พุทธธรรมสงฆ์


อรรถกถาแปลฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

[พญานาคอารวาฬแผลงฤทธิ์ไล่พระเถระ]
พญานาคฟังคำนั้นแล้ว ก็ถูกความโกรธครอบงำ ได้ออกไปพบ
พระเถระในทันใดนั้นเอง เมื่ออดกลั้นความลบหลู่ไม่ได้ จึงได้นิรมิตรูปที่
น่าสะพรึงกลัวเป็นอันมาก บนอากาศกลางหาว. ( คือบันดาลให้) พายุที่กล้าแข็ง
พัดฟุ้งไปในที่นั้น ๆ. รุกขชาติทั้งหลาย ก็หักโค่นลง. เหล่ายอดบรรพตก็
พังทลาย, เมฆทั้งหลายก็คำรามลั่น, สายฟ้าทั้งหลายก็แลบแปลบ ๆ . อสนีบาต
ก็ผ่าลงมา, อุทกวารีก็ไหลนอง เหมือนท้องฟ้าแตกฉะนั้น. เหล่าลูกนาคซึ่งมี
รูปอันน่าสะพรึงกลัว ก็ประชุมกัน. ฝ่ายพญานาคเอง ก็บังหวนควัน ลุกโพลง
ปล่อยฝนเครื่องประหารคุกคามพระเถระด้วยคำหยาบคายเป็นต้นว่า สมณะโล้น
ผู้นี้ ทรงผ้าที่ตัดขาด (ด้วยศัสตรา) คือใคร ? ได้บังคับหมู่พลนาคไปว่า
พวกท่านจงมาจับฆ่า, ขับใสสมณะรูปนี้ออกไป.

อรรถกถาแปลฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

[พระเถระทรมานพวกนาคให้คลายพยศแล้ว]
พระเถระป้องกันกำลังพลนาคที่น่าสะพรึงกลัวทั้งหมด ด้วยกำลังฤทธิ์
ของตน พูดกะพญานาคว่า
ดูก่อนพญานาค ! โลกแม้ทั้ง
เทวโลก จะพึงมายังเราให้ครั่นคร้ามได้ไซร้,
ก็ไม่พึงมีผู้สามารถเพื่อจะบันดาลภัยที่น่ากลัว
ให้เกิดแก่เราได้, ดูก่อนพญานาค ! แม้หาก
ท่านจะยกแผ่นดินขึ้นทั้งหมด พร้อมทั้ง
สมุทร ทั้งบรรพต แล้วพึงเหวี่ยงไปเบื้องบน
ของเราได้ไซร้, ท่านก็ไม่พึงสามารถเพื่อจะ
บันดาลภัยที่น่ากลัวให้เกิดแก่เราได้เลย,
ดูก่อนพญาอุรคาธิบดี !ท่านเท่านั้น จะพึงมี
ความแค้นใจอย่างแน่แท้.
ครั้นเมื่อพระเถระกล่าวอย่างนั้นแล้ว พญานาค ถูกพระเถระกำจัด
อานุภาพแล้ว เป็นผู้มีความพยายามไร้ผล มีความทุกข์เศร้าใจซบเซาอยู่.
พระเถระชี้แจงให้พญานาคนั้นเข้าใจ สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา
อันสมควรแก่ขณะนั้นแล้ว ให้ตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์และเบญจศีล พร้อมด้วย
นาคจำนวนแปดหมื่นสี่พัน. ยักษ์ คนธรรพ์ และกุมภัณฑ์ แม้เหล่าอื่นเป็น
อันมาก ที่อยู่ป่าหิมพานต์ได้ฟังธรรมกถาของพระเถระแล้ว ก็ได้ตั้งอยู่ใน
สรณะและศีล. แม้ปัญจกยักษ์ พร้อมด้วยนางหาริดียักษิณี และบุตร ๕๐๐
ก็ได้ตั้งอยู่ในปฐมมรรค.

อรรถกถาแปลฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

[พระเถระให้โอวาทพวกยักษ์และรากษสเป็นต้น]
ลำดับนั้น ท่านพระมัชฌันติกเถระ เรียกพวกนาคและรากษสแม้
ทั้งหมดมาแล้ว จึงกล่าวอย่างนี้ว่า
จำเดิมแต่บัดนี้เป็นต้นไป พวกท่าน
อย่าให้ความโกรธเกิดขึ้นเหมือนในกาลก่อน
เลย และอย่าทำลายข้าวกล้า ( ให้เสียหาย )
เพราะว่า สัตว์ทั้งหลาย ใครต่อความสุข
จงแผ่เมตตาไปในสัตว์ทั้งหลายว่า ขอมวล
มนุษย์ จงอยู่เป็นสุขเถิด.
นาคและยักษ์เป็นต้นเหล่านั้นทั้งหมด รับโอวาทขอพระเถระว่า ดีละ
ท่านผู้เจริญ ! ได้ปฏิบัติตามที่ท่านพร่ำสอนแล้ว. ก็ในวันนั้นแล เป็นสมัยทำ
การบูชาพญานาค. เวลานั้น พญานาค สั่งให้นำรัตนบัลลังก์ของตน มาแต่งตั้ง
ถวายพระเถระ. พระเถระ ก็นั่งบนบัลลังก์. ฝ่ายพญานาค ได้ยืนพัดพระเถระ
อยู่ในที่ใกล้. ในขณะนั้น มนุษย์ทั้งหลายผู้อยู่ในแคว้นกัสมีรคันธาระมาเห็น
พระเถระแล้ว ก็พูดกันว่า พระเถระมีฤทธิ์มากแม้กว่าพญานาคของพวกเรา
แล้วได้นั่งลงไหว้พระเถระนั่นแล. พระเถระ ก็แสดงอาสิวิโสปมสูตร* แก่
มนุษย์เหล่านั่น. ในเวลาจบพระสูตร สัตว์ประมาณแปดหมื่น ได้บรรลุ
ธรรมาภิสมัย. แสนตระกูลออกบวชแล้ว, ก็แลจำเดิมแต่กาลนั้นมา แคว้น
กัสมีรคันธาระ ก็รุ่งเรืองไปด้วยผ้ากาสาวพัสตร์ อบอวลไปด้วยลมพวกฤษีจน
ตราบเท่าทุกวันนี้.
* น่าจะเป็นอลคัททูปมสูตร ม. ม. ๑๒/๒๖๑.
ในกาลนั้น พระมัชฌันติกะ ผู้ฤษี
ไปยังแคว้นกัสมีรคันธาระแล้ว ให้พญานาค
ผู้ดุร้าย เลื่อมใสแล้ว ได้ปลดเปลื้องสัตว์
เป็นอันมาก ให้พ้นจากเครื่องผูกแล้วแล.

อรรถกถาแปลฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

[พระมหาเทวเถระไปประกาศพระศาสนาที่มหิสสกมณฑล]
ฝ่ายพระมหาเทวเถระ ไปยังมหิสสกมณฑลแล้ว ก็แสดงเทวทูตสูตร๑.
ในเวลาจบพระสูตร สัตว์ประสี่หมื่น ได้ดวงตาเห็นธรรมแล้ว. สัตว์
ประมาณสี่หมื่นนั่นแล ออกบวชแล้ว.
พระมหาเทวเถระ ผู้มีฤทธิ์มาก ไป
ยังมหิสสกรัฐแล้ว โอวาทตักเตือน ด้วย
เทวทูตทั้งหลาย ได้ปลดเปลื้องสัตว์เป็น
อันมาก ให้พ้นจากเครื่องผูกแล้วแล.

อรรถกถาแปลฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

[พระรักขิตเถระไปประกาศพระศาสนาที่แคว้นนวาสี]
ส่วนพระรักขิตเถระ ไปยังแคว้นวนวาสีชนบทแล้ว ยืนอยู่บนอากาศ
ให้ชนชาวนวาสีชนบทเลื่อมใส ด้วยอนมตัคคปริยายกถา๒. ก็ในเวลาจบกถา
ของพระเถระนั้น สัตว์ประมาณหกหมื่น ได้บรรลุธรรมแล้ว. ประชาชน
ประมาณสามหมื่นเจ็ดพันบวชแล้ว. วิหาร ๕๐๐ หลัง ก็ประดิษฐานขึ้นแล้ว.
พระเถระนั้น ได้ประดิษฐานพระศาสนาให้ดำรงมั่นอยู่ในแคว้นวนวาสีชนบท
นั้นแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
๑. ม. อุป. ๑๔/๓๓๔. ๒. สํ. นิทาน. ๑๖/๒๑๒-๒๒๘
พระรักขิตเถระ ผู้มีฤทธิ์มาก ไปยัง
วนวาสีชนบทแล้ว ได้ยืนอยู่บนอากาศ
กลางหาว แล้วแสดงงอนมตักคิยกถา (แก่
มหาชน) ในวนวาสีชนบทนั้นแล.

อรรถกถาแปลฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

[พระโยนกถธรรมรักขิตเถระไปประกาศพระศาสนาที่อปรันตชนบท]
ฝ่ายพระโยนกธรรมรักขิตเถระ ไปยังอปรันตกชนบทแล้ว ให้ชน
ชาวอปรันตกชนบทเลื่อมใส ด้วยอัคคิขันธูปมสุตตันตกถา๑แล้ว ก็ให้สัตว์
ประมาณสามหมื่นเจ็ดพันดื่มอมตธรรม. บุรุษออกบรรพชา แต่ขัตติยตระกูล
หนึ่งพันคน. และสตรีออกบรรพชาหกพันถ้วน.พระเถระนั้นได้ประดิษฐาน
พระศาสนาให้ดำรงมั่นอยู่ในอปรันตกชนบทนั้นแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
พระโยนกธรรมรักขิตเถระ ย่างเข้า
สู่ปรันตกชนบทแล้ว ก็ให้ชนเป็นอันมาก
ในอปรันตกชนบทนั่นเลื่อมใสแล้ว ด้วย
อัคคิขันธูปมสูตร๒ แล.

อรรถกถาแปลฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

[พระมหาธรรมรักขิตเถระไปประกาศพระศาสนาที่มหารัฐ]
ส่วนพระมหาธรรมรักขิตเถระ ไปยังมหารัฐชนบทแล้ว ให้ชนชาว
มหารัฐชนบทเลื่อมใส ด้วนมหานารทกัสสปชาดกกถา ๓ แล้ว ก็ให้สัตว์ประมาณ
แปดหมื่นสี่พันตั้งอยู่ในมรรคและผล. ประชาชนจำนวนหนึ่งหมื่นสามพันคน
บวชแล้ว. พระเถระนั้น ได้ประดิษฐานพระศาสนาให้ดำรงมั่นอยู่ในมหารัฐ
ชนบทนั้นแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
๑. องฺ สตฺตก. ๒๓/๑๒๙-๑๓๗. ๒-๓. สํ. นินทาน. ๑๖/๒๑๒-๒๒๘.
พระมหาธรรมรักขิตเถระ ผู้ฤษีนั้น
ไปยังมหารัฐชนบทแล้ว ก็แสดงชาดก๑ ให้
มหาชนเลื่อมใสแล้วแล.

อรรถกถาแปลฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

[พระมหารักขิตเถระไปประกาศพระศาสนาที่รัฐโยนก]
ฝ่ายพระมหารักขิตเถระ ไปยังรัฐโยนกแล้ว ให้ชนชาวโลกโยนก
เลื่อมใส ด้วยกาฬการามสุตตันตกถาแล้ว ได้ให้เครื่องอลังการคือมรรคและผล
แก่สัตว์ประมาณหนึ่งแสนสามหมื่นเจ็ดพัน ก็ประชาชนประมาณหนึ่งหมื่น
บวชแล้วในสำนักของพระเถระนั้น. แม้พระเถระนั้น ก็ได้ประดิษฐานพระศาสนา
ให้ดำรงมั่นอยู่ในรัฐโยนกนั้นแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
ในกาลนั้น พระมหารักขิตเถระ
ผู้ฤษีนั้น ไปยังรัฐโยนกแล้ว ก็ให้ชนชาว
โยนกเหล่านั้นเลื่อมใส ด้วยกาฬการามสูตร
แล.

อรรถกถาแปลฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

[พระมัชฌิมเถระไปประกาศพระศาสนาที่หิมวันตประเทศ]
ส่วนพระมัชฌิมเถระ กับพระกัสสปโคตตรเถระ ๑ พระอฬกเทวเถระ
๑ พระทุนทุภิสสรเถระ ๑ พระสหัสสเทวเถระ ๑ ไปยังชนบทเป็นส่วน
หิมวันตประเทศแล้ว ให้ชาวประเทศนั้นเลื่อมใส ด้วยธัมมจักกัปปวัตตน-
สุตตันตกถา ๒ แล้ว ให้สัตว์ประมาณแปดสิบโกฏิได้รัตนะคือมรรคและผลแล้ว.
ก็พระเถระแม้ทั้ง ๕ รูปนั้น ได้ยังรัฐทั้ง ๕ ให้เลื่อมใสแล้ว. ประชาชนที่บวช
ในสำนักของพระเถระแต่ละรูป มีประมาณแสนหนึ่ง. พระเถระทั้ง ๕ รูป
๑. ชุ. ชา. ๒๘/๒๘๒. ตทฏฺฐกถา. ๑. ๑๐/๑๓๙. ๒. อง. สตฺตก. ๒๓/๑๒๙-๑๓๗.
เหล่านั้น ได้ประดิษฐานพระศาสนาให้ดำรงมั่นอยู่ในหิมวันตประเทศนั้นแล้ว
ด้วยประการฉะนี้.
พระมัชฌิมเถระ ไปยังหิมวันต
ประเทศแล้วประกาศอยู่ ซึ่งธัมมจักกัปป-
วัตตนสูตร๑ ให้ยักษ์และเสนายักษ์เลื่อมใส
แล้วแล.

อรรถกถาแปลฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย

[พระโสณกะกับพระอุตตระไปประกาศพระศาสนาที่สุวรรณภูมิ]
ฝ่ายพระโสณกเถระ กับพระอุตตรเถระได้ไปยังแคว้นสุวรรณภูมิ.
ก็โดยสมัยนั้น ที่แคว้นสุวรรณภูมินั้น มีนางรากษสตน๒ หนึ่ง ขึ้นมากจากสมุทร
เคี้ยวกินพวกทารกที่เกิดในราชตระกูล. ในวันนั้นเอง มีเด็กคนหนึ่ง เกิดใน
ราชตระกูล. มนุษย์ทั้งหลายเห็นพระเถระแล้ว สำคัญอยู่ว่า ผู้นี้จักเป็นสหาย
ของพวกรากษส จึงพากันถือเอาอาวุธไปประสงค์จะประหารพระเถระ.
พระเถระ พูดว่า พวกท่านถืออาวุธมาทำไรกัน ?
มนุษย์เหล่านั้น พูดว่า พวกรากษส ย่อมเคี้ยวกันพวกเด็กที่เกิด
แล้ว ๆ ในราชตระกุล, พวกท่านเป็นสหายของรากษสเหล่านั้น.
พระเถระ พูดว่า พวกข้าพเจ้า หาได้เป็นสหายของรากษสไม่
พวกข้าพเจ้าชื่อว่า เป็นสมณะ งดเว้นจากการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป จากการ
ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ จากความประพฤติผิดในกาม จากการพูดเท็จ
จากการดื่มน้ำเมา เป็นผู้ฉันหนเดียว มีศีล ประพฤติพรหมจรรย์มีกัลยาณ-
ธรรม.
๑. วิ. มหา. ๔/๑๗.
๒. รากษส ยักษ์, ผีเสื้อน้ำ, ปีศาจ, เวตาลหรือค้างคาว เป็นชื่อของพวกอสูรอย่างเลว มีนิสัย
ดุร้าย ชอบเที่ยวตามป่าทำลายพิธีและกินคน สูบโลหิตของสัตว์เป็นอาหาร, สถานที่อยู่
ของพวกนี้อยู่ในทะเลหรือสระใหญ่.