พุทธธรรมสงฆ์


อาศัยตัณหาละตัณหา วิบากแห่งกามมีทั้งบุญและบาป ขี้โลภจะตาย ยังจะบอกว่า ทำบุญไม่หวังผล

อาศัยตัณหาละตัณหา เช่น เห็นคนบรรลุธรรมก็อยากบรรลุธรรมเหมือนเขา เห็นใครเป็นพระพุทธเจ้าก็อยากเป็น แล้วอาศัยความอยากอันนั้นดำเนินการไปให้ถูกต้อง นี้เรียกว่า อาศัยตัณหาละตัณหา มีสัมมาสังกัปปะ คำริไปในทางที่ถูก ไม่ผิดนะ

...เธอพึงอาศัยตัณหาละตัณหาเสีย นี้ เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว ? ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ได้ยินข่าวว่าภิกษุชื่อนั้น เพราะสิ้นอาสวะทั้งหลาย ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติอันหาอาสวะมิได้ ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองสำเร็จอยู่ในปัจจุบันนี่ เธอมีความปรารถนาว่า เมื่อไรนะ เราจักทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติ ฯลฯสำเร็จอยู่ในปัจจุบันบ้าง ต่อมาเธอก็อาศัยตัณหาละตัณหาเสีย น้องหญิงข้อที่ว่า ร่างกายนี้เกิดเป็นมาด้วยตัณหา เธอพึงอาศัยตัณหาละตัณหาเสีย นี้เราอาศัยข้อนี้แลกล่าวแล้ว

ก็มาสอดคล้องกับข้อนี้ที่ว่า วิบากแห่งกามมีทั้งบุญและบาป ไม่ใช่มีแต่บาป ให้กามคุณมีทั้งเป็นบุญและเป็นบาป เป็นบุญ เช่น ให้อาหาร ให้เสื้อผ้า เป็นบาป เช่น ให้สุรา ให้สิ่งของที่เป็นอกัปปิยะแก่พระ เช่น เงินทอง รถ

...วิบากแห่งกามเป็นไฉน คือ การที่บุคคลผู้ใคร่อยู่ ย่อมยังอัตภาพที่เกิดขึ้นจากความใคร่นั้น ๆ ให้เกิดขึ้น เป็นส่วนบุญหรือเป็นส่วนมิใช่บุญ นี้เรียกว่าวิบากแห่งกาม

แล้วก็มาสอดคล้องกับข้อนี้ที่ว่า ไม่ควรห้ามใจแต่อารมณ์ทั้งปวง ท่านไม่ได้ห้ามอันที่เป็นไปในทางกุศล

[๖๓] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าบุคคลไม่ควรห้ามใจแต่อารมณ์ทั้งปวง ที่เป็นเหตุให้ใจมาถึงความสำรวม บาปย่อมเกิดขึ้นแต่อารมณ์ใด ๆ บุคคลพึงห้ามใจแต่อารมณ์นั้น ๆ

แล้วก็มาสอดคล้องกับข้อนี้ที่ว่า "เกิดบ่อย ๆ เพื่อให้ได้มรรคแล้วไม่เกิดอีก" ความหมายคือ เกิดบ่อยๆก็เพื่อสร้างกุศลให้เต็ม หมายความว่า อาศัยบุญ เพื่อหนีจากบาปและบุญ อาศัยบาปหนีจากบาปและบุญเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้น เมื่ออาศัยบุญ เพื่อหนีจากบาปและบุญ จะไปพูดว่าทำบุญไมหวังผล ไม่มีหรอก ทำบุญย่อมหวังผล อย่าไปขี้คุย บางคนขี้โลภจะตาย ยังบอกว่าทำบุญไม่หวังผล แม้แต่บวชเป็นพระยังรับตังค์ ประกอบธุรกิจยังหวังผลกำไร รวยเป็นพันล้านยังไมพอ ยังจะบอกว่า ทำบุญไม่หวังผล

[๖๘๐] พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กสิกรย่อมหว่านพืชบ่อย ๆ ฝนย่อมตกบ่อย ๆ ชาวนาย่อมไถนาบ่อย ๆ แว่นแคว้นย่อมบริบูรณ์ด้วยธัญชาติบ่อย ๆ ยาจกย่อมขอบ่อย ๆ ทานบดีก็ให้บ่อย ๆทานบดีให้บ่อย ๆ แล้ว ก็เข้าถึงสวรรค์บ่อย ๆ ผู้ต้องการน้ำนมย่อมรีดนมบ่อย ๆลูกโคย่อมเข้าหาแม่โคบ่อย ๆ บุคคล ย่อมลำบากและดินรนบ่อย ๆ คนเขลาย่อมเข้าถึงครรภ์บ่อยๆ สัตว์ย่อมเกิดและตายบ่อยๆบุคคลทั้งหลายย่อมนำซากศพไปป่าช้าบ่อย ๆ ส่วนผู้มีปัญญาถึงจะเกิดบ่อย ๆ ก็เพื่อได้มรรคแล้วไม่เกิดอีก ดังนี้

แม้คนๆนั้นเขาจะพูดว่าไม่หวังผลก็ตาม แต่ก็พูดจากการที่ไม่รู้ความหมายของบุญ แต่ที่จริงคือหวังผลนั่นแหละ ต้องพูดให้ตรง ธรรมดาของสัตว์โลกเมื่อมีเวทนาอันเป็นทุกข์ จะไม่หวังเวทนาอันเป็นสุข ไม่มีหรอก ถ้าทำบุญไม่มีการหวังผล กลายเป็นชาวพุทธไม่มีเป้าหมาย