เทียบสิกขาบทภิกษุณีด้วย พระรับข้าวสารไม่ได้ต้องอาบัติทุกกฏ

ในสิกขาบทภิกษุณีข้อนี้ ก็ห้ามรับข้าวเปลือก ในนี้บอกไว้ว่า รวมทั้งการตำเอาเปลือกออกจากเมล็ดข้าวด้วยก็เป็นทุกกฏ แล้ว ข้าวที่ตำเอาเปลือกออกแล้ว ไม่เรียกว่าข้าวสารหรือ ? ท่านห้ามทั้งตำเอาแกลบออก ก็หมายความว่าเมล็ดข้าวสารก็ห้ามด้วย

บางคนเข้าใจว่า ท่านห้ามเฉพาะข้าวเปลือก ไม่ได้ห้ามข้าวสาร อันนี้ไม่ใช่ ถ้าตรัสว่า ข้าวเปลือก มันก็รวมทั้งข้าวสารด้วย เพราะเมล็ดข้าวมันก็อยู่ในนั้น ถ้าแกลบคือประเด็นในการห้าม ท่านก็ต้องตรัสห้ามเฉพาะแกลบ แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่จะห้ามรับเฉพาะแกลบโดยที่ไม่รับเมล็ดข้าวที่มาด้วยกัน

ฉะนั้น โดยปกติแล้ว การรับข้าวดิบ ไม่ว่าจะเป็นข้าวเปลือก หรือ ข้าวสาร ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นอกัปปิยะ

พระบัญญัติ ๖๒. ๗. อนึ่ง ภิกษุณีใด ขอก็ดี ให้ขอก็ดี คั่วก็ดี ให้คั่วก็ดี ตำก็ดี ให้ตำก็ดี หุงก็ดี ให้หุงก็ดี ซึ่งข้าวเปลือกสด แล้วฉัน เป็นปาจิตตีย์

...ความว่า ทุกกฏนี้ ชื่อว่า ปโยคทุกกฏ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เป็นทุกกฏเพราะการรับประเคนอย่างเดียวเท่านั้น ยังเป็นทุกกฏ ทุก ๆ ประโยคอีก ในการรับประเคนแล้วนำมาจากที่อื่นก็ดี ในการตากให้แห้งก็ดี ในการเตรียมเตาเพื่อต้องการคั่วกินในวันมีฝนตกพรำก็ดี ในการจัดแจงกระเบื้องก็ดี ในการตระเตรียมทัพพีก็ดี ในการนำฟืนมาก่อไฟก็ดี ในการใส่ข้าวเปลือกลงบนกระเบื้องก็ดี ในการคั่วด้วยทัพพีก็ดี ในการเตรียมครกและสากเป็นต้นเพื่อจะตำก็ดี ในกิจ มีการตำฝัดและซาว เป็นต้นก็ดี จนถึงเปิบเข้าปากแล้วบดเคี้ยวด้วยฟันเพื่อจะกลืนกิน...

จะเห็นได้ว่า นับมาตั้งแต่รับ ตำเอาแกลบออก (เป็นข้าวสาร) ฝัด ซาว หุงต้ม เป็นต้น ไปจนถึงเปิบเข้าปาก แล้วบดเคี้ยว ทั้งหมดนี้ ผิดหมด ก็หมายความว่า ข้าวที่ไม่มีแกลบ (ข้าวสาร) ก็ห้ามด้วย เพราะตำเอาแกลบออกก็ห้าม ไม่ได้บอกว่า เอาออกแล้วจะไม่ห้าม

สำหรับข้าวสาร มีอนุญาตให้รับได้เฉพาะในบางคราวเท่านั้น คือ

  • ในคราวหนทางกันดาร อัตคัดน้ำ อัตคัดอาหาร เป็นเสบียงเดินทาง (เรื่องที่เมณฑกะคหบดีทูลขอ)
  • และ อีกเรื่องก็คือ ในคราวเกิดทุพภิกขภัย
กระทู้เกี่ยวข้อง :  #รวมกระทู้เกี่ยวกับประเด็นพระรับข้าวสารต้องอาบัติทุกกฏ