“เก่งภาษาบาลี” กับ “รู้เนื้อความพระธรรม” ต่างกัน ไม่เหมือนกัน
04/07/2025 14:06:29...พระศาสดา : อานนท์ บทว่า ' พุทฺโธ ' ก็ดี ' ธมฺโม ' ก็ดี ' สงฺโฆ ' ก็ดี อันสัตว์เหล่านั้นไม่เคยสดับแล้ว ในแสนกัลป์ แม้เป็นอเนก: เพราะฉะนั้น สัตว์เหล่านั้นจึงไม่สามารถฟังธรรมนี้ได้...
คนที่ไม่รู้บาลีเลย แต่พอได้ฟังคนพูดหลักธรรมให้ฟังในภาษาถิ่นของตนเอง ก็เข้าใจได้เลย รู้ความเอาเองเลย อันนี้คือคนที่สร้างมานาน ไม่เคยได้เรียน ไม่เคยได้สร้างมาหลายชาติ จะมาเข้าใจพระธรรมเอาง่ายๆเลย เป็นไปไม่ได้ เก่งบาลีก็เก่งไปเถอะ ถ้าคุณไม่ได้สร้างมานาน ไม่มีทางที่คุณจะเข้าใจความหมายพระธรรม เช่น คำว่า "อปฺปฏิโม"
ปะ-ติ-โม (ปฏิมากรรม) คือ การปั้น หรือ การสร้างรูปทรง เอา "อะ" (แปลว่า "ไม่") มาใส่ ก็เป็น อะ-ปะ-ติ-โม ฉะนั้น "อปฺปฏิโม" จึงมีความหมายว่า ปั้นไม่ได้ คำนี้คำเดียว ถ้าเก่งแต่บาลีเฉยๆ ไม่มีทางเข้าใจทะลุไปได้ว่า รูปปั้นก็เปรียบไม่ได้ แล้วถ้าไปทำเปรียบก็เป็นบาป เพราะทำสิ่งที่พระองค์ตรัสปฏิเสธ
เก่งภาษาบาลีเฉยๆ มันไม่ได้หมายความว่า ผู้นั้นจะเข้าใจพระธรรมนะ แม้แต่ได้เรียนอยู่ แต่ไม่ทำตามที่ได้เรียน ยังไม่เรียกว่า รู้เนื้อความภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้าเลย เช่น ป.ธ.9 แต่ละเมิดพระธรรมวินัย หรือ แม้แต่ข้อพื้นฐานที่ควรจะเข้าใจ ก็ไม่รู้จักเทียบให้ตนเองเข้าใจเนื้อความ
...ถามว่า คนเหล่าไหน ย่อมรู้เนื้อความภาษิตนี้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ตอบว่า เบื้องต้น ชนเหล่าใดร่ำเรียนบาลี และอรรถกถาของพระสูตรนี้ แต่ไม่ทำตามที่ร่ำเรียนมานั้น ไม่ปฏิบัติอนุโลมปฏิปทา ตามที่กล่าวแล้ว ชนเหล่านั้นชื่อว่าย่อมไม่รู้ ส่วนชนเหล่าใดเป็นผู้กระทำตามที่เล่าเรียนมานั้น ปฏิบัติอนุโลมปฏิปทาตามที่กล่าวแล้ว ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้...

