หาทางแล้ววางเฉยอากิญจัญญายตนสัญญา เพื่อต้องการได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ เป็น
สังขารุเปกขาญาณ ๑ สังขารุเปกขา ๘ เหล่านี้ ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจสมถะ ฯ
[๑๓๔] สังขารุเปกขา ๑๐ เป็นไฉน ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจวิปัสสนา ฯ
ปัญญาที่พิจารณาหาทางแล้ววางเฉยความเกิดขึ้น ความเป็นไป นิมิต กรรมเครื่อง
ประมวลมา ปฏิสนธิ คติ ความบังเกิด อุบัติ ชาติ ชรา พยาธิมรณะ ความโศก ความรำพัน
ความคับแค้นใจ เพื่อต้องการได้โสดาปัตติมรรคเป็นสังขารุเปกขาญาณ ๑ … เพื่อต้องการได้โสดา
ปัตติผลสมาบัติ เป็นสังขารุเปกขาญาณ ๑ … เพื่อต้องการได้สกทาคามิมรรค เป็นสังขารุเปกขาญาณ ๑
… เพื่อต้องการได้สกทาคามิผลสมาบัติ เป็นสังขารุเปกขาญาณ ๑ … เพื่อต้องการได้อนาคามิมรรค
เป็นสังขารุเปกขาญาณ ๑ … เพื่อต้องการได้อนาคามิผลสมาบัติ เป็นสังขารุเปกขาญาณ ๑ … เพื่อ
ต้องการได้อรหัตมัค เป็นสังขารุเปกขาญาณ ๑ … เพื่อต้องการได้อรหัตผลสมาบัติ เป็นสังขารุ
เปกขาญาณ ๑… เพื่อต้องการสุญญตวิหารสมาบัติ สังขารุเปกขาญาณ ๑ ปัญญาที่พิจารณาหา
ทางแล้ววางเฉยความเกิดขึ้น ความเป็นไป นิมิต กรรมเครื่องประมวลมาปฏิสนธิ คติ ความ
บังเกิด อุบัติ ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ ความโศกความรำพัน ความคับแค้นใจ เพื่อต้องการ
ได้อนิมิตตวิหารสมาบัติ เป็นสังขารุเปกขาญาณ ๑ สังขารุเปกขาญาณ ๑๐ เหล่านี้ ย่อมเกิดขึ้นด้วย
อำนาจวิปัสสนา ฯ
[๑๓๕] สังขารุเปกขาเป็นกุศลเท่าไร เป็นอกุศลเท่าไร เป็นอัพยากฤตเท่าไร สังขา]
รุเปกขาเป็นกุศล ๑๕ เป็นอัพยากฤต ๓ เป็นอกุศลไม่มี ฯ
ปัญญาที่พิจารณาหาทางแล้ววางเฉย เป็นโคจรภูมิของสมาธิ
จิต ๘ เป็นโคจรภูมิของปุถุชน ๒ เป็นโคจรภูมิของพระ
เสขะ ๓ เป็นเครื่องให้จิตของท่านผู้ปราศจากราคะหลีกไป ๓
เป็นปัจจัยแห่งสมาธิ ๘ เป็นโคจรแห่งภูมิแห่งญาณ ๑๐
สังขารุเปกขา ๘ เป็นปัจจัยแห่งวิโมกข์ ๓ อาการ ๑๘ นี้
พระโยคาวจรอบรมแล้วด้วยปัญญา พระโยคาวจรผู้ฉลาดใน
สังขารุเปกขา ย่อมไม่หวั่นไหวเพราะทิฐิต่างๆ ฉะนี้แล ฯ
ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาเครื่องความเป็นผู้ใคร่จะพ้นไปทั้งพิจารณาหาทางและวางเฉย เป็นสังขารุ
เปกขาญาณ ฯ