พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 237 (เล่ม 2)

พูดเปรยกระทบการงานทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นช่างไม้ … เป็นคนเทดอกไม้ ต้องอาบัติทุกกฏ
ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นคนทำงานไถนา … เป็นคนทำงานค้าขาย … เป็นคน
ทำงานเลี้ยงโค ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปะทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ มีวิชาการช่างจักสาน … มีวิชาการช่างหม้อ … มีวิชาการ
ช่างหูก … มีวิชาการช่างหนัง … มีวิชาการช่างกัลบก ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปะอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ มีวิชาการช่างนับ … มีวิชาการช่างคำนวณ … มีวิชาการ
ช่างเขียน ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโรคทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นโรคเรื้อน … โรคฝี … โรคกลาก … โรคมองคร่อ
… โรคลมบ้าหมู ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นโรคเบาหวาน ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบรูปพรรณทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นคนสูงเกินไป … ต่ำเกินไป … ดำเกินไป … ขาวเกินไป
ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นคนไม่สูงนัก … ไม่ต่ำนัก … ไม่ดำนัก … ไม่ขาวนัก
ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบกิเลสทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ ถูกราคะกลุ้มรุม … ถูกโทสะย่ำยี … ถูกโมหะครอบงำ
ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.

237
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 238 (เล่ม 2)

พูดเปรยกระทบกิเลสอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ ปราศจากราคะ … ปราศจากโทสะ … ปราศจากโมหะ
ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบอาบัติทราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ ต้องอาบัติปาราชิก … อาบัติสังฆาทิเสส … อาบัติถุลลัจจัย
… อาบัติปาจิตตีย์ … อาบัติปาฏิเทสนียะ … อาบัติทุกกฏ … อาบัติทุพภาสิต ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ
ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบความประพฤติอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นโสดาบัน ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบคำสบประมาททราม
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ มีความประพฤติดังอูฐ … แพะ … โค … ลา … สัตว์
ดิรัจฉาน … สัตว์นรก สุคติของอนุปสัมบันพวกนั้นไม่มี อนุปสัมบันพวกนั้นต้องหวังได้แต่
ทุคติ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์
… อนุปสัมบันจำพวกไรกันแน่ เป็นบัณฑิต … เป็นคนฉลาด … เป็นคนมีปัญญา … พหูสูต
… ธรรมกถึก ทุคติของอนุปสัมบันพวกนั้นไม่มี อนุปสัมบันพวกนั้นต้องหวังได้แต่สุคติ ต้อง
อาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชาติทราม
อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอนุปสัมบัน ปรารถนาจะทำให้อัปยศ
พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า พวกเราไม่ใช่ชาติคนจัณฑาล … ไม่ใช่ชาติคนจักสาน … ไม่ใช่ชาติ
พราน … ไม่ใช่ชาติคนช่างหนัง … ไม่ใช่ชาติคนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ
คำพูด.
พูดเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่ชาติกษัตริย์ … ไม่ใช่ชาติพราหมณ์ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ
คำพูด.
พูดเปรยกระทบชื่อทราม
… พวกเราไม่ใช่ชื่ออวกัณณกะ … ไม่ใช่ชื่อชวกัณณกะ … ไม่ใช่ชื่อธนิฏฐกะ … ไม่ใช่ชื่อ
สวิฏฐกะ … ไม่ใช่ชื่อกุลวัฑฒกะ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.

238
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 239 (เล่ม 2)

พูดเปรยกระทบชื่ออุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่ชื่อพุทธรักขิต … ไม่ใช่ชื่อธัมมรักขิต … ไม่ใช่ชื่อสังฆรักขิต ดังนี้เป็นต้น
ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรทราม
… พวกเราไม่ใช่โกสิยโคตร … ไม่ใช่ภารทวาชโคตร ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ
ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่โคตมโคตร … ไม่ใช่โมคคัลลานโคตร … ไม่ใช่กัจจายนโคตร … ไม่ใช่
วาเสฏฐโคตร ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบการงานทราม
… พวกเราไม่ใช่ช่างไม้ … ไม่ใช่คนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด
พูดเปรยกระทบการงานอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่คนทำงานไถนา … ไม่ใช่คนทำงานค้าขาย … ไม่ใช่คนทำงานเลี้ยงโค
ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปะทราม
… พวกเราไม่ใช่มีวิชาการช่างจักสาน … ไม่ใช่มีวิชาการช่างหม้อ … ไม่ใช่มีวิชาการช่างหูก
… ไม่ใช่มีวิชาการช่างหนัง … ไม่ใช่มีวิชาการช่างกัลบก ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบศิลปะอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่มีวิชาการช่างนับ … ไม่ใช่มีวิชาการช่างคำนวณ … ไม่ใช่มีวิชาการช่างเขียน
ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโรคทราม
… พวกเราไม่ใช่เป็นโรคเรื้อน … ไม่ใช่เป็นโรคฝี … ไม่ใช่เป็นโรคกลาก … ไม่ใช่เป็นโรค
มองคร่อ … ไม่ใช่เป็นโรคลมบ้าหมู ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโรคอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่เป็นโรคเบาหวาน ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.

239
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 240 (เล่ม 2)

พูดเปรยกระทบรูปพรรณทราม
… พวกเราไม่ใช่สูงเกินไป … ไม่ใช่ต่ำเกินไป … ไม่ใช่ดำเกินไป … ไม่ใช่ขาวเกินไป ดังนี้
เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบรูปพรรณอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่ไม่สูงนัก … ไม่ใช่ไม่ต่ำนัก … ไม่ใช่ไม่ดำนัก … ไม่ใช่ไม่ขาวนัก ดังนี้
เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบกิเลสทราม
… พวกเราไม่ใช่ถูกราคะกลุ้มรุม … ไม่ใช่ถูกโทสะย่ำยี … ไม่ใช่ถูกโมหะครอบงำ ดังนี้
เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบกิเลสอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่ปราศจากราคะ … ไม่ใช่ปราศจากโทสะ … ไม่ใช่ปราศจากโมหะ ดังนี้เป็นต้น
ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบอาบัติทราม
… พวกเราไม่ใช่เป็นผู้ต้องอาบัติปาราชิก … อาบัติสังฆาทิเสส … อาบัติถุลลัจจัย … อาบัติ
ปาจิตตีย์ … อาบัติปาฏิเทสนียะ … อาบัติทุกกฏ … อาบัติทุพภาสิต ดังนี้ ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ
คำพูด.
พูดเปรยกระทบความประพฤติอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่เป็นผู้เป็นโสดาบัน ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบคำสบประมาททราม
… พวกเราไม่ใช่มีความประพฤติดังอูฐ … แพะ … โค … ลา … สัตว์ดิรัจฉาน … สัตว์
นรก … สุคติของพวกเราไม่มี พวกเราต้องหวังได้แต่ทุคติ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ
คำพูด.
พูดเปรยกระทบคำสบประมาทอุกฤษฏ์
… พวกเราไม่ใช่เป็นบัณฑิต … ไม่ใช่เป็นคนฉลาด … ไม่ใช่เป็นคนมีปัญญา … ไม่ใช่
พหูสูต … ไม่ใช่ธรรมกถึก ทุคติของพวกเราไม่มี พวกเราต้องหวังได้แต่สุคติ ดังนี้เป็นต้น
ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.

240
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 241 (เล่ม 2)

อุปสัมบันล้ออุปสัมบัน
พูดล้อกดกระทบชาติ
[๒๔๖] อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนา
จะทำให้อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันชาติทราม ด้วยกล่าวกระทบชาติ-
ทราม คือพูดกะอุปสัมบันชาติคนจัณฑาล … ชาติคนจักสาน … ชาติพราน … ชาติคนช่างหนัง
… ชาติคนเทดอกไม้ ว่าเป็นชาติคนจัณฑาล ว่าเป็นชาติคนจักสาน ว่าเป็นชาติพราน
ว่าเป็นชาติคนช่างหนัง ว่าเป็นชาติคนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดให้เลวกระทบชาติ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันชาติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบชาติทราม
คือ พูดกะอุปสัมบันชาติกษัตริย์ … ชาติพราหมณ์ ว่าเป็นชาติคนจัณฑาล ว่าเป็นชาติคนจักสาน
ว่าเป็นชาติพราน ว่าเป็นชาติคนช่างหนัง ว่าเป็นชาติคนเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อประชดกระทบชาติ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันชาติทราม ด้วยกล่าวกระทบชาติอุกฤษฏ์
คือพูดกะอุปสัมบันชาติคนจัณฑาล … ชาติคนจักสาน … ชาติพราน … ชาติคนช่างหนัง … ชาติคน
เทดอกไม้ ว่าเป็นชาติกษัตริย์ ว่าเป็นชาติพราหมณ์ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ
คำพูด.
พูดล้อยกยอกระทบชาติ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันชาติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบชาติ-
อุกฤษฏ์ คือพูดกะอุปสัมบันชาติกษัตริย์ … ชาติพราหมณ์ ว่าเป็นชาติกษัตริย์ ว่าเป็นชาติพราหมณ์
ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.

241
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 242 (เล่ม 2)

พูดล้อกดกระทบชื่อ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีชื่อทราม ด้วยกล่าวกระทบชื่อทราม
คือพูดกะอุปสัมบันชื่ออวกัณณกะ … ชื่อชวกัณณกะ … ชื่อธนิฏฐกะ … ชื่อสวิฏฐกะ
… ชื่อกุลวัฑฒกะ ว่าท่านอวกัณณกะ ว่าท่านชวกัณณกะ ว่าท่านธนิฏฐกะ ว่าท่านสวิฏฐกะ
ว่าท่านกุลวัฑฒกะ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดให้เลวกระทบชื่อ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีชื่ออุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบชื่อทราม
คือพูดกะอุปสัมบันชื่อพุทธรักขิต … ชื่อธัมมรักขิต … ชื่อสังฆรักขิต ว่าท่านอวกัณณกะ
ว่าท่านชวกัณณกะ ว่าท่านธนิฏฐกะ ว่าท่านสวิฏฐกะ ว่าท่านกุลวัฑฒกะ ดังนี้เป็นต้น
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อประชดกระทบชื่อ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีชื่อทราม ด้วยกล่าวกระทบชื่ออุกฤษฏ์
คือพูดกะอุปสัมบันชื่ออวกัณณกะ … ชื่อชวกัณณกะ … ชื่อธนิฏฐกะ … ชื่อสวิฏฐกะ … ชื่อ
กุลวัฑฒกะ ว่าท่านพุทธรักขิต ว่าท่านธัมมรักขิต ว่าท่านสังฆรักขิต ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อยกยอกระทบชื่อ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีชื่ออุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบชื่อ
อุกฤษฏ์ คือพูดกะอุปสัมบันชื่อพุทธรักขิต … ชื่อธัมมรักขิต … ชื่อสังฆรักขิต ว่าท่านพุทธรักขิต
ว่าท่านธัมมรักขิต ว่าท่านสังฆรักขิต ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดกระทบโคตร
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีโคตรทราม ด้วยกล่าวกระทบโคตรทราม

242
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 243 (เล่ม 2)

คือพูดกะอุปสัมบันโกสิยโคตร … ภารทวาชโคตร ว่าท่านโกสิยโคตร ว่าท่านภารทวาชโคตร
ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดให้เลวกระทบโคตร
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีโคตรอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโคตร
ทราม คือพูดกะอุปสัมบันโคตมโคตร … โมคคัลลานโคตร … กัจจายนโคตร … วาเสฏฐโคตร ว่า
ท่านโกสิยโคตร ว่าท่านภารทวาชโคตร ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อประชดกระทบโคตร
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีโคตรทราม ด้วยกล่าวกระทบโคตร
อุกฤษฏ์ คือพูดกะอุปสัมบันโกสิยโคตร … ภารทวาชโคตร ว่าท่านโคตมโคตร ว่าท่าน
โมคคัลลานโคตร ว่าท่านกัจจายนโคตร ว่าท่านวาเสฏฐโคตร ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต
ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อยกยอกระทบโคตร
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีโคตรอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโคตร
อุกฤษฏ์ คือพูดกะอุปสัมบันโคตมโคตร … โมคคัลลานโคตร … กัจจายนโคตร … วาเสฏฐโคตร
ว่าท่านโคตมโคตร ว่าท่านโมคคัลลานโคตร ว่าท่านกัจจายนโคตร ว่าท่านวาเสฏฐโคตร
ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดกระทบการงาน
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีการงานทราม ด้วยกล่าวกระทบการ
งานทราม คือพูดกะอุปสัมบันเป็นช่างไม้ … เป็นคนเทดอกไม้ ว่าท่านทำงานช่างไม้ ว่าท่าน
ทำงานเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดให้เลวกระทบการงาน
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีการงานอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบ

243
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 244 (เล่ม 2)

การงานทราม คือพูดกะอุปสัมบันเป็นชาวนา … เป็นพ่อค้า … เป็นคนเลี้ยงโค ว่าท่านทำงาน
ช่างไม้ ว่าท่านทำงานเทดอกไม้ ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อประชดกระทบการงาน
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีการงานทราม ด้วยกล่าวกระทบการ
งานอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันเป็นช่างไม้ … เป็นคนเทดอกไม้ ว่าท่านทำงานไถนา ว่าท่าน
ทำงานค้าขาย ว่าท่านทำงานเลี้ยงโค ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อยกยอกระทบการงาน
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีการงานอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบ
การงานอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันเป็นชาวนา … เป็นพ่อค้า … เป็นคนเลี้ยงโค ว่าท่าน
ทำงานไถนา ว่าท่านทำงานค้าขาย ว่าท่านทำงานเลี้ยงโค ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต
ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดกระทบศิลปะ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างทราม ด้วยกล่าวกระทบ
วิชาการช่างทราม คือ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างจักสาน … มีวิชาการช่างหม้อ … มีวิชาการ
ช่างหูก … มีวิชาการช่างหนัง … มีวิชาการช่างกัลบก ว่าท่านมีวิชาการช่างจักสาน ว่าท่านมี
วิชาการช่างหม้อ ว่าท่านมีวิชาการช่างหูก ว่าท่านมีวิชาการช่างหนัง ว่าท่านมีวิชาการช่างกัลบก
ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดให้เลวกระทบศิลปะ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบ
วิชาการช่างทราม คือ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างนับ … มีวิชาการช่างคำนวณ … มีวิชาการ
ช่างเขียน ว่าท่านมีวิชาการช่างจักสาน ว่าท่านมีวิชาการช่างหม้อ, ว่าท่านมีวิชาการช่างหูก

244
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 245 (เล่ม 2)

ว่าท่านมีวิชาการช่างหนัง ว่าท่านมีวิชาการช่างกัลบก ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ
คำพูด.
พูดล้อประชดกระทบศิลปะ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างทราม ด้วยกล่าวกระทบ
วิชาการช่างอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างจักสาน … มีวิชาการช่างหม้อ … มีวิชาการ
ช่างหูก … มีวิชาการช่างหนัง … มีวิชาการช่างกัลบก ว่าท่านมีวิชาการช่างนับ ว่าท่านมีวิชาการ
ช่างคำนวณ ว่าท่านมีวิชาการช่างเขียน ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อยกยอกระทบศิลปะ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบ
วิชาการช่างอุกฤษฏ์ คือ พูดกะอุปสัมบันมีวิชาการช่างนับ … มีวิชาการช่างคำนวณ … มีวิชาการ
ช่างเขียน ว่าท่านมีวิชาการช่างนับ ว่าท่านมีวิชาการช่างคำนวณ ว่าท่านมีวิชาการช่างเขียน
ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดกระทบโรค
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีโรคทราม ด้วยกล่าวกระทบโรคทราม
คือพูดกะอุปสัมบันผู้เป็นโรคเรื้อน … โรคฝี … โรคกลาก … โรคมองคร่อ … โรคลมบ้าหมู
ว่าท่านเป็นโรคเรื้อน ว่าท่านเป็นโรคฝี ว่าท่านเป็นโรคกลาก ว่าท่านเป็นโรคมองคร่อ ว่าท่านเป็น
โรคลมบ้าหมู ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดให้เลวกระทบโรค
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีโรคอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโรคทราม
คือพูดกะอุปสัมบันผู้เป็นโรคเบาหวาน ว่าท่านเป็นโรคเรื้อน ว่าท่านเป็นโรคฝี ว่าท่านเป็นโรค
กลาก ว่าท่านเป็นโรคมองคร่อ ว่าท่านเป็นโรคลมบ้าหมู ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต
ทุกๆ คำพูด.

245
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค - หน้าที่ 246 (เล่ม 2)

พูดล้อประชดกระทบโรค
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีโรคทราม ด้วยกล่าวกระทบโรคอุกฤษฏ์
คือพูดกะอุปสัมบันผู้เป็นโรคเรื้อน … โรคฝี … โรคกลาก … โรคมองคร่อ … โรคลมบ้าหมู
ว่าท่านเป็นโรคเบาหวาน ดังนี้ ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อยกยอกระทบโรค
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีโรคอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบโรค
อุกฤษฏ์ คือพูดกะอุปสัมบันผู้เป็นโรคเบาหวาน ว่าท่านเป็นโรคเบาหวาน ดังนี้ ต้องอาบัติ
ทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดกระทบรูปพรรณ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณทราม ด้วยกล่าวกระทบ
รูปพรรณทราม คือพูดกะอุปสัมบันผู้สูงเกินไป … ต่ำเกินไป … ดำเกินไป ขาวเกินไป
ว่าท่านเป็นคนสูงนัก ว่าท่านเป็นคนต่ำนัก ว่าท่านเป็นคนดำนัก ว่าท่านเป็นคนขาวนัก
ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อกดให้เลวกระทบรูปพรรณ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบ
รูปพรรณทราม คือ พูดกะอุปสัมบันผู้ไม่สูงนัก … ไม่ต่ำนัก … ไม่ดำนัก … ไม่ขาวนัก ว่าท่าน
เป็นคนสูงนัก ว่าท่านเป็นคนต่ำนัก ว่าท่านเป็นคนดำนัก ว่าท่านเป็นคนขาวนัก ดังนี้เป็นต้น
ต้องอาบัติทุพภาสิต ทุกๆ คำพูด.
พูดล้อประชดกระทบรูปพรรณ
อุปสัมบันไม่ปรารถนาจะด่า ไม่ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ไม่ปรารถนาจะทำให้
อัปยศ แต่มีความประสงค์จะล้อเล่น จึงพูดกะอุปสัมบันมีรูปพรรณทราม ด้วยกล่าวกระทบ

246