนปัญญาให้บริบูรณ์ ฯลฯ การพิจารณาเห็นความสละคืนในชราและมรณะ ที่บุคคลเจริญแล้ว
ทำให้มากแล้ว ย่อมยังอัสสามันตปัญญาให้บริบูรณ์ ปัญญา ๗ ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้
มากแล้ว ย่อมยังความเป็นบัณฑิตให้บริบูรณ์ ปัญญา ๘ ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มาก
แล้ว ย่อมยังปุถุปัญญาให้บริบูรณ์ ปัญญา ๙ ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อม
ยังหาสปัญญาให้บริบูรณ์ หาสปัญญาเป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทา… ปฏิสัมภิทา ๔ ประการนี้ เป็นคุณชาติ
อันบุคคลบรรลุแล้ว ทำให้แจ้งแล้วถูกต้องแล้วด้วยปัญญา เพราะหาสปัญญานั้น ฯ
[๖๖๑] การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูป ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อม
ยังปัญญาอย่างไหนให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูปทั้งเป็นส่วนอดีต อนาคตและ
ปัจจุบัน ย่อมยังปัญญาอย่างไหนให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นทุกข์ในรูป … การพิจารณาเห็นทุกข์ใน
รูปทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน … การพิจารณาเห็นอนัตตาในรูป … การพิจารณาเห็นอนัตตาใน
รูปทั้งเป็นส่วนอดีต อนาคตและปัจจุบัน … การพิจารณาเห็นความเบื่อหน่ายในรูป…การพิจารณาเห็น
ความเบื่อหน่ายในรูปทั้งเป็นส่วนอดีต อนาคตและปัจจุบัน … การพิจารณาเห็นความคลายกำหนัดใน
รูป … การพิจารณาเห็นความคลายกำหนัดในรูปทั้งเป็นส่วนอดีต อนาคตและปัจจุบัน … การพิจารณา
เห็นความดับในรูป … การพิจารณาเห็นความดับในรูปทั้งเป็นส่วนอดีตอนาคตและปัจจุบัน … การ

318
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค - หน้าที่ 319 (เล่ม 31)

พิจารณาเห็นความสละคืนในรูป … การพิจารณาเห็นความสละคืนในรูปทั้งเป็นส่วนอดีต อนาคตและ
ปัจจุบัน ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังปัญญาอย่างไหนให้บริบูรณ์ ฯ
การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูป ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังชวน
ปัญญาให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในรูปทั้งเป็นส่วนอดีตอนาคตและปัจจุบัน … ย่อม
ยังชวนปัญญาให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นทุกข์ในรูป… ย่อมยังนิพเพธิกปัญญาให้บริบูรณ์ การ
พิจารณาเห็นทุกข์ในรูปทั้งเป็นส่วนอดีตอนาคตและปัจจุบัน … ย่อมยังชวนปัญญาให้บริบูรณ์ การ
พิจารณาเห็นอนัตตาในรูป … ย่อมยังมหาปัญญาให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นอนัตตาในรูปทั้งเป็นส่วน
อดีต อนาคตและปัจจุบัน … ย่อมยังชวนปัญญาให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นความเบื่อหน่ายในรูป …
ย่อมยังติกขปัญญาให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นความเบื่อหน่ายในรูปทั้งเป็นส่วนอดีต อนาคตและ
ปัจจุบัน … ย่อมยังชวนปัญญาให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นความคลายกำหนัดในรูป … ย่อมยังวิบูล
ปัญญาให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นความคลายกำหนัดในรูปทั้งเป็นส่วนอดีต อนาคตและปัจจุบัน …
ย่อมยังชวนปัญญาให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นความดับในรูป … ย่อมยังคัมภีรปัญญาให้บริบูรณ์ การ
พิจารณาเห็นความดับในรูปทั้งเป็นส่วนอดีต อนาคตและปัจจุบัน… ย่อมยังชวนปัญญาให้บริบูรณ์
การพิจารณาเห็นความสละคืนในรูป … ย่อมยังอัสสามันตปัญญาให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นความ
สละคืนในรูปทั้งเป็นส่วนอดีตอนาคตและปัจจุบัน … ย่อมยังชวนปัญญาให้บริบูรณ์ ปัญญา ๗
ประการนี้ …ย่อมยังความเป็นบัณฑิตให้บริบูรณ์ ปัญญา ๘ ประการนี้ … ย่อมยังปุถุปัญญาให้บริบูรณ์
ปัญญา ๙ ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังหาสปัญญาให้บริบูรณ์ หาสปัญญา
เป็นปฏิภาณปฏิสัมภิทา … ปฏิสัมภิทา ๔ ประการนี้ เป็นคุณชาติอันบุคคลบรรลุแล้ว ทำให้แจ้งแล้ว
ถูกต้องแล้วด้วยปัญญา เพราะหาสปัญญานั้น ในเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จักษุ ฯลฯ ฯ
การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในชราและมรณะ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมยังปัญญาอย่างไหนให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในชราและมรณะ ทั้งเป็นส่วน
อดีต อนาคตและปัจจุบัน ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังปัญญาอย่างไหนให้บริบูรณ์
ฯลฯ การพิจารณาเห็นความสละคืนในชราและมรณะ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยัง
ปัญญาอย่างไหนให้บริบูรณ์ การพิจารณาเห็นความสละคืนในชราและมรณะทั้งเป็นส่วนอดีต อนาคต
และปัจจุบัน ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมยังปัญญาอย่างไหนให้บริบูรณ์ ฯ
การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในชราและมรณะ … ย่อมยังชวนปัญญาให้บริบูรณ์ การ
พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงในชราและมรณะทั้งเป็นส่วนอดีต อนาคตและปัจจุบัน … ย่อมยัง

319
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค - หน้าที่ 320 (เล่ม 31)

ชวนปัญญาให้บริบูรณ์ ฯลฯ ปฏิสัมภิทา ๔ ประการนี้ เป็นคุณชาติอันบุคคลบรรลุแล้ว ทำให้แจ้งแล้ว
ถูกต้องแล้วด้วยปัญญา เพราะหาสปัญญา ฯ
[๖๖๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๔ ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ๔ ประการเป็นไฉน คือสัปปุริสสังเสวะ คบสัตบุรุษ ๑
สัทธรรมสวนะ ฟังสัทธรรมคำสั่งสอนของท่าน ๑โยนิโสมนสิการะ ไตร่ตรองพิจารณาคำสั่งสอน
ของท่าน ๑ ธรรมานุธรรมปฏิปัตติปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมที่ได้ตรองเห็นแล้ว ๑ ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ธรรม ๔ประการนี้แล ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่ง
โสดาปัตติผล ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๔ ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไป
เพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ฯลฯ ย่อมเป็นไปเพื่อ
ทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ๔ ประการเป็นไฉนคือ สัปปุริสสังเสวะ ๑ สัทธรรมสวนะ ๑ โยนิ
โสมนสิการ ๑ ธรรมานุธรรมปฏิปัตติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๔ ประการนี้แล ที่บุคคลเจริญ
แล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ฯ
[๖๖๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๔ ประการนี้ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว
ย่อมเป็นไปเพื่อได้เฉพาะซึ่งปัญญา เพื่อความเจริญแห่งปัญญา เพื่อความไพบูลย์แห่งปัญญา เพื่อ
ความเป็นผู้มีปัญญาใหญ่ เพื่อความเป็นผู้มีปัญญาหนาเพื่อความเป็นผู้มีปัญญากว้างขวาง เพื่อความเป็น
ผู้มีปัญญาลึกซึ้ง เพื่อความเป็นผู้มีปัญญาไม่ใกล้ เพื่อความเป็นผู้มีปัญญาดังแผ่นดิน เพื่อความเป็น
ผู้มีปัญญามากเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาเร็ว เพื่อความเป็นผู้มีปัญญาพลัน เพื่อความเป็นผู้มีปัญญา
ร่าเริง เพื่อความเป็นผู้มีปัญญาแล่นไป เพื่อความเป็นผู้มีปัญญาคมกล้า เพื่อความเป็นผู้มีปัญญา
ทำลายกิเลส ๔ ประการเป็นไฉน คือ สัปปุริสสังเสวะ ๑ สัทธรรมสวนะ ๑ โยนิโสมนสิการ ๑
ธรรมานุธรรมปฏิปัตติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม๔ ประการนี้แล ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มาก
แล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อได้เฉพาะซึ่งปัญญา ฯลฯ เพื่อความเป็นผู้มีปัญญาทำลายกิเลส ฯ
[๖๖๔] การได้เฉพาะซึ่งปัญญา ในคำว่า ย่อมเป็นไปเพื่อได้เฉพาะซึ่งปัญญา เป็นไฉน ฯ
การได้ การได้เฉพาะ การถึง การถึงพร้อม การถูกต้อง การทำให้แจ้ง การเข้าถึง
พร้อม ซึ่งมรรคญาณ ๔ ผลญาณ ๔ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔ อภิญญา ๖ญาณ ๗๓ ญาณ ๗๗ นี้
เป็นการได้เฉพาะซึ่งปัญญา ในคำว่า ย่อมเป็นไปเพื่อได้เฉพาะซึ่งปัญญา ฯ

320