ไม่ได้จำกัดอยู่ที่คัมภีร์โลกายตศาสตร์และเดรัจฉานวิชาเท่านั้น (เรื่องวิชาทางโลก)
10/02/2025 20:29:31...พระผู้มีพระภาคเจ้า. . .ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่เห็นคัมภีร์โลกายตะ ว่ามีสาระจะพึงถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ในธรรมวินัยนี้หรือ
ภิ. ไม่อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. อันผู้ที่เห็นธรรมวินัยนี้ว่ามีสาระ จะพึงเล่าเรียนคัมภีร์โลกายตะหรือ
ภิ. ไม่อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเรียนคัมภีร์โลกายตะ รูปใดเรียนต้องอาบัติทุกกฏ
พระพุทธเจ้าให้ผู้อยู่ครองเรือนประกอบวิชาชีพเหล่านี้ได้ ไม่ผิด เช่น กสิกรรม พาณิชยกรรม โครักขกรรม รับราชการฝ่ายทหาร รับราชการฝ่ายพลเรือน หรือศิลปอย่างใดอย่างหนึ่ง
...ดูก่อนพยัคฆปัชชะ ก็อุฏฐานสัมปทาเป็นไฉน กุลบุตรในโลกนี้ เลี้ยงชีพด้วยการหมั่นประกอบการงาน คือ กสิกรรมพาณิชยกรรม โครักขกรรม รับราชการฝ่ายทหาร รับราชการ ฝ่ายพลเรือ หรือศิลปอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นผู้ขยันไม่เกียจคร้านในการงานนั้น...
แต่ถ้าเป็นพระไปเรียน สอน วิชาเหล่านี้ ไม่ได้เลย เข้าข้ออาบัติทุกกฏเหมือนกันหมด เพราะไม่ใช่วิชาของกุลบุตรที่ออกจากเรือนบวช เพราะเป็นวิชาอื่น ในความหมายที่ว่า อันผู้ที่เห็นธรรมวินัยนี้ว่ามีสาระ จะพึงเล่าเรียน[วิชาอื่น]หรือ
...กุลบุตรเหล่าใดออกจาก เรือน บวชเป็นอนาคาริกด้วยศรัทธา ดังนี้ ชื่อว่า กุลบุตรโดยอาจาระ แต่ในที่นี้ ท่านประสงค์เอากุลบุตรด้วยเหตุ ๒ อย่าง (นั้น) บทว่า สทฺธา แปลว่า ด้วยศรัทธา บทว่า อคารสฺมา แปลว่า จากเรือนบทว่า อนคาริยํ ได้แก่บรรพชาและอุปสมบท ด้วยว่า แม้บรรพชาก็ชื่อว่า อนคาริยา เพราะในบรรพชานี้ไม่มีการงานที่เกื้อกูลแก่การครองเรือน อธิบายว่า ในบรรพชานี้ไม่มีกสิกรรม (การเพาะปลูก) และโครักขกรรม ( การเลี้ยงสัตว์) เป็นต้น ซึ่งเกื้อกูลแก่การครองเรือน....