พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 36 (เล่ม 27)

๙. กุณฑกปูวชาดก
ว่าด้วยมีอย่างไรกินอย่างนั้น
[๑๐๙] บุรุษกินอย่างไร เทวดาของบุรุษนั้นก็กินอย่างนั้น ท่านจงนำเอาขนมรำ
นั้นมา อย่าให้ส่วนของเราเสียไปเลย.
จบ กุณฑกปูวชาดกที่ ๙.
๑๐. สัพพสังหารกปัญหา
ว่าด้วยการพูดของหญิง ๒ ประเภท
[๑๑๐] กลิ่นเครื่องอบทั้งปวงไม่มี มีแต่กลิ่นดอกประยงล้วนฟุ้งไป หญิงนักเลง
คนนี้ ย่อมกล่าวคำเหลาะแหละ หญิงผู้ใหญ่กล่าวคำจริง.
จบ สัพสังหารกปัญหาที่ ๑๐.
จบ ปโรสตวรรคที่ ๑๑.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปโรสตชาดก ๒. ปัณณิกชาดก
๓. เวริชาดก ๔. มิตตวินทชาดก
๕. ทุพพลกัฏฐชาดก ๖. อุทัญจนีชาดก
๗. สาลิตตกชาดก ๘. พาหิยชาดก
๙. กุณฑกปูวชาดก ๑๐. สัพพสังหารกปัญหา.
_________________

36
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 37 (เล่ม 27)

๑๒. หังสิวรรค
๑. คัทรภปัญหา
ว่าด้วยลากับม้าอัสดร
[๑๑๑] ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ถ้าพระองค์ทรงสำคัญอย่างนี้ว่าบิดาประเสริฐ
กว่าบุตรไซร้ มิฉะนั้น ลาตัวนี้ก็ประเสริฐกว่าม้าอัสดรของพระองค์
เพราะว่าลาเป็นพ่อม้าอัสดร.
จบ คัทรภปัญหาที่ ๑.
๒. อมราเทวีปัญหา
บอกใบ้หนทางไปบ้าน
[๑๑๒] ร้านขายข้าวสัตตู ร้านขายน้ำส้มพะอูม และต้นทองหลางใบมนซึ่งมีดอก
บานแล้ว มีอยู่ ณ ที่ใด ท่านจงไป ณ ที่นั้นเถิด ฉันให้ของด้วยมือใด
ฉันย่อมกล่าวด้วยมือนั้น ฉันไม่ได้ของด้วยมือใด ฉันไม่กล่าวด้วยมือนั้น
นี่เป็นหนทางของบ้านชื่อว่ายวมัชฌกคาม ท่านจงรู้ทางที่ฉันกล่าวปกปิด
นี้เองเถิด.
จบ อมราเทวีปัญหา ที่ ๒.
๓. สิคลชาดก
ว่าด้วยพราหมณ์เชื่อสุนัข
[๑๑๓] ดูกรพราหมณ์ ท่านเชื่อสุนัขผู้ดื่มสุราหรือ เพียง ๑๐๐ เบี้ยก็ไม่มี อย่าว่า
ถึง ๒๐๐ กหาปณะเลย?
จบ สิคาลชาดกที่ ๖.

37
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 38 (เล่ม 27)

๔. มิตจินติชาดก
ว่าด้วยปลาช่วยปลาให้พ้นข่าย
[๑๑๔] ปลา ๒ ตัวคือ ปลาพหูจินตี และปลาอัปปจินตี ติดอยู่ในข่าย ปลาชื่อ
มิตจินตีได้ช่วยให้พ้นจากข่าย ปลาทั้ง ๒ ตัวจึงได้มาพร้อมกันกับปลา
จินตี ในแม่น้ำนั้น.
จบ มิตจินติชาดกที่ ๔.
๕. อนุสาสิกชาดก
ว่าด้วยดีแต่สอนผู้อื่น
[๑๑๕] นางนกสาลิกาตัวใด สั่งสอนนกตัวอื่นอยู่เนืองๆ ตัวเองมีปกติเที่ยวไป
ด้วยละโมบ นางนกสาลิกาตัวนั้นถูกล้อบดแล้วมีปีกหักนอนอยู่.
จบ อนุสาสิกชาดกที่ ๕.
๖. ทุพพจชาดก
ได้รับโทษเพราะทำเกินไป
[๑๑๖] ท่านอาจารย์ ท่านได้ทำเกินไป การกระทำของท่านนั้นไม่ชอบใจแม้แก่
ข้าพเจ้า ท่านโดดพ้นหอกเล่มที่ ๔ แล้ว ถูกหอกเล่มที่ ๕ เสียบเข้าแล้ว.
จบ ทุพพจชาดกที่ ๖.
๗. ติตติรชาดก
ว่าด้วยตายเพราะปาก
[๑๑๗] วาจาที่ดังเกินไป ความเป็นผู้มีกำลังแรงเกินไป บุคคลกล่าวล่วงเวลา
ย่อมฆ่าบุคคลผู้มีปัญญาทรามเสีย ดุจวาจาที่ฆ่านกกระทาผู้ขันดังเกินไป
ฉะนั้น.
จบ ติตติรชาดกที่ ๗.

38
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 39 (เล่ม 27)

๘. วัฏฏกชาดก
ว่าด้วยการใช้ความคิด
[๑๑๘] บุรุษเมื่อไม่คิดก็ย่อมไม่ได้ผลพิเศษ ท่านจงดูผลแห่งอุบายที่เราคิดเถิด
เราพ้นแล้วจากการฆ่าและจองจำ ก็ด้วยอุบายนั้น.
จบ วัฏฏกชาดกที่ ๘.
๙. อกาลราวิชาดก
ว่าด้วยไก่ขันไม่ถูกเวลา
[๑๑๙] ไก่ตัวนี้ไม่ได้เติบโตอยู่กับพ่อแม่ ไม่ได้อยู่ในสำนักอาจารย์ ย่อมไม่รู้จัก
กาลที่ควรขัน และไม่ควรขัน.
จบ อกาลราวิชาดกที่ ๙.
๑๐. พันธนโมกขชาดก
ว่าด้วยการหลุดพ้นจากเครื่องผูกมัด
[๑๒๐] คนพาลทั้งหลายผู้ไม่ถูกผูกมัด กล่าวขึ้นในที่ใด ก็ย่อมถูกผูกมัดในที่นั้น
ส่วนบัณฑิต แม้ถูกผูกมัดแล้ว กล่าวขึ้นในที่ใด ก็หลุดพ้นได้ในที่นั้น.
จบ พันธนโมกขชาดกที่ ๑๐.
จบ หังสิวรรคที่ ๑๒.
_________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. คัทรภปัญหา ๒. อมราเทวีปัญหา
๓. สิคาลชาดก ๔. มิตจินติชาดก
๕. อนุสาสิกชาดก ๖. ทุพพจชาดก
๗. ติตติรชาดก ๘. วัฏฏกชาดก
๙. อกาลราวิชาดก ๑๐. พันธนโมกขชาดก.
_________________

39
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 40 (เล่ม 27)

๑๓. กุสนาฬิวรรค
๑. กุสนาฬิชาดก
ว่าด้วยประโยชน์ของการผูกมิตร
[๑๒๑] บุคคลผู้เสมอกัน ประเสริฐกว่ากัน หรือเลวกว่ากัน พึงกระทำมิตร
ธรรมเถิด เพราะมิตรเหล่านั้น เมื่อความเสื่อมเกิดขึ้น ก็พึงทำประโยชน์
อันอุดมให้ได้ ดุจเราผู้เป็นรุกขเทวดาและกุสนาฬิเทวดา คบหาเป็น
มิตรกัน ฉะนั้น.
จบ กุสนาฬิชาดกที่ ๑.
๒. ทุมเมธชาดก
คนโง่ได้ยศไม่เป็นประโยชน์
[๑๒๒] ผู้มีปัญญาทรามได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน
ย่อมปฏิบัติเพื่อความเบียดเบียนตนและคนอื่น ฯ
จบ ทุมเมธชาดกที่ ๒.
๓. นังคลีสชาดก
คนพาลกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าว
[๑๒๓] คนพาล ย่อมกล่าวคำที่ไม่ควรกล่าวทุกอย่างได้ในทุกแห่ง คนพาลนี้
ไม่รู้จักเนยข้น และงอนไถ ย่อมสำคัญเนยข้นและนมสดว่าเหมือน
งอนไถ.
จบ นังคลีสชาดกที่ ๓.

40
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 41 (เล่ม 27)

๔. อัมพชาดก
บัณฑิตควรพยายามร่ำไป
[๑๒๔] บุรุษผู้เป็นบัณฑิตควรพยายามร่ำไป ไม่ควรเบื่อหน่าย จงดูผลแห่ง
ความพยายาม ผลมะม่วงทั้งหลายที่หล่นให้บริโภคอยู่ก็ด้วยความพยายาม
ทั้งนั้น ไม่ใช่ของที่ได้บินมาเลย.
จบ อัมพชาดกที่ ๔.
๕. กฏาหกชาดก
ว่าด้วยคนขี้โอ่
[๑๒๕] ผู้ใดไปสู่ชนบทอื่น ผู้นั้นพึงกล่าวอวดแม้มากมาย ดูกรกฏหกะ
เจ้าของเงินจะติดตามมาประทุษร้ายเอา เชิญท่านบริโภคอาหารเสีย
เถิด.
จบ กฏาหกชาดกที่ ๕.
๖. อสิลักขณชาดก
ว่าด้วยเหตุอย่างเดียวคนได้ผลต่างกัน
[๑๒๖] เหตุอย่างเดียวกันนั่นและ เป็นผลดีแก่คนคนหนึ่ง แต่เป็นผลร้ายแก่
อีกคนหนึ่งได้ เพราะฉะนั้น เหตุอย่างเดียวกัน มิใช่ว่าจะเป็นผลดีไป
ทั้งหมด และมิใช่ว่าจะเป็นผลร้ายไปทั้งหมด.
จบ อสิลักขณชาดกที่ ๖.
๗. กลัณฑุกชาดก
ว่าด้วยสกุลของนายกลัณฑุกะ
[๑๒๗] สกุลของท่านไม่ใช่สกุลสูง เราผู้เที่ยวอยู่ในป่าก็ยังรู้ได้ นายของท่าน
ทราบแน่แล้วพึงจับท่านไป ดูกรนายกลัณฑุกะ ท่านจงดื่มน้ำนมเสียเถิด.
จบ กลัณฑุกชาดกที่ ๗.

41
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 42 (เล่ม 27)

๘. มูสิกชาดก
ว่าด้วยผู้เอาธรรมบังหน้า
[๑๒๘] ผู้ใดและทำธรรมให้เป็นธง แต่ซ่อนความประพฤติไม่ดีไว้ล่อผู้อื่นให้
ตายใจ ความประพฤติของผู้นั้นชื่อว่า เป็นความประพฤติของแมว.
จบ มูสิกชาดกที่ ๘.
๙. อัคคิกชาดก
ว่าด้วยท่านอัคคิกะ
[๑๒๙] แหยมนี้ไม่มีอยู่เพราะเหตุแห่งบุญ มีอยู่เพราะเหตุจะกินผู้อื่น ฝูงหนู
ย่อมไม่ถึงวิธีนับชื่ออังคุฏฐิ พอทีเถอะท่านอัคคิกะ.
จบ อัคคิกชาดกที่ ๙.
๑๐. โกสิยชาดก
ว่าด้วยถ้อยคำกับการกินไม่สมกัน
[๑๓๐] ดูกรท่านผู้โกสิยะ ท่านจงกินยาให้สมกับที่ท่านอ้างว่าป่วย หรือจงทำ
การงานให้สมกับอาหารที่ท่านบริโภค เพราะถ้อยคำกับการกินของท่าน
ทั้ง ๒ ประการ ไม่สมกัน.
จบ โกสิยชาดกที่ ๑๐.
จบ กุสนาฬิวรรคที่ ๑๓.
__________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุสนาฬิชาดก ๒. ทุมเมธชาดก
๓. นังคลีสชาดก ๔. อัมพชาดก
๕. กฏาหกชาดก ๖. อสิลักขณชาดก
๗. กลัณฑุกชาดก ๘. มูสิกชาดก
๙. อัคคิกชาดก ๑๐. โกสิยชาดก.

42
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 43 (เล่ม 27)

๑๔. อสัมปทานวรรค
๑. อสัมปทานชาดก
การไม่รับของทำให้เกิดการแตกร้าว
[๑๓๑] ความไมตรีของผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งเป็นคนพาล ย่อมเป็นโทษแตกร้าวจากกัน
เพราะไม่รับของไว้ เพราะฉะนั้น เราจึงรับเอาข้าวลีบกึ่ง มานะไว้
ด้วยมาคิดว่า ความไมตรีของเราอย่าได้แตกร้าวเสียเลย ขอให้ไมตรีของ
เรานี้ ดำรงยั่งยืนต่อไปเถิด.
จบ อสัมปทานชาดกที่ ๑.
๒. ปัญจภีรุกชาดก
ว่าด้วยความสวัสดี
[๑๓๒] เราไม่ตกอยู่ในอำนาจของพวกผีเสื้อน้ำ เพราะความเพียรมั่นคง ดำรง
อยู่ในคำแนะนำของผู้ฉลาด และเป็นผู้ขลาดต่อภัย ความสวัสดีจากภัย
ใหญ่นั้น เกิดขึ้นแล้วแก่เรา.
จบ ปัญจภีรุกชาดกที่ ๒.
๓. ฆตาสนชาดก
ว่าด้วยภัยเกิดจากที่พึ่ง
[๑๓๓] ความเกษมมีอยู่บนหลังน้ำใด บนหลังน้ำนั้น มีข้าศึกมารบกวน ไฟลุก
โพลงอยู่ ณ ท่ามกลางน้ำ วันนี้ การอยู่ของพวกเราที่ต้นไม้อันเกิดที่
แผ่นดินนี้ไม่มี ท่านทั้งหลายจงพากันหลีกไปเสียยังทิศทั้งหลายเถิด วันนี้
ภัยเกิดขึ้นจากที่พึ่งของพวกเรา.
จบ ฆตาสนชาดกที่ ๓.

43
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 44 (เล่ม 27)

๔. ฌานโสธนชาดก
ว่าด้วยสุขเกิดจากสมาบัติ
[๑๓๔] สัตว์เหล่าใดเป็นผู้มีสัญญา แม้สัตว์เหล่านั้นก็ชื่อว่าเป็นทุคตะ
สัตว์เหล่าใดเป็นผู้ไม่มีสัญญา ถึงสัตว์เหล่านั้นก็ชื่อว่า เป็นทุคตะ ท่าน
จงละเว้นความเป็นสัญญีสัตว์และอสัญญีสัตว์ทั้ง ๒ นี้เสีย สุขอันเกิด
จากสมาบัตินั้น เป็นของไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน.
จบ ฌานโสธนชาดกที่ ๔.
๕. จันทาภชาดก
ว่าด้วยผู้เข้าถึงอาภัสสรพรหม
[๑๓๕] ในโลกนี้ ผู้ใดหยั่งลงสู่แสงจันทร์และแสงอาทิตย์ด้วยปัญญา ผู้นั้นย่อม
เข้าถึงอาภัสสรพรหมโลก ด้วยฌานอันไม่มีวิตก
จบ จันทาภชาดกที่ ๕.
๖. สุวรรณหังสชาดก
โลภมากลาภหาย
[๑๓๖] บุคคลได้สิ่งใด ควรยินดีด้วยสิ่งนั้น เพราะความโลภเกินประมาณ
เป็นความลามก นางพราหมณีจับพระยาหงส์ได้แล้ว ก็เสื่อมจาก
ทองคำ.
จบ สุวรรณหังสชาดกที่ ๖.
๗. พัพชาดก
ว่าด้วยวิธีให้แมวตาย
[๑๓๗] แมวตัวที่ ๑ ได้หนูหรือเนื้อในที่ใด แมวตัวที่ ๒ ที่ ๓ และ ที่ ๔ ก็
เกิดขึ้นในที่นั้น แมวเหล่านั้นได้พากันเอาอกฟาดปล่องแก้วผลึกนี้ แล้ว
ถึงความสิ้นชีวิตทั้งหมด.
จบ พัพพุชาดกที่ ๗.

44
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ - หน้าที่ 45 (เล่ม 27)

๘. โคธชาดก
ว่าด้วยฤาษีหลอกกินเหี้ย
[๑๓๘] ดูกรท่านผู้มีปัญญาทราม ประโยชน์อะไรแก่ท่านด้วยชฎาทั้งหลาย
ประโยชน์อะไรแก่ท่านด้วยหนังเสือ ภายในของท่านขรุขระ ท่านย่อม
ขัดสีแต่ภายนอก.
จบ โคธชาดกที่ ๘.
๙. อุภโตภัฏฐชาดก
ว่าด้วยผู้เสียหายหมดทุกอย่าง
[๑๓๙] ตาของท่านก็แตก ผ้าของท่านก็หาย ภรรยาของท่านก็ทะเลาะกับหญิง
เพื่อนบ้าน ท่านมีการงานเสีย ๒ ทาง คือ ทั้งทางน้ำและทางบก.
จบ อุภโตภัฏฐชาดกที่ ๙.
๑๐. กากชาดก
ว่าด้วยกาไม่มีมันเหลว
[๑๔๐] ขึ้นชื่อว่ากาทั้งหลาย มีใจหวาดเสียวอยู่เป็นนิตย์ เป็นผู้เบียดเบียนสัตว์
ทั้งปวง เพราะฉะนั้น กาทั้งหลายผู้เป็นญาติของเราจึงไม่มีมันเหลว.
จบ กากชาดกที่ ๑๐.
จบ อสัมปทานวรรคที่ ๑๔.
_________________

45