เอาอาหารไปไหว้บุคคลที่ปรินิพพานไปแล้วได้หรือไม่?
20/02/2026 11:24:23...อานนท์ เขาปฏิบัติในพระสรีระของพระเจ้าจักรพรรดิอย่างนี้แล้ว พึงปฏิบัติในพระสรีระของพระตถาคตเหมือนเขาปฏิบัติในพระสรีระของพระเจ้าจักรพรรดิฉะนั้น พึงสร้างพระสถูปของพระตถาคตไว้ในทางใหญ่ ๔ แพร่ง ชนเหล่าใด จักยกขึ้นซึ่งมาลัยของหอมหรือจุณ จักอภิวาท หรือยังจิตให้เลื่อมใสในพระสถูปนั้น ข้อนั้นจักเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ชนเหล่านั้นตลอดกาลนาน...
ท่านไม่เคยสอนให้เอาอาหารไปไหว้บุคคลที่ปรินิพพานไปแล้ว เพราะไม่ใช่ฐานะที่ทานนั้นจะถึงแก่บุคคลนั้น ถ้าทำก็เป็นการกระทำสิ่งที่ไร้ผล เป็นผู้ไม่ฉลาดในฐานะและอฐานะ แม้ผู้ที่ยังไม่ปรินิพพานก็ตาม แต่เขาอยู่ในอฐานะที่จะรับ ก็ยังชื่อว่ากระทำสิ่งที่เห็นผิดอยู่เลย อย่างเช่น เรื่อง อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ ปรุงข้าวปายาสด้วยเนยใส ด้วยคิดว่า จักบูชาไฟ คือตั้งใจจะให้ท้าวมหาพรหมบริโภค แม้นี้พระพุทธเจ้าก็ยังตรัสว่า "ย่อมกระทำสิ่งที่ไร้ผล ก้าวลงสู่ทางอบาย เมื่อไม่ละลัทธินี้ ก็จักทำอบายให้เต็ม" จริงอยู่ว่าเอาไปวางไว้ มดมากิน พอได้บุญอยู่บ้าง แต่เจตนานั้นประกอบความเห็นผิดแล้วในอฐานะที่พรหมบริโภคไม่ได้ จึงเป็นการเห็นผิด เป็นอกุศล
"...อผลํ กโรติ อปายมคฺคํ โอกฺกมติ อิมํ ลทฺธึ อวิสฺสชฺเชนฺโต อปายปูรโกว ภวิสฺสติ..." / "...aphalaṁ karoti apāyamaggaṁ okkamati imaṁ laddhiṁ avissajjento apāyapūrakova bhavissati..."
...เล่ากันมาว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูโลกในเวลาใกล้รุ่ง ทรงเห็นพราหมณ์นี้ ทรงพระดำริว่า พราหมณ์นี้ถือข้าวปายาสอันเลิศเห็นปานนี้เอาไปเผาไฟ ด้วยตั้งใจจะให้มหาพรหมบริโภคย่อมกระทำสิ่งที่ไร้ผล ก้าวลงสู่ทางอบาย เมื่อไม่ละลัทธินี้ ก็จักทำอบายให้เต็ม...
เพิ่มเติมในเรื่องนี้ ท้าวมหาพรหมเองเป็นผู้บอก พูดแบบบ้านๆก็คือ กูกินไม่ได้ อย่าโง่ทำ เอาไปให้คนที่กินได้โน่น
...ท้าวมหาพรหมกล่าวว่า ชื่อว่า ทางของพรหม ได้แก่กุศลฌาน ๔ ส่วนวิบากฌาน ๔ ชื่อว่า เป็นทางชีวิตของพรหมเหล่านั้น เธอไม่รู้ทางของพรหมนั้น กระซิบอยู่ทำไม เพ้ออยู่ทำไม จริงอยู่ พรหมทั้งหลาย ย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยฌานที่มีปีติ หาได้ใส่ข้าวสารแห่งข้าวสาลี และเคี้ยวกินน้ำนมที่เคี่ยวแล้วไม่ ท่านอย่าลำบากเพราะสิ่งที่ไม่ใช่เหตุเลย...
บูชาพระพุทธเจ้า คือ ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ก่อนปรินิพพานก็สั่งไว้ว่า พระธรรมเป็นตัวแทนพระศาสดา ถ้าอยากบูชาพระพุทธเจ้าจริง ทำตนเองจากที่เห็นผิดในเรื่องนี้ให้เห็นถูกสิ จึงจะชื่อว่าบูชาตถาคต