โลกสมมุติพระพุทธรูปว่าเป็นรูปปั้น สมมุติเอาเอง แต่ที่จริง ไม่ใช่
13/03/2026 10:01:25...ข้าพระองค์ได้สดับคำของนักรบอาชีพทั้งอาจารย์และปาจารย์ก่อน ๆ กล่าวกันอย่างนี้ว่า นักรบอาชีพคนใดอุตสาหะพยายามในสงคราม คนอื่นฆ่าผู้นั้นซึ่งกำลังอุตสาหะพยายามให้ถึงความตาย ผู้นั้นเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาเหล่าสรชิต ในข้อนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าอย่างไร...
นักเต้นรำคนใดทำให้คนหัวเราะ รื่นเริง เชื่อกันว่าจะได้ไปเกิดเป็นเทวดาผู้ร่าเริง อันนี้ก็โลกสมมุติเอาเองว่าเป็นอย่างนั้น แต่ที่จริง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไปนรกชื่อปหาสะ และยังตรัสอีกว่า ถ้ามีความเห็นอย่างนั้น ความเห็นของเขานั้นเป็นความเห็นผิด คติสองอย่างของบุคคลผู้มีความเห็นผิด คือ นรกหรือกำเนิดสัตว์เดียรัจฉานอย่างใดอย่างหนึ่ง
...ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เคยได้ยินคำของนักเต้นรำ ผู้เป็นอาจารย์และปาจารย์ก่อน ๆ กล่าวว่า นักเต้นรำคนใด ทำให้คนหัวเราะ รื่นเริง ด้วยคำจริงบ้าง ทำเท็จบ้าง กลางสถานเต้นรำกลางสถานมหรสพ ผู้นั้นเมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาผู้ร่าเริง ในข้อนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างไร....
ก็เช่นเดียวกันกับการสร้างรูปเปรียบพระพุทธเจ้า โลกก็สมมุติเอาเองว่าเป็นบุญ ไม่ว่าจะเป็นการหล่อ, ปั้น หรือสร้างรูปจิตรกรรมเปรียบท่าน บางสำนักวาดรูปให้หัวโล้นไปเลยก็มี แต่ที่จริงเป็นบาป มีหลายพระสูตรและอรรถกถากล่าวไว้ชัดเจน
...การให้ไม่จัดเป็นบุญ แต่โลกสมมติว่าเป็นบุญมี ๕ คือ ให้น้ำเมา ๑ ให้มหรสพ ๑ ให้สตรี ๑ ให้โคผู้ ๑ ให้จิตรกรรม ๑...
คำว่า พระพุทธรูป ที่จริงคือ ตัวพระพุทธเจ้า ไม่ใช่รูปปั้น แต่สมัยนี้สมมุติเรียกกันว่าพระพุทธรูปจนติดปาก เรียกตัวคนเป็นรูปปั้น อันเกิดจากความเห็นผิดในรูปเคารพ พยัญชนะก็ผิดไปด้วย เพราะบุคคลที่มีความเห็นผิดย่อมมีวาจาผิด