พูดเปรยกระทบชื่อทราม
อนุปสัมบันได้ยินถ้อยคำของอุปสัมบันแล้ว เก็บเอาคำส่อเสียดไปบอกแก่อุปสัมบันว่า
ภิกษุชื่อนี้ พูดเปรยเหน็บแนมว่า พวกเราไม่ใช่ชื่ออวกัณณกะ … ไม่ใช่ชื่อชวกัณณกะ … ไม่ใช่
ชื่อธนิฏฐกะ … ไม่ใช่ชื่อสวิฏฐกะ … ไม่ใช่ชื่อกุลวัฑฒกะ … ภิกษุนั้นไม่ว่าคนอื่น ว่าเฉพาะท่าน
ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชื่ออุกฤษฏ์
… ภิกษุชื่อนี้ พูดเปรยเหน็บแนมว่า พวกเราไม่ใช่ชื่อพุทธรักขิต … ไม่ใช่ชื่อธัมมรักขิต
… ไม่ใช่ชื่อสังฆรักขิต … ภิกษุนั้นไม่ว่าคนอื่น ว่าเฉพาะท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ
คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรทราม
… พวกเราไม่ใช่โกสิยโคตร … ไม่ใช่ภารทวาชโคตร … ภิกษุนั้นไม่ว่าคนอื่น ว่าเฉพาะท่าน
ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่โคตมโคตร … ไม่ใช่โมคคัลลานโคตร … ไม่ใช่กัจจายนโคตร … ไม่ใช่
วาเสฏฐโคตร, … ภิกษุนั้นไม่ว่าคนอื่น ว่าเฉพาะท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยเหน็บแนมกระทบการงานทราม
… พวกเราไม่ใช่ช่างไม้ … ไม่ใช่คนเทดอกไม้ … ภิกษุนั้นไม่ว่าคนอื่น ว่าเฉพาะท่าน
ดังนี้, ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยเหน็บแนมกระทบการงานอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่คนทำงานไถนา … ไม่ใช่คนทำงานค้าขาย … ไม่ใช่คนทำงานเลี้ยงโค … ภิกษุ
นั้นไม่ว่าคนอื่น ว่าเฉพาะท่าน ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปะทราม
… พวกเราไม่ใช่มีวิชาการช่างจักสาน … ไม่ใช่มีวิชาการช่างหม้อ … ไม่ใช่มีวิชาการช่างหูก
… ไม่ใช่มีวิชาการช่างหนัง … ไม่ใช่มีวิชาการช่างกัลบก … ภิกษุนั้นไม่ว่าคนอื่น ว่าเฉพาะท่าน
ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.