เมื่อทำตนให้เป็นผู้มีคุณ ถือพุทธธรรมสงฆ์อย่างถูกต้อง แม้นายเวรก็เกรงใจได้
02/01/2025 11:40:42...ขณะนั้น บุตรของเขาผู้เดียวเท่านั้น นอนแล้วในภายใต้แห่งเกวียนในส่วนแห่งราตรีก้าวลงสู่ความหลับแล้ว เจริญพุทธานุสสติป้องกันอมนุษย์ได้ก็กรุงราชคฤห์ แม้ตามปกติก็มากไปด้วยอมนุษย์ อนึ่ง เด็กนี้ก็นอนแล้วในที่ใกล้แห่งป่าช้า. พวกอมนุษย์ในที่ใกล้แห่งป่าช้านั้นเห็นเขาแล้ว อมนุษย์คนหนึ่ง ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นเสี้ยนหนามต่อพระศาสนา อมนุษย์ตนหนึ่ง เป็นสัมมาทิฏฐิ ในอมนุษย์ทั้งสองนั้น อมนุษย์ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิกล่าวว่า " เด็กคนนี้เป็นภักษาหารของพวกเรา พวกเราจงเคี้ยวกินเด็กคนนี้."
อมนุษย์ผู้เป็นสัมมาทิฏฐินอกนี้ ห้ามอมนุษย์ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐินั้น ด้วยคำว่า " อย่าเลย ท่านอย่าชอบใจเลย" อมนุษย์ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐินั้น แม้ถูกอมนุษย์ผู้เป็นสัมมาทิฏฐินั้นห้ามอยู่ ก็ไม่เอื้อเฟื้อถ้อยคำของเขา จับเท้าเด็กคร่ามาแล้ว ในขณะนั้น เด็กนั้นกล่าวว่า "นโม พุทฺธสฺส" เพราะความที่ตนเป็นผู้สั่งสมในพุทธานุสสติ อมนุษย์กลัวภัยใหญ่ จึงได้ถอยไปยืนอยู่แล้ว
อมนุษย์รักษาและบำรุงเด็กผู้นอนในป่าคนเดียว ลำดับนั้น อมนุษย์ผู้เป็นสัมมาทิฏฐินอกนี้ กล่าวกะอมนุษย์ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐินั้นว่า " พวกเราทำสิ่งอันไม่ควรทำเสียแล้ว พวกเราจงทำทัณฑกรรมเพื่อเด็กนั้นเสียเถิด" ดังนี้แล้ว ได้ยืนรักษาเด็กนั้น อมนุษย์ผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิเข้าไปสู่พระนคร ยังถาดโภชนะของพระราชาให้เต็มแล้วนำโภชนะมา
ต่อมา อมนุษย์แม้ทั้งสองเป็นประดุจว่ามารดาและบิดาของเด็กนั้นปลุกเด็กนั้นให้ลุกขึ้นแล้ว ให้บริโภคโภชนะนั้น ประกาศความเป็นไปนั้นแล้ว จารึกอักษรที่ถาดโภชนะ ด้วยอานุภาพของยักษ์ ด้วยอธิษฐานว่า " พระราชาเท่านั้น จงเห็นอักษรเหล่านี้ คนอื่นจงอย่าเห็น" ดังนี้แล้วจึงไป
เพราะถ้าไม่เกรงใจ มันก็จะได้ไปนรกทันที เหมือนยักษ์ที่ตีศีรษะพระสารีบุตร
...ลำดับนั้นแล ยักษ์นั้นไม่เชื่อยักษ์ผู้เป็นสหาย ได้ประหารศีรษะแห่งท่านพระสารีบุตรเถระ ยักษ์นั้นพึงยังพญาช้างสูงตั้ง ๗ ศอก หรือ ๘ ศอกให้จมลงไปก็ได้ หรือพึงทำลายยอดภูเขาใหญ่ก็ได้ด้วยการประหารนั้น ก็แลยักษ์นั้นกล่าวว่า เราย่อมเร่าร้อน แล้วได้ตกลงไปสู่นรกใหญ่ในที่นั้นเอง...
ฉะนั้น การทำตนให้เป็นผู้มีคุณ เช่น เป็นผู้ถือพุทธธรรมสงฆ์อย่างถูกต้อง ไม่ถือวัตถุ รูปปั้น เครื่องรางของขลัง ถืออย่างบริสุทธิ์ เป็นผู้มีศีล ให้บุญแก่นายเวรด้วย สามารถช่วยให้นายเวรเกรงใจได้ แก้ไขได้