พระพุทธเจ้าบัญญัติวินัยเพราะเป็นบาปจึงบัญญัติ ไม่บาป จะไม่บัญญัติ (2)
10/12/2024 17:53:54...ดังได้สดับมาว่า ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าเหล่านั้น สัตว์ทั้งหลายมีอายุยืนนาน ได้เป็นผู้มีธุลีคือกิเลสในปัญญาจักษุน้อยเบาบาง สัตว์เหล่านั้นพอได้สดับแม้พระคาถาเดียว ที่ประกอบด้วยสัจจะ ๔ ย่อมบรรลุธรรมได้ เพราะเหตุนั้น พระพุทธเจ้าเหล่านั้น จึงไม่ทรงแสดงธรรมโดยพิสดาร...
นั้นก็หมายความว่า การบัญญัติพระวินัยนั้น เพราะเป็นปาบ มีโทษจึงบัญญัติ ไม่บาป ไม่มีโทษ จะไม่บัญญัติ ไม่ใช่ว่า ไม่ได้เป็นบาปอะไรก็ไปบัญญัติขึ้นมามั่วเฉยๆ ไม่ใช่
...[พระวิปัสสีเป็นต้นหาได้ทรงบัญญัติสิกขาบทเป็นต้นไม่] หลายบทว่า อปฺปญฺญตฺตํ สาวกานํ สิกฺขาปทํ ความว่า สิกขาบท คือข้อบังคับด้วยอำนาจอาบัติ ๗ กอง ที่ควรทรงบัญญัติ โดยสมควรแก่โทษอันพระพุทธเจ้ามีพระวิปัสสีเป็นต้นเหล่านั้น ไม่ได้ทรงบัญญัติไว้ แก่พระสาวกทั้งหลาย เพราะเป็นผู้ไม่มีโทษ...
สอดคล้องกับข้อที่ว่า วาจาของพระตถาคตย่อมมีเหตุอันควรจึงกล่าว ไม่มีเหตุจะไม่กล่าว และ เช่นเดียวกัน ถ้าข้อนั้นไม่เป็นบาปก็จะไม่บัญญัติพระวินัย ไม่มีพระทำผิดศีล จะไม่บัญญัติพระวินัย
...ดูก่อนราชกุมาร ตถาคตก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมรู้วาจาที่ไม่จริง ไม่แท้ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และวาจานั้นไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจของผู้อื่น ตถาคตไม่กล่าววาจานั้น...
ฉะนั้น ถ้าพระพุทธเจ้าบัญญัติพระวินัย หรือ กล่าวปฏิเสธสิ่งไหน แม้ไม่มีคำว่า "ห้าม" ตรงตามตัวพยัญชนะก็ตาม บัณฑิต พึงทราบว่า สิ่งนั้นทำแล้วย่อมเป็นบาป เพราะทำสิ่งที่ตรงกันข้าม เช่น รับเงินรับทองก็เป็นบาป ไม่ใช่ว่า รับแล้วก็ไปปลงอาบัติแล้วก็ไปรับอีก แล้วเข้าใจว่าจะไม่เป็นบาป ไม่ใช่ ปลงอาบัติคือต้องไม่ทำอีกเท่านั้นจึงจะถูกต้อง

