ให้พระปาราชิกเป็นอุปสัมบัน คือให้คนเลวเป็นคนดี ขัดกับหลักพระธรรมวินัยและกฎหมาย
22/06/2025 14:54:22- เขาไม่ใช่อุปสัมบันแล้ว จึงให้สึก มันไม่ใช่ว่า ผู้ที่ปราชิกนั้น ยังเป็นอุปสัมบันอยู่ แล้วก็สึกมาเป็นอนุปสัมบัน ที่จริงแล้ว ปาราชิก จะสึกหรือไม่สึกก็ตาม ผู้นั้นก็ไม่ใช่อุปสัมบันเหมือนเดิม
ในครั้งพุทธกาล ก็มีภิกษุที่ทำผิดแล้วจะซิกแซก ไม่ยอมรับ เช่น ภิกษุที่ลักจีวรในวิหาร ไม่ยอมออกจากวิหาร เพราะคิดว่า ถ้าออกแล้วจักเป็นปาราชิก พระพุทธเจ้าตรัสว่า โมฆบุรุษนั้นจะพึงออกไปก็ตาม ไม่ออกไปก็ตาม ก็ต้องอาบัติปาราชิกแล้ว
[๑๔๔] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง ลักจีวรในวิหารแล้วคิดว่าเราออกจากวิหารนี้ไปจักเป็นปาราชิก จึงไม่ออกจากวิหาร ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โมฆบุรุษนั้นจะพึงออกไปก็ตาม ไม่ออกไปก็ตาม ก็ต้องอาบัติปาราชิกแล้ว
ก็เหมือนกับผู้ที่ต้องปาราชิกแล้ว จะมากำหนดเอาเองว่า กูต้องสละเพศก่อน กูจึงจะขาดจากการเป็นพระได้ คือ ไปกำหนดเอาเองเลย มันเป็นไปไม่ได้
ฉะนั้น การที่ไปตีความว่า พระปาราชิกยังเป็นอุปสัมบันอยู่ นอกจากจะขัดกับหลักพระธรรมวินัยแล้ว ยังขัดกับกฎหมายข้อแต่งกายเรียนแบบพระสงฆ์ สมมุติว่า มีคนหัวหมอ ไปอ่านเห็นข้อมูลผิดๆแบบนี้แล้วก็ยกมาอ้างว่า กูไม่สึก ตราบใดที่กูไม่สละเพศซะอย่าง กูก็ยังเป็นอุปสัมบันอยู่ตราบนั้น แบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น ?

