อรูปภพไม่ใช่ภพภูมิของสัตว์ไม่มีรูป ไม่มีตัว

สูตรนี้มีความหมายว่า “สัตว์” หมายถึง ผู้ที่ยังติดอยู่ในขันธ์ 5 สตฺโต/satto

...ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า สัตว์ สัตว์ ดังนี้ ด้วยเหตุมีประมาณเท่าไร หนอแล จึงเรียกว่า สัตว์? พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรราธะ เพราะเหตุที่มี ความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในรูปแล เป็นผู้ข้องในรูป เป็นผู้เกี่ยวข้องในรูปนั้น ฉะนั้นจึงเรียกว่า สัตว์ เพราะเหตุที่มีความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิดเพลิน ความทะยานอยากในเวทนา … ในสัญญา … ในสังขาร … ในวิญญาณ เป็นผู้ข้องในวิญญาณ เป็นผู้เกี่ยวข้องในวิญญาณนั้น ฉะนั้น จึงเรียกว่า สัตว์...

แล้วมาดูท่อนนี้ในสูตรนี้ที่ว่า "สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปภพ และสัตว์เหล่าใดดำรงอยู่ในอรูปภพ" ก็มีคำว่า สตฺตา/sattā หมายความว่า ใครที่ไปเกิดในอรูปภพก็ยังเรียกว่าสัตว์ (ผู้ที่ยังติดอยู่ในขันธ์ 5) ข้อสังเกตอีกอย่างคือในท่อนนี้ ไม่มีคำว่า สัตว์ เลยสำหรับผู้ที่พ้นแล้ว "...ย จ รูเป ปริญฺญาย อรูเปสุ อสณฺฐิตา นิโรเธ เย วิมุจฺจนฺติ เต ชนา มจฺจุหายิโน ฯ..." / "...Ye ca rūpe pariññāya arūpesu asaṇṭhitā nirodhe ye vimuccanti te janā maccuhāyino..."

...สัตว์เหล่าใดเข้าถึงรูปภพ และสัตว์เหล่าใดดำรงอยู่ในอรูปภพ สัตว์เหล่านั้นไม่รู้ชัดซึ่งนิโรธเป็นผู้ยังต้องกลับมาสู่ภพใหม่ ส่วนชนเหล่าใดกำหนดรู้รูปภพแล้ว ไม่ดำรงอยู่ในอรูปภพชนเหล่านั้นย่อมน้อมไปในนิโรธ เป็นผู้ละมัจจุเสียได้...

อรูปพรหมไม่ใส่ใจในรูปได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่เหมือนพระอรหันต์ที่ไม่ยึดในขันธ์ 5 ได้อย่างเด็ดขาด ฉะนั้น อรูปพรหมจึงยังเป็นสัตว์ที่ข้องอยู่ในขันธ์ 5 จึงมีรูป มีตัว มีขันธ์ 5 ครบหมด อรูปภพไม่ใช่ภพภูมิของสัตว์ไม่มีตัว สัตว์ไม่มีตัวไม่มี จะไม่มีตัว มีแต่ปรินิพพาน เผาไปแล้ว

กระทู้เกี่ยวข้อง :  #รวมกระทู้เกี่ยวกับประเด็นอรูปพรหมมีรูป