พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 406 (เล่ม 27)

ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว เป็น
คนหยาบช้า ด่าบิดามารดาได้ แม้ถึงเป็นพ่อผัวก็พึงหยอกลูกสะใภ้ได้
ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้ หญิงดื่มสุราแล้ว เป็น
คนหยาบช้า ด่าพ่อผัวแม่ผัว และสามีได้ แม้เป็นทาส เป็นคนใช้พึงรับ
เป็นสามีของตนได้ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรานั้นไว้.
บุคคลดื่มสุราแล้ว พึงประหารสมณะ หรือพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรมได้
พึงไปสู่อบายอันมีกรรมนั้นเป็นเหตุ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วย
สุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว ย่อมประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา และ
ใจ ครั้นแล้ว ต้องไปตกนรก ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไปด้วยสุรา
นั้นไว้. ชนทั้งหลาย แม้จะยอมสละเงินเป็นอันมาก มาอ้อนวอนบุรุษ
ใดผู้ยังไม่ได้ดื่มสุราก่อนให้พูดเท็จ ย่อมไม่ได้ บุรุษดื่มสุรานั้นแล้ว
ย่อมพูดเท็จได้ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่ม
สุราแล้ว ถูกใช้ไปในกรณียกิจรีบร้อนเกิดขึ้น ถูกซักถามก็ไม่รู้เนื้อความ
ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลแม้จะมีใจละอาย
ครั้นเมาสุราแล้ว ก็ย่อมจะทำความไม่ละอายให้ปรากฏได้ แม้จะเป็นคน
หนักแน่นอยู่บ้าง ก็อดพูดมากไม่ได้ ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วย
สุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว นอนดังลูกสุกรอดอาหาร ย่อมถึงความ
นอนเป็นทุกข์ที่พื้นดิน เขาต้องถึงความมีผิวพรรณทราม และความ
ติเตียน ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. บุคคลดื่มสุราแล้ว
ย่อมนอนคอตก หาเป็นเหมือนโคที่ถูกลงประตักฉะนั้นไม่ ฤทธิ์สุราย่อม
ทำให้คนอดทนได้ (ไม่กินข้าวกินน้ำ) ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วย
สุรานั้นไว้. มนุษย์ทั้งหลายย่อมเว้นสุราอันเปรียบด้วยงูมีพิษร้าย ใครคน
ไหนในโลก ควรจะดื่มสุราอันเสมอด้วยพิษงู ท่านช่วยซื้อหม้อใบนี้ซึ่ง
เต็มด้วยสุรานั้นไว้. โอรสทั้งหลายของท้าวอันธกเวณฑะ ดื่มสุราแล้ว
พาหญิงไปบำเรออยู่ริมฝั่งสมุทร ประหารกันและกันด้วยสาก ท่านช่วย
ซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มด้วยสุรานั้นไว้. พวกอสูรดื่มสุราแล้ว เมาจนถึงจุติ

406
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 407 (เล่ม 27)

จากไตรทิพย์ สำคัญตัวว่าเที่ยง มีมารยา ข้าแต่พระมหาราชา เมื่อรู้ว่า
สุราเช่นนั้นเป็นน้ำเมา หาประโยชน์มิได้ จะดื่มทำไม? ในหม้อนี้
ไม่มีเนยข้น หรือน้ำผึ้ง พระองค์รู้อย่างนี้แล้ว จงขายเสีย ข้าแต่ท่าน
สรรพมิตร สิ่งที่อยู่ในหม้อนี้ ข้าพระพุทธเจ้าได้กราบทูลแก่พระองค์
แล้ว ด้วยประการฉะนี้.
[๒๒๙๔] ท่านมิใช่เป็นบิดา หรือมารดาของข้าพเจ้า ท่านเป็นคนชนิดใดชนิดหนึ่ง
มีความอนุเคราะห์ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล ปรารถนาประโยชน์อย่างยิ่ง
ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าพเจ้าจักทำตามคำของท่าน. ข้าพเจ้าขอให้บ้านส่วย ๕
ตำบล ทาสี ๑๐๐ โค ๗๐๐ รถเทียมด้วยม้าอาชาไชย ๑๐ คัน แก่ท่าน
ขอท่านผู้ปรารถนาประโยชน์ เป็นอาจารย์ของข้าพเจ้าเถิด.
[๒๒๙๕] ข้าแต่พระราชา ทาสี บ้านส่วย โค และรถอันเทียมด้วยม้าอาชาไนย
จงเป็นของพระองค์ตามเดิมเถิด ข้าพเจ้าเป็นท้าวสักกะจอมเทพ ชาว
ไตรทิพย์. พระองค์จงเสวยพระกระยาหาร เนยใส และข้าวปายาส
พึงเสวยขนมกุมมาสอันโอชารส ดูกรพระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน
พระองค์ยินดีในธรรม ไม่ถูกใครๆ ติเตียนด้วยอาการอย่างนี้แล้ว จงเข้า
ถึงสัคคสถาน.
จบ กุมภชาดกที่ ๒.
๓. ชัยทิศชาดก
ว่าด้วยโปริสาทกับพระเจ้าชัยทิศ
[๒๒๙๖] ในเวลาที่เราบริโภคอาหารในวันที่ ๗ ภักษาหารเป็นอันมากเกิดขึ้นแล้ว
แก่เรา ในวันนี้ นานนักหนอ ท่านเป็นใคร มาจากไหน ขอเชิญท่านบอก
ขอท่านจงบอกถึงชาติตระกูลตามที่รู้กันเถิด?
[๒๒๙๗] เราเป็นพระเจ้าปัญจาลราช มีนามว่าชัยทิศ ถ้าท่านได้ยินชื่อก็คงรู้จัก
เราออกมาล่าเนื้อ เที่ยวมาตามข้างภูเขา และป่า ท่านจงกินเนื้อกวางนี้
เถิด ขอจงปล่อยเราเสียในวันนี้เถิด.

407
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 408 (เล่ม 27)

[๒๒๙๘] พระองค์ เอาของของข้าพระองค์เองมาแลกเปลี่ยน กวางที่พระองค์
ตรัสถึงนั้นเป็นอาหารของข้าพระองค์ ข้าพระองค์กินพระองค์แล้ว อยาก
จะกินเนื้อกวาง ก็จักกินได้ในภายหลัง เวลานี้ ไม่ใช่เวลาขอร้อง.
[๒๒๙๙] ถ้าความพ้นของเราย่อมไม่มีด้วยการแลกเปลี่ยน ขอให้เราได้กลับไปยัง
พระนครเสียก่อน เราผลัดไว้แก่พราหมณ์ว่า จะให้ทรัพย์ เราจักรักษา
คำสัตย์กลับมาหาท่านอีก.
[๒๓๐๐] ดูกรพระราชา พระองค์ใกล้จะถึงสวรรคตอยู่แล้ว ยังทรงเดือดร้อนถึง
กรรมอะไรอยู่ ขอจงตรัสบอกกรรมนั้นแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์อาจจะ
อนุญาตให้เสด็จกลับไปก่อนได้?
[๒๓๐๑] ความหวังในทรัพย์ เราได้ทำไว้แก่พราหมณ์ ความผัดเพี้ยนเป็นข้อผูก
มัดตัว ยังพ้นไปไม่ได้ เพราะเราผัดไว้ว่า จะให้ทรัพย์แก่พราหมณ์ เรา
จักรักษาคำสัตย์กลับมาหาท่านอีก.
[๒๓๐๒] ความหวังในทรัพย์ พระองค์ได้ทำไว้แก่พราหมณ์ ความผัดเพี้ยนเป็นข้อ
ผูกมัดตัว ยังพ้นไปไม่ได้ เพราะได้ผัดเพี้ยนไว้แก่พราหมณ์ว่า จะ
พระราชทานทรัพย์ พระองค์จงรักษาคำสัตย์ไว้เสด็จกลับมาอีกเถิด.
[๒๓๐๓] ก็พระเจ้าชัยทิศนั้น หลุดพ้นจากเงื้อมมือของโปริสาท แล้วรีบเสด็จ
กลับไปยังพระราชมณเฑียรของพระองค์ เพราะได้ทรงผัดเพี้ยนไว้แก่
พราหมณ์ว่า จะพระราชทานทรัพย์ ได้รับสั่งให้หาพระราชโอรสพระนาม
ว่าอลีนสัตตุ ตรัสว่า เจ้าจงอภิเษกปกครองรัฐสีมา ในวันนี้ จงประพฤติ
ธรรมในรัฐสีมา และในประชาชนทั้งหลาย บุคคลไม่ประพฤติธรรม อย่า
ได้มีในแว่นแคว้นของเจ้า เราจะไปในสำนักโปริสาท.
[๒๓๐๔] ขอเดชะ ข้าพระองค์ได้ทำความไม่พอพระทัยอะไรในใต้ฝ่าพระบาท
ข้าพระองค์ปรารถนาจะได้สดับความที่พระองค์จะให้ขึ้นครองราชสมบัติ
ในวันนี้ ข้าพระองค์ไม่ปรารถนาแม้ราชสมบัติเว้นจากใต้ฝ่าพระบาท
เลย.

408
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 409 (เล่ม 27)

[๒๓๐๕] ลูกรัก พ่อไม่ได้นึกถึงความผิดทางกายกรรม และวจีกรรมของเธอเลย
แต่พ่อได้ทำความตกลงไว้กับโปริสาท พ่อรักษาคำสัตย์ จึงต้องกลับ
ไปอีก.
[๒๓๐๖] ข้าพระบาทจักไปแทนเอง ขอใต้ฝ่าพระบาท จงประทับอยู่ ณ ที่นี้ การที่จะ
รอดชีวิตหลุดพ้นจากสำนักนายโปริสาทนั้นไม่มีเลย ข้าแต่พระราชบิดา
ถ้าใต้ฝ่าพระบาทจะเสด็จไปจริงๆ แม้ข้าพระบาทก็จะตามเสด็จไปด้วย
เราทั้งสองจะไม่ยอมอยู่.
[๒๓๐๗] ลูกรัก นั่นเป็นธรรมของสัตบุรุษโดยแท้จริง แต่เมื่อไร นายโปริสาทข่มขี่
ทำลายเผาเธอกินเสียที่โคนไม้ นั่นเป็นความด่างพร้อยของพ่อ ข้อนี้
แหละ เป็นทุกข์ยิ่งกว่าความตายของพ่อเสียอีก.
[๒๓๐๘] ข้าพระบาท ขอเอาชีวิตของข้าพระบาทแลกพระชนมชีพของใต้ฝ่าพระบาท
ไว้ ใต้ฝ่าพระบาทอย่าเสด็จไปในสำนักของโปริสาทเลย ข้าพระบาท
จะขอเอาชีวิต ของข้า พระบาท แลกพระชนมชีพ ใต้ฝ่า พระบาทนี้ แหละไว้
เพราะฉะนั้น ข้าพระบาทขอยอมตายแทนใต้ฝ่าพระบาท พระเจ้าข้า.
[๒๓๐๙] ลำดับนั้นแล พระราชโอรสผู้ทรงพระปรีชา ถวายบังคมพระยุคลบาท
พระชนกชนนี พระชนนีทรงเสียพระทัยล้มลง ณ พื้นปฐมพี พระชนก
ทรงยกพระพาหาทั้ง ๒ คร่ำครวญอยู่.
[๒๓๑๐] พระชนกทรงทราบว่า พระโอรสเสด็จล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ทรงประคอง
อัญชลีกราบไหว้เทวดาทั้งหลายทรงอ้อนวอนว่า ขอโสมราชา วรุณราชา
พระปชาบดี พระจันทร์ และพระอาทิตย์ช่วยคุ้มครองเจ้า ขอให้เจ้าได้
รับอนุญาตจากสำนักของนายโปริสาทกลับมาโดยสวัสดีเถิด ลูกรัก.
[๒๓๑๑] มารดาของบุรุษชื่อว่ารามะ ผู้ไปสู่นครของพระเจ้าทัณฑกิราชได้คุ้มครอง
ทำความสวัสดีแก่บุรุษผู้เป็นบุตรอย่างใด แม่ขอทำความสวัสดีอย่างนั้น
แก่เจ้าด้วยคำสัตย์นี้ ขอทวยเทพจงช่วยคุ้มครอง ขอให้เจ้าได้รับอนุญาต
กลับมาโดยสวัสดีเถิด ลูกเอ๋ย.

409
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 410 (เล่ม 27)

[๒๓๑๒] ข้าพเจ้าระลึกไม่ได้เลยว่า เคยคิดร้ายในที่แจ้ง หรือในที่ลับในพระเชฏฐา
อลีนสัตตุ ด้วยคำสัตย์นี้ ขอทวยเทพจงช่วยคุ้มครอง ขอให้พระเชฏฐา
ได้รับอนุญาตกลับมาโดยสวัสดีเถิด.
[๒๓๑๓] ข้าแต่พระสวามี พระองค์ไม่เคยประพฤตินอกใจหม่อมฉันเลย ฉะนั้น
จึงเป็นที่รักของหม่อมฉันด้วยใจจริง ด้วยคำสัตย์นี้ ขอทวยเทพจงช่วย
คุ้มครอง ขอให้พระองค์ได้รับอนุญาตกลับมาโดยสวัสดีเถิด.
[๒๓๑๔] ท่านผู้มีร่างกายอันสูงใหญ่ มีหน้าอันงดงามมาจากที่ไหน ท่านไม่รู้จัก
เราผู้ดุร้าย ซึ่งอยู่ในป่านี้มีนามว่าโปริสาทดอกหรือ ใครที่ไม่รู้จักความ
สวัสดีของตนดอก จึงได้มา ณ ที่นี้?
[๒๓๑๕] ดูกรท่านพราน เรารู้ว่าท่านเป็นผู้กินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร แต่ไม่รู้ว่าท่าน
อยู่ในป่านี้ เราเป็นโอรสของพระเจ้าชัยทิศ วันนี้ ท่านจงกินเราแทน
เพื่อปลดเปลื้องพระชนกให้พ้นไป.
[๒๓๑๖] เรารู้ว่าท่านเป็นโอรสของพระเจ้าชัยทิศ พระพักตร์และผิวพรรณของท่าน
ทั้ง ๒ คล้ายๆ กัน กรรมที่ท่านผู้ยอมตายแทนเพื่อปลดเปลื้องพระชนก
ให้พ้นไปทำแล้วนี้ เป็นของทำได้ยากยิ่งนัก.
[๒๓๑๗] กรรมที่บุคคลยอมตายแทน เพื่อปลดเปลื้องบิดา หรือเพราะเหตุแห่ง
มารดาในโลกนี้ เป็นเหตุให้ไปสู่ปรโลก ทั้งจะเพรียบพร้อมด้วยความสุข
และอารมณ์อันงามเลิศ เราไม่เห็นว่าจะทำได้ยากสักน้อยเลย.
[๒๓๑๘] เราระลึกไม่ได้เลยว่า เราจะกระทำความชั่วเพื่อตนเองทั้งในที่แจ้ง และ
ที่ลับ เพราะว่า เราเป็นผู้มีชาติและมรณะอันกำหนดไว้แล้วว่า ในโลกนี้
ของเรา ฉันใด ในปรโลก ก็ฉันนั้น. ดูกรท่านผู้มีอานุภาพมาก เชิญท่าน
กินเนื้อเรา ในวันนี้ เสียบัดนี้เถิด เชิญท่านทำกิจเถิด สรีระนี้เราสละแล้ว
เราจะทำเป็นพลัดตกมาจากยอดไม้ ท่านชอบใจเนื้อส่วนใดๆ ก็เชิญ
ท่านกินเนื้อส่วนนั้นๆ ของเราเถิด.
[๒๓๑๙] ดูกรพระราชโอรส เรื่องนี้ท่านเต็มใจจริง ท่านจึงสละชีวิตเพื่อปลดเปลื้อง
พระชนกได้ เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านจงรีบไปหักไม้มาก่อไฟเถิด.

410
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 411 (เล่ม 27)

[๒๓๒๐] ลำดับนั้น พระราชโอรสผู้มีปัญญา ได้นำเอาฟืนมาก่อไฟกองใหญ่ขึ้น
แล้ว แจ้งให้ยักษ์ทราบว่า บัดนี้ ได้ก่อไปเสร็จแล้ว.
[๒๓๒๑] เมื่อกี้นี้ ท่านทำการขู่เข็ญว่า จะกินเราในวันนี้ ทำไมหวาดเกรงเรามอง
ดูอยู่บ่อยๆ เราได้ทำตามคำของท่านเสร็จแล้ว เมื่อพอใจจะกินก็เชิญกิน
เสียซิท่าน.
[๒๓๒๒] ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม มีวาจาสัตย์ รู้ความประสงค์ของผู้ขอเช่นท่าน ใครจะ
นำมากินเป็นภักษาหารได้ ผู้ใดกินผู้มีวาจาสัตย์เช่นท่าน ศีรษะของผู้นั้น
ก็จะพึงแตกออก ๗ เสี่ยง.
[๒๓๒๓] ดูกรยักษ์ สสบัณฑิตสำคัญท้าวสักกะนี้ว่า เป็นพราหมณ์ จึงยอมให้พัก
อยู่เพื่อจะให้สรีระของตน ด้วยเหตุนั้นแล จันทิมเทพบุตร จึงมีภาพ
กระต่ายปรากฏสมประสงค์ของโลกอยู่ทุกวันนี้.
[๒๓๒๔] พระจันทร์ พระอาทิตย์ พ้นแล้วจากปากแห่งราหู ย่อมไพโรจน์ใน
วันเพ็ญ ฉันใด ดูกรท่านผู้มีอานุภาพมาก ท่านก็ฉันนั้น หลุดพ้นไป
จากเราผู้กินเนื้อมนุษย์เป็นอาหารแล้ว ยังพระชนกชนนีให้ปลื้มพระทัย
จงรุ่งโรจน์ในกบิลรัฐ อนึ่ง พระประยูรญาติของท่านจงยินดีกันทั่วหน้า.
[๒๓๒๕] ลำดับนั้นแล พระราชโอรสอลีนสัตตุผู้มีพระปัญญา ทรงประคองอัญชลี
ไหว้ยักษ์โปริสาท ได้รับอนุญาตแล้ว มีความสุขสวัสดี หาโรคมิได้
เสด็จกลับมายังกบิลรัฐ.
[๒๓๒๖] ชาวนิคมชนบทถ้วนหน้า ทั้งพลช้าง พลรถ และพลเดินเท้าต่างพากัน
มาถวายบังคมพระราชโอรสนั้น พร้อมกันกราบทูลขึ้นว่า ข้าพระองค์
ทั้งหลายขอถวายบังคมพระองค์ พระองค์ทรงทำกิจซึ่งยากที่ทรงทำได้.
จบ ชัยทิศชาดกที่ ๓.
๔. ฉัททันตชาดก
ว่าด้วยพญาช้างฉัททันต์
[๒๓๒๗] ดูกรพระน้องนาง ผู้มีอวัยวะงามอร่ามดังทอง มีผิวพรรณเหลืองงามเลิศ
พระเนตรทั้งสองแจ่มใส เหตุไรหนอ พระน้องจึงเศร้าโศกซูบไป ดุจ
ดอกไม้ที่ถูกขยี้ ฉะนั้น?

411
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 412 (เล่ม 27)

[๒๓๒๘] ข้าแต่พระมหาราชเจ้า หม่อมฉันแพ้พระครรภ์ โดยการแพ้พระครรภ์เป็น
เหตุให้หม่อมฉันฝันเห็นสิ่งที่หาไม่ได้ง่าย.
[๒๓๒๙] กามสมบัติของมนุษย์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลกนี้ และในสวนนันทนวัน
กามสมบัติทั้งหมดนั้น เป็นของฉันทั้งสิ้น ฉันจะให้แก่เธอได้ทั้งนั้น.
[๒๓๓๐] ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ นายพรานป่าเหล่าใดเหล่าหนึ่งในแว่นแคว้น
ของพระองค์จงมาประชุมพร้อมกัน หม่อมฉันจะแจ้งเหตุที่แพ้พระครรภ์
ของหม่อมฉันให้นายพรานป่าเหล่านั้นทราบ.
[๒๓๓๑] ดูกรพระเทวี นายพรานป่าเหล่านี้ ล้วนแต่มีฝีมือ เป็นคนแกล้วกล้า
ชำนาญป่า รู้จักชนิดของเนื้อ ย่อมสละชีวิตเพื่อประโยชน์ของเราได้.
[๒๓๓๒] ท่านทั้งหลายผู้เป็นเชื้อแถวของนายพราน ที่มาพร้อมกันอยู่ ณ ที่นี้ จงฟัง
ฉัน ฉันฝันเห็นช้างเผือกผ่องงามีรัศมี ๖ ประการ ฉันต้องการงาช้างคู่นั้น
เมื่อไม่ได้ชีวิตก็หาไม่.
[๒๓๓๓] บิดาหรือปู่ทวด ของข้าพระองค์ทั้งหลายก็ยังไม่เคยได้ เห็นทั้งยังไม่เคย
ได้ยินว่า พญาช้างที่มีงา มีรัศมี ๖ ประการ พระนางเจ้าทรงนิมิตเห็น
พญาช้างมีลักษะเช่นไร ขอได้ตรัสบอกพญาช้างที่มีลักษณะเช่นนั้น
แก่พระองค์ทั้งหลายเถิด พระเจ้าข้า.
[๒๓๓๔] ทิศใหญ่ ๔ ทิศน้อย ๔ เบื้องบน ๑ เบื้องล่าง ๑ ทิศทั้ง ๑๐ นี้ พระองค์
ทรงฝันเห็นพญาช้าง ซึ่งมีงามีรัศมี ๖ ประการอยู่ทิศไหน พระเจ้าข้า.?
[๒๓๓๕] จากที่นี้ตรงไปทิศอุดร ข้ามภูเขาสูงใหญ่ ๗ ลูก ภูเขาใหญ่ชื่อสุวรรณปัส
มีพรรณไม้ผลิดอกอยู่ไสว มีฝูงกินนรเที่ยววิ่งเล่นอยู่ ท่านจงขึ้นไปบน
ภูเขาอันเป็นที่อยู่แห่งหมู่กินนรทั้งหลายแล้วมองลงมาตามเชิงเขา ทันใด
นั้น จะได้เห็นต้นไทรใหญ่ที่มีสีเทียมเมฆ มีย่านไทร ๘,๐๐๐ ห้อยย้อยอยู่.
ที่โคนต้นไทรนั้น มีพญาช้างเผือกผ่องงามีรัศมี ๖ ประการอาศัยอยู่
ยากที่คนอื่นจะจับได้ มีช้างประมาณ ๘,๐๐๐ เชือกล้วนมีงางอนงาม วิ่ง
ไล่ประหารเร็วดังลมพัด รักษาพญาช้างนั้นอยู่. ช้างเหล่านั้นย่อมบันลือ
เสียงน่าหวาดกลัว ย่อมโกรธแม้ต่อลมที่พัดถูกตัว ถ้าเห็นมนุษย์ ณ ที่นั้น
เป็นต้องขยี้เสียให้เป็นภัสมธุลี แม้แต่ละอองก็ไม่ถูกต้องพญาช้างได้เลย.

412
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 413 (เล่ม 27)

[๒๓๓๖] ข้าแต่พระราชเทวี เครื่องอาภรณ์ที่แล้วไปด้วยเงิน แก้วมุกดา แก้วมณี
และแก้วไพฑูรย์มีอยู่ในราชสกุลมากมาย เหตุไร พระแม่เจ้าจึงทรง
ประสงค์เอางาช้างมาทำเป็นเครื่องประดับเล่า พระแม่เจ้าทรงปรารถนา
จะให้ฆ่าพญาช้าง ซึ่งมีงามีรัศมี ๖ ประการเสีย หรือว่าจะให้พญาช้างฆ่า
พวกเชื้อแถวของนายพรานเสียกระมัง?
[๒๓๓๗] ดูกรนายพราน ฉันริษยาด้วย เสียใจด้วย เพราะนึกถึงความหลังก็
ตรอมใจ ขอท่านจงทำตามความประสงค์ของฉัน ฉันจักให้บ้านส่วยแก่
ท่าน ๕ ตำบล.
[๒๓๓๘] พญาช้างนั้นอยู่ที่ไหน ยืนที่ไหน ทางไหนที่พญาช้างไปอาบน้ำ พญาช้าง
อาบน้ำด้วยประการอย่างไร ข้าพระองค์จะรู้จักคติแห่งพญาช้างได้อย่างไร?
[๒๓๓๙] ในที่ๆ พญาช้างอยู่นั้น มีสระอยู่ใกล้ๆ น่ารื่นรมย์ มีท่าราบเรียบ
น้ำมากมาย สะพรั่งไปด้วยพรรณไม้ดอก มีหมู่ภมรมาคลึงเคล้า พญาช้าง
นั้น ลงอาบที่สระนั้นแหละ ชำระศีรษะแล้วห้อยพวงดอกอุบล มีร่างกาย
เผือกผ่องดังดอกบัวขาบ บันเทิงใจให้มเหสีชื่อว่าสรรพภัททา เดินหน้า
กลับไปยังที่อยู่ของตน.
[๒๓๔๐] นายพรานนั้น ยึดเอาพระราชดำรัสของพระนางซึ่งประทับยืนอยู่ ณ ที่นั้นเอง
แล้วถือเอาแล่งลูกธนูข้ามภูเขาใหญ่ทั้ง ๗ ลูกไปจนถึงลูกที่ชื่อสุวรรณปัส
อันสูงโดด. ขึ้นไปถึงภูเขาอันเป็นที่อยู่ของหมู่กินนรแล้ว มองลงมา
ยังเชิงเขา ได้เห็นต้นไทรใหญ่มีสีเทียมเมฆ มีย่านไทร ๘,๐๐๐ ห้อยย้อย
อยู่ ณ ที่นั้น ทันใดนั้นเอง ก็ได้เห็นพญาช้างเผือกผ่องงามีรัศมี ๖ ประการ
ยากที่คนเหล่าอื่นจะจับได้ มีช้างประมาณ ๘,๐๐๐ เชือก ล้วนแต่มีงางอนงาม
วิ่งไล่เร็วดุจลมพัด รักษาพญาช้างอยู่. และได้เห็นสระโบกขรณีอัน
น่ารื่นรมย์อยู่ใกล้ๆ ที่อยู่ของพญาช้างนั้น ทั้งท่าน้ำก็ราบเรียบน้ำมากมาย
มีพรรณไม้ดอกบานสะพรั่ง มีหมู่ภมรเที่ยวเคล้าคลึงอยู่ แลเห็นที่ที่พญา
ช้างลงอาบน้ำ. จนกระทั้งที่ๆ พญาช้างเดิน ยืนอยู่ และทางที่พญาช้างลง

413
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 414 (เล่ม 27)

อาบนั้นก็แลเห็น นายพรานผู้มีใจลามก ถูกพระนางสุภัททาผู้ตกอยู่ใน
อำนาจจิตทรงใช้มา ก็มาตระเตรียมหลุม.
[๒๓๔๑] นายพรานผู้กระทำกรรมอันชั่วช้า ขุดหลุมเอากระดานปิดเสร็จแล้ว สอด
ธนูเข้าไว้ เอาลูกธนูลูกใหญ่ยิงพญาช้างซึ่งมายืนอยู่ข้างหลุมของตน.
พระยาช้างถูกยิงแล้วก็ร้องก้องโกญจนาท ช้างทุกๆ เชือกพากันบันลือ
อื้ออึงวิ่งไปทั้ง ๘ ทิศ ทำหญ้าและไม้ให้เป็นจุณไป. พญาช้างฉัททันต์เอา
เท้ากระชุ่นดินด้วยคิดว่า จักฆ่ามันเสีย แต่ได้เห็นผ้ากาสาวพัสตร์ อัน
เป็นธงชัยของฤาษี ทั้งที่ได้รับความทุกข์ ก็เกิดความรู้สึกว่า ธงชัยแห่ง
พระอรหันต์อันสัตบุรุษไม่พึงทำลาย.
[๒๓๔๒] ผู้ใดยังไม่หมดกิเลส ปราศจากทมะและสัจจะ ผู้นั้นไม่ควรจะนุ่งห่มผ้า
กาสาวะ. ส่วนผู้ใดคลายกิเลสได้แล้ว ตั้งมั่นอยู่ในศีล ประกอบด้วย
ทมะและสัจจะ ผู้นั้นย่อมควรนุ่งห่มผ้ากาสาวะแท้.
[๒๓๔๓] พญาช้างถูกลูกศรใหญ่เสียบเข้าแล้ว ไม่มีจิตคิดประทุษร้าย ได้ถามนาย
พรานว่า เพื่อนเอ๋ย ท่านประสงค์อะไร เพราะเหตุไร หรือว่าใคร
ใช้ให้ท่านมาฆ่าเรา?
[๒๓๔๔] ดูกรพญาช้างผู้เจริญ พระนางสุภัททาพระมเหสีของพระเจ้ากาสิกราช
อันประชาชนสักการะบูชาอยู่ในราชสกุล พระนางได้ทรงนิมิตเห็นท่าน
และได้โปรดให้ทำสักการะแก่ข้าพเจ้าแล้ว ตรัสบอกข้าพเจ้าว่า มีพระ
ประสงค์งาทั้งคู่ของท่าน.
[๒๓๔๕] ที่จริง พระนางสุภัททาทรงทราบอยู่ว่างางามๆ แห่งบิดาและปู่ทวดของเรา
มีอยู่เป็นอันมาก แต่พระนางเป็นคนพาล โกรธเคือง ผูกเวร ต้องการจะ
ฆ่าเรา. ดูกรนายพราน ท่านจงลุกขึ้นเถิด จงหยิบเลื่อยมาตัดงาคู่นี้เถิด
ประเดี๋ยวเราจะตายเสียก่อน ท่านจงกราบทูลพระนางสุภัททาผู้ยังผูกโกรธ
ว่า พญาช้างตายแล้ว เชิญพระนางรับงาคู่นี้ไว้เถิด.
[๒๓๔๖] นายพรานนั้น ลุกขึ้นจับเลื่อย เลื่อยงาพญาช้างทั้งคู่อันงดงามหาที่เปรียบ
มิได้ในพื้นปฐพีแล้ว รีบถือหลีกออกจากที่นั้นไป.

414
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 415 (เล่ม 27)

[๒๓๔๗] ช้างเหล่านั้นตกใจ ได้รับความเสียใจ เพราะพญาช้างถูกยิงพากันวิ่งไปยัง
ทิศทั้ง ๘ เมื่อไม่เห็นปัจจามิตรของพญาช้าง ก็พากันกลับมายังที่อยู่ของ
พญาช้าง.
[๒๓๔๘] ช้างเหล่านั้นพากันคร่ำครวญร่ำไห้อยู่ ณ ที่นั้น ต่างสูบเอาฝุ่นพ่นขึ้นบน
กระพองของตนๆ ยกนางสรรพภัททาผู้เป็นมเหสีให้เป็นหัวหน้า พากัน
กลับยังที่อยู่ของตนทั้งหมด.
[๒๓๔๙] นายพรานนั้น ถือเอางาพญาช้างทั้งคู่อันงดงาม หาที่เปรียบในพื้นปฐพีมิได้
ซึ่งแผ่รัศมีดุจสีทองไปรอบๆ มาถึงยังพระนครกาสีแล้ว น้อมนำงาทั้งคู่
เข้าไปถวายพระนางสุภัททากราบทูลว่า พญาช้างล้มแล้ว ขอเชิญพระนาง
ทอดพระเนตรงาทั้งคู่นี้เถิด.
[๒๓๕๐] พระนางสุภัททาผู้เป็นพาล ครั้นทอดพระเนตรงาพญาช้างทั้งคู่ ผู้เป็นสามี
ที่รักในชาติก่อนแล้ว หทัยของพระนางก็แตกทำลาย ณ ที่นั้นเอง เพราะ
เหตุนั้นเอง พระนางจึงได้สวรรคต.
[๒๓๕๑] พระศาสดาได้บรรลุสัมโพธิญาณแล้ว มีพระอานุภาพมาก ได้ทรงทำการแย้ม
ในท่ามกลางบริษัท ภิกษุทั้งหลายผู้มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว พากันทูลถามว่า
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมไม่ทรงทำการแย้มให้ปรากฏ เมื่อไม่มีเหตุ?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงดูนางกุมารีสาวคนนั้น นุ่งห่ม
ผ้ากาสาวพัสตร์ ประพฤติอนาคาริยวัตร นางกุมารีคนนั้นแล เป็นนาง
สุภัททาในกาลนั้น เราตถาคตเป็นพญาช้างในกาลนั้น. นายพรานถือเอา
งาทั้งคู่อันงดงามของพญาช้าง หาที่เปรียบในพื้นปฐพีมิได้ กลับมายัง
พระนครกาสีในกาลนั้น เป็นพระเทวทัต. พระพุทธเจ้าผู้ปราศจากความ
กระวนกระวาย ความเศร้าโศก และกิเลสดุจลูกศร ตรัสรู้ยิ่งด้วยพระองค์
เองแล้ว ได้ตรัสฉัททันตชาดกนี้ อันเป็นของเก่า ไม่รู้จักสิ้นสูญ ซึ่ง
พระองค์ท่องเที่ยวไปแล้วตลอดกาลนาน เป็นบุรพจรรยาทั้งสูงทั้งต่ำว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คราวครั้งนั้น เราเป็นพญาช้างฉัททันต์อยู่ที่สระฉัททันต์
นั้น ท่านทั้งหลายจงทรงจำชาดกไว้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ฉันทันตชาดกที่ ๔.

415