พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 66 (เล่ม 27)

๔. อสทิสวรรค
๑. อสทิสชาดก
ว่าด้วยอสทิสกุมาร
[๒๑๑] เจ้าชายพระนามว่าอสทิสกุมาร เป็นนักธนู มีกำลังมาก ยิงธนูให้ไป
ตกในที่ไกลๆ ได้ ยิงไม่ค่อยพลาด สามารถทำลายของกองใหญ่ๆ ได้.
[๒๑๒] พระองค์ทรงทำการรบให้ข้าศึกทั้งปวงหนีไป แต่มิได้เบียดเบียนใครๆ
เลย ทรงทำพระกนิฏฐภาดาให้มีความสวัสดีแล้ว ก็เข้าถึงความสำรวม.
จบ อสทิสชาดกที่ ๑.
๒. สังคามาวจรชาดก
ว่าด้วยช้างเข้าสงคราม
[๒๑๓] ดูกรกุญชร ท่านปรากฏว่า เป็นผู้เคยเข้าสู่สงคราม มีความแกล้วกล้า
มีกำลังมาก เข้ามาใกล้เขื่อนประตูแล้ว เหตุไรจึงถอยกลับเสียเล่า?
[๒๑๔] ดูกรกุญชร ท่านจงหักล้างลิ่มกลอน ถอนเสาระเนียด และทำลาย
เขื่อนทั้งหลายแล้ว เข้าประตูให้ได้โดยเร็วเถิด.
จบ สังคามาวจรชาดกที่ ๒.
๓. วาโลทกชาดก
ว่าด้วยน้ำหาง
[๒๑๕] (พระราชาตรัสถามว่า) ความเมาย่อมเกิดแก่ลาทั้งหลาย เพราะดื่มกิน
น้ำหาง มีรสน้อย เป็นน้ำเลว แต่ความเมาย่อมไม่เกิดแก่ม้าสินธพ
เพราะดื่มกินน้ำมีรสอร่อย ประณีต.

66
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 67 (เล่ม 27)

[๒๑๖] (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน สัตว์ผู้มี
ชาติอันเลวทราม ดื่มกินน้ำมีรสน้อย อันรสนั้นถูกต้องแล้ว ย่อมเมา
ส่วนสัตว์ผู้มีปกติทำธุระให้สำเร็จได้ เกิดในตระกูลสูง ดื่มกินรสอันเลิศ
แล้ว ก็ไม่เมา.
จบ วาโลทกชาดกที่ ๓.
๔. คิริทัตตชาดก
ว่าด้วยการเอาอย่าง
[๒๑๗] (พระโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาว่า) ม้าชื่อปัณฑวะของพระเจ้าสามะ
ถูกนายควาญม้าชื่อคิริทัตต์ประทุษร้าย จึงละปกติเดิมของตน ศึกษา
เอาอย่างนายควาญม้านั่นเอง.
[๒๑๘] ถ้าบุรุษผู้บริบูรณ์ด้วยอาการอันงดงาม สมควรแก่ม้านั้น ตบแต่งร่าง
กายงดงาม จับจูงม้านั้นที่บังเหียนพาเวียนไปรอบๆ สนามม้าไซร้ ไม่ช้า
เท่าไร ม้านี้ก็จะละความเป็นกระจอกเสีย ศึกษาเอาอย่างบุรุษนั้นเทียว.
จบ คิริทัตตชาดกที่ ๔.
๕. อนภิรติชาดก
ว่าด้วยจิตขุ่นมัว-ไม่ขุ่นมัว
[๒๑๙] เมื่อน้ำขุ่นมัว ไม่ใส บุคคลย่อมไม่แลเห็นหอยกาบ หอยโข่ง กรวด
ทราย และฝูงปลา ฉันใด เมื่อจิตขุ่นมัว บุคคลก็ย่อมไม่เห็นประโยชน์
ตน และประโยชน์ผู้อื่น ฉันนั้น.
[๒๒๐] เมื่อน้ำไม่ขุ่นมัว ใสบริสุทธิ์ บุคคลย่อมแลเห็นหอยกาบ หอยโข่ง
กรวด ทราย และฝูงปลา ฉันใด เมื่อจิตไม่ขุ่นมัว บุคคลก็ย่อมเห็น
ประโยชน์ตน และประโยชน์ผู้อื่น ฉันนั้น.
จบ อนภิรติชาดกที่ ๕.

67
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 68 (เล่ม 27)

๖. ทธิวาหนชาดก
ว่าด้วยพระเจ้าทธิวาหนะ
[๒๒๑] (พระเจ้าทธิวาหนะตรัสถามว่า) แต่ก่อนมา มะม่วงต้นนี้บริบูรณ์ด้วยสี
กลิ่น และรส ได้รับการบำรุงอยู่เช่นเดิม เหตุไรจึงมีผลขื่นขมไปเล่า?
[๒๒๒] (พระโพธิสัตว์ทูลว่า) ข้าแต่พระเจ้าทธิวาหนะ มะม่วงของพระองค์
มีต้นสะเดาแวดล้อมอยู่ รากต่อรากเกี่ยวพันกัน กิ่งต่อกิ่งเกี่ยวประสาน
กัน เหตุที่อยู่ร่วมกันกับต้นสะเดาที่มีรสขม มะม่วงจึงมีผลขมไปด้วย.
จบ ทธิวาหนชาดกที่ ๖.
๗. จตุมัฏฐชาดก
ผู้เลวทราม ๔ อย่าง
[๒๒๓] ท่านทั้งสองพากันขึ้นไปบนค่าคบไม้อันสูง อยู่ในที่ลับแล้วปรึกษากัน
เชิญท่านลงมาปรึกษากันในที่ต่ำเถิด พระยาเนื้อจักได้ฟังบ้าง.
[๒๒๔] สุบรรณกับสุบรรณเขาปรึกษากัน เทวดากับเทวดาเขาพูดกันในเรื่องนี้
จะมีประโยชน์อะไรแก่สุนัขจิ้งจอกเลวทราม ๔ อย่าง (สรีระ ๑ ชาติ ๑
เสียง ๑ คุณ ๑) เล่า แน่ะสุนัขจิ้งจอกตัวชาติชั่ว เจ้าจงเข้าไปสู่ปล่องเถิด.
จบ จตุมัฏฐชาดกที่ ๗.
๘. สีหโกตถุกชาดก
ตัวเหมือนราชสีห์แต่เสียงไม่เหมือน
[๒๒๕] ราชสีห์ตัวนั้น นิ้วก็นิ้วราชสีห์ เล็บก็เล็บราชสีห์ ยืนก็ยืนด้วยเท้าราชสีห์
มีอยู่ตัวเดียวในหมู่ราชสีห์ ย่อมบรรลือด้วยเสียงอีกอย่างหนึ่ง.

68
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 69 (เล่ม 27)

[๒๒๖] ดูกรเจ้าเป็นบุตรแห่งราชสีห์ เจ้าอย่าบรรลือเสียงอีกเลย จงมีเสียง
เบาๆ อยู่ในป่า เขาทั้งหลายพึงรู้จักเจ้าด้วยเสียงนั่นแหละ เพราะเสียง
ของเจ้า ไม่เหมือนกับเสียงราชสีห์ผู้เป็นบิดา.
จบ สีหโกตถุกชาดกที่ ๘.
๙. สีหจัมมชาดก
ลาปลอมเป็นราชสีห์
[๒๒๗] นี่ไม่ใช่เสียงบรรลือของราชสีห์ ไม่ใช่เสียงบรรลือของเสือโคร่ง ไม่
ใช่เสียงบรรลือของเสือเหลือง ลาผู้ลามกคลุมตัวด้วยหนังราชสีห์บรร
ลือเสียง.
[๒๒๘] ลาเอาหนังราชสีห์คลุมตัว เที่ยวกินข้าวกล้านานมาแล้ว ร้องให้เขารู้
ว่า เป็นตัวลา ได้ประทุษร้ายตนเองแล้ว.
จบ สีหจัมมชาดกที่ ๙.
๑๐. สีลานิสังสชาดก
ว่าด้วยอานิสงส์ศีล
[๒๒๙] จงดูผลของศรัทธา ศีล และจาคะ นี้เถิด พระยานาคนิรมิตเพศเป็น
เรือ พาอุบาสกผู้มีศรัทธาไป.
[๒๓๐] บุคคลพึงสมาคมกับสัตบุรุษทั้งหลายเถิด พึงทำความสนิทสนมกับ
สัตบุรุษทั้งหลายเถิด ด้วยว่าช่างกัลบกถึงความสวัสดีได้ ก็เพราะการ
อยู่ร่วมกับสัตบุรุษทั้งหลาย.
จบ สีลานิสังสชาดกที่ ๑๐.
จบ อสทิสวรรคที่ ๔.
_________________

69
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 70 (เล่ม 27)

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อสทิสชาดก ๒. สังคามาวจรชาดก
๓. วาโลทกชาดก ๔. คิริทัตตชาดก
๕. อนภิรติชาดก ๖. ทธิวาหนชาดก
๗. จตุมัฏฐชาดก ๘. สีหโกตถุกชาดก
๙. สีหจัมมชาดก ๑๐. สีลานิสังสชาดก.
_________________

70
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 71 (เล่ม 27)

๕. รุหกวรรค
๑. รุหกชาดก
[๒๓๑] ดูกรพ่อรุหกะ สายธนูถึงขาดแล้วก็ยังต่อกันได้อีก ท่านจงคืนดีกันเสีย
กับภรรยาเก่าเถิด อย่าลุอำนาจแก่ความโกรธเลย.
[๒๓๒] เมื่อป่านยังมีอยู่ ช่างทำก็ยังมีอยู่ ข้าพระบาทจักกระทำสายอื่นใหม่ พอ
กันทีสำหรับสายเก่า.
จบ รุหกชาดกที่ ๑.
๒. สิริกาฬกัณณิชาดก
ว่าด้วยสิริกับกาฬกรรณี
[๒๓๓] หญิงที่มีรูปงาม ทั้งมีศีลาจารวัตร บุรุษไม่พึงปรารถนาหญิงนั้น ท่านเชื่อ
ไหม มโหสถ?
[๒๓๔] ข้าแต่มหาราชะ ข้าพระบาทเชื่อ บุรุษคงเป็นคนต่ำต้อย สิริกับกาฬกรรณี
ย่อมไม่สมกันเลยไม่ว่าในกาลไหนๆ.
จบ สิริกาฬกัณณิชาดกที่ ๒.
๓. จุลลปทุมชาดก
ว่าด้วยการลงโทษหญิงชายทำชู้กัน
[๒๓๕] หญิงคนนี้แหละ คือหญิงคนนั้น ถึงเราก็คือบุรุษคนนั้น ไม่ใช่คนอื่น
บุรุษคนนี้แหละที่หญิงคนนี้อ้างว่า เป็นผัวของเรามาตั้งแต่เป็นเด็ก ก็คือ
บุรุษที่ถูกตัดมือ หาใช่คนอื่นไม่ ขึ้นชื่อว่า หญิงทั้งหลายควรฆ่าเสียให้
หมดเลย ความสัตย์ไม่มีในหญิงทั้งหลาย.

71
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 72 (เล่ม 27)

[๒๓๖] ท่านทั้งหลายจงฆ่าบุรุษผู้ชั่วช้าลามกราวกับซากผี มักทำชู้กับภรรยาผู้อื่น
คนนี้ เสียด้วยสาก จงตัดหู ตัดจมูก ของหญิงผู้ทำร้ายผัวชั่วช้าลามกคนนี้
เสียทั้งเป็นๆ เถิด.
จบ จุลลปทุมชาดกที่ ๓.
๔. มณิโจรชาดก
ว่าด้วยพระเจ้าอธรรมิกราช
[๒๓๗] เทวดาทั้งหลาย (ผู้ดูแลรักษาชนผู้มีศีลและคอยกีดกันคนชั่ว) ย่อมไม่มี
อยู่ในโลกเป็นแน่ หรือเมื่อกิจเห็นปานนี้เกิดขึ้น ย่อมพากันไปค้างแรม
เสียเป็นแน่ อนึ่ง สมณพราหมณ์ทั้งหลายอันเขาสมมติว่า เป็นผู้รักษา
โลก ไม่มีอยู่ในโลกนี้เป็นแน่ เมื่อชนทุศีลทั้งหลายกระทำกรรมอันสาหัส
บุคคลผู้ห้ามปรามไม่มีอยู่เป็นแน่?
[๒๓๘] ในรัชสมัยของพระเจ้าอธรรมิกราช ฝนย่อมตกในเวลาอันไม่ควรจะตก
ในเวลาที่ควรจะตกก็ไม่ตก พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมจุติจาก
ฐานะคือสวรรค์ พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมนั้น ใช่ว่าจะได้รับความ
ยากเข็ญด้วยเหตุมีประมาณเท่านั้นก็ไม่.
จบ มณิโจรชาดกที่ ๔.
๕. ปัพพตูปัตถรชาดก
ว่าด้วยสระที่เชิงเขาลาด
[๒๓๙] สระโบกขรณีอันเกษม เกิดอยู่ที่เชิงเขาลาด น่ารื่นรมย์ สุนัขจิ้งจอกรู้ว่า
สระนั้นอันราชสีห์รักษาอยู่ กล้าลงไปดื่มน้ำได้.
[๒๔๐] ข้าแต่มหาราชะ ถ้าสัตว์ทั้งหลายที่มีเท้า ย่อมพากันดื่มน้ำในแม่น้ำใหญ่
ไซร้ แม่น้ำจะกลายเป็นไม่ใช่แม่น้ำเพราะเหตุนั้นก็หาไม่ ถ้าบุคคลทั้ง
สองนั้น เป็นที่รักของพระองค์ไซร้ พระองค์ก็ทรงงดโทษเสีย.
จบ ปัพพตูปัตถรชาดกที่ ๕.

72
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 73 (เล่ม 27)

๖. วลาหกัสสชาดก
ว่าด้วยความสวัสดี
[๒๔๑] นรชนเหล่าใด ไม่ทำตามโอวาทอันพระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว นรชน
เหล่านั้นจักต้องถึงความพินาศ เปรียบเหมือนพ่อค้าทั้งหลายถูกนางผีเสื้อ
หลอกลวงให้อยู่ในอำนาจ ฉะนั้น.
[๒๔๒] นรชนเหล่าใด ทำตามโอวาทอันพระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว นรชน
เหล่านั้น จักถึงฝั่งสวัสดี ดุจพ่อค้าทั้งหลายทำตามถ้อยคำอันม้าวลาหก
กล่าวแล้ว ฉะนั้น.
จบ วลาหกัสสชาดกที่ ๖.
๗. มิตตามิตตชาดก
อาการของผู้เป็นมิตรและมิใช่มิตร
[๒๔๓] ศัตรูเห็นเข้าแล้วไม่ยิ้มแย้ม ไม่แสดงความยินดีตอบ สบตากันแล้ว
เบือนหน้าหนี ไม่แลดู ประพฤติตรงกันข้ามเสมอ.
[๒๔๔] อาการเหล่านี้ มีปรากฏอยู่ในศัตรู เป็นเครื่องให้บัณฑิตเห็น และได้ฟัง
แล้ว พึงรู้ได้ว่า เป็นศัตรู.
จบ มิตตามิตตชาดกที่ ๗.
๘. ราธชาดก
ว่าด้วยเรื่องจริงเก่าไม่ดีไม่ควรพูด
[๒๔๕] ลูกรัก พ่อกลับมาจากที่ค้างแรม กลับมาเดี๋ยวนี้เอง ไม่นานเท่าไรนัก
แม่ของเจ้าไม่ไปคบหาบุรุษอื่นดอกหรือ?

73
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 74 (เล่ม 27)

[๒๔๖] ธรรมดาบัณฑิต ไม่พูดวาจาที่ประกอบด้วยความจริง แต่ไม่ดี ขืนพูดไปจะ
ต้องนอนอยู่ ดุจนกแขกเต้าชื่อว่าโปฏฐปาทะถูกเผานอนจมอยู่ในเตาไฟ
ฉะนั้น.
จบ ราธชาดกที่ ๘.
๙. คหปติชาดก
ว่าด้วยการทวงในเวลายังไม่ถึงกำหนด
[๒๔๗] กรรมทั้งสองไม่ควรแก่เรา เราไม่ชอบใจ ก็หญิงคนนี้ลงไปในฉางข้าว
แล้วพูดว่า เรายังใช้หนี้ให้ไม่ได้.
[๒๔๘] ดูกรนายบ้าน เพราะเหตุนั้น เราจึงพูดกะท่าน ท่านมาทวงค่าเนื้อวัวแก่
ซูบผอม ซึ่งเราได้ทำสัญญาผลัดไว้ถึงสองเดือน ในคราวเมื่อชีวิตของ
เราน้อย ลำบากยากเข็ญ ในกาลยังไม่ทันถึงกำหนดสัญญา กรรมทั้งสอง
นั้น ไม่ถูกใจเราเสียเลย.
จบ คหปติชาดกที่ ๙.
๑๐. สาธุสีลชาดก
ว่าด้วยเลือกเอาผู้มีศีล
[๒๔๙] เราขอถามท่านพราหมณ์ว่า ๑. คนมีรูปงาม ๒. คนอายุมาก ๓. คน
มีชาติสูง ๔. คนมีศีลดี ๔ คนนั้น ท่านจะเลือกเอาคนไหน?
[๒๕๐] ประโยชน์ในร่างกายก็มีอยู่ ข้าพเจ้าขอทำความนอบน้อมแก่ท่านผู้เจริญวัย
ประโยชน์ในบุรุษผู้มีชีวิตดีก็มีอยู่ ศีลแล พวกเราชอบใจ.
จบ สาธุสีลชาดกที่ ๑๐.
จบ รุหกวรรคที่ ๕.
_________________

74
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 75 (เล่ม 27)

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. รุหกชาดก ๒. สิริกาฬกัณณิชาดก
๓. จุลลปทุมชาดก ๔. มณิโจรชาดก
๕. ปัพพตูปัตถรชาดก ๖. วลาหกัสสชาดก
๗. มิตตามิตตชาดก ๘. ราธชาดก
๙. คหปติชาดก ๑๐. สาธุสีลชาดก.
_________________

75