รูปปั้นไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่มีอินทรีย์อ่อน (เอาเรื่องอินทรีย์มาอ้างไม่ถูก)
05/05/2026 09:25:13...ดูกรน้องหญิง กายนี้เกิดขึ้นด้วยอาหาร อาศัยอาหารแล้วพึงละอาหารเสีย กายนี้เกิดขึ้นด้วยตัณหา อาศัยตัณหาแล้วพึงละตัณหาเสีย กายนี้เกิดขึ้นด้วยมานะ อาศัยมานะแล้วพึงละมานะเสีย กายนี้เกิดขึ้นด้วยเมถุน ควรละเมถุนเสีย การละเมถุนพระผู้มีพระภาคตรัสว่าเสตุฆาต...
แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ไล่พระวักกลิหนี ไม่ได้บอกว่า เธอยังอินทรีย์อ่อน เธอจงยึดรูปของเราไปก่อน
...บัดนี้ ญาณของเธอถึงความแก่กล้าแล้ว" จึงตรัสโอวาทว่า " วักกลิ ประโยชน์อะไรของเธอ ด้วยการเฝ้าดูกายเน่านี้ วักกลิ คนใดแลเห็นธรร คนนั้น (ชื่อว่า) เห็นเรา (ผู้ตถาคต) คนใดเห็นเรา (ผู้ตถาคต) คนนั้น (ชื่อว่า) เห็นธรรม " พระวักกลินั้น แม้อันพระศาสดาสอนแล้วอย่างนั้น ก็ไม่อาจเพื่อละการดูพระศาสดาไปในที่อื่นได้เลย ครั้งนั้น พระศาสดาทรงดำริว่า " ภิกษุนี้ ไม่ได้ความสังเวชแล้วจักไม่ได้ตรัสรู้๑" เมื่อวัสสูปนายิกสมัยใกล้เข้ามาแล้ว จึงเสด็จไปสู่กรุงราชคฤห์ ในวันเข้าพรรษา ทรงขับไล่ท่านด้วยพระดำรัสว่า " วักกลิเธอจงหลีกไป"...
อินทรีย์อ่อน ก็คือ ศรัทธาและปัญญาอ่อน เมื่อมันอ่อนมันก็ไม่เป็นมัชฌิมา มันอ่อนก็ไม่ปรับมัน แต่ไปอ้างอ่อนให้ได้ทำผิด ผิดแน่นอน มีความเห็นไม่ตรงต่อธรรมชาติ ไม่ลงให้ธรรมชาติ แล้วไปอ้างอินทรีย์อ่อน อ้างคนส่วนมาก เอาความตื่นข่าวมาเป็นที่ตั้ง คำถามง่ายๆที่ควรจะตอบโดยง่าย ก็ไม่ตอบให้ตรง ไปพูดอ้อมจักรวาล อันนี้เป็นมิจฉาวาจา
แต่ถ้าสิ่งไหนผิดก็พูดลงให้ธรรมชาติว่าผิด ส่วนใครยังรู้ไม่ได้ อันนี้มันเป็นอีกวรรคหนึ่ง พระพุทธเจ้าก็ไม่สามารถทำให้คนที่ยังไม่รู้ให้รู้ได้ พูดแบบนี้ ไม่เป็นมิจฉาวาจา อินทรีย์อ่อนเป็นเรื่องของคนๆนั้น ส่วนผิดถูกก็ว่าไปตามผิดถูก แต่ถ้าใครพูดตรงว่า ผิด พระพุทธเจ้าไม่ได้สอน แต่ข้าพเจ้ายังทำไม่ได้ ยังต้องได้ยึดรูปปั้นอยู่ อันนี้ไม่เป็นมิจฉาวาจา ไม่ผิดวาจา แต่ผิดทางกาย ก็ยังถือว่าเป็นกุศลทางวาจาอยู่ ก็ยังดีกว่า พูดผิดทำผิด