พระธรรมใหญ่กว่าพระวินัย

ที่จริง พระธรรมกับพระวินัยอันเดียวกัน พระพุทธเจ้าตรัสธรรมก็เพื่อให้รู้วินัย ตรัสวินัยก็เพื่อให้รู้ธรรม ตรัสธรรมก็เพื่อให้รู้วินัย เช่น ในโอวาทปาฏิโมกที่ว่า "ละบาป ทำบุญ ทำจิตให่ผ่องใส" คำว่า "ละบาป" นั่นละ คือ ท่านให้มีศีล จึงเรียกว่า ตรัสธรรมก็เพื่อให้รู้วินัย เพื่อให้มีศีล สัตว์ผู้เป็นเวไนยฟังสั้นๆแค่นี้จะรู้จักละเอาเอง ไม่จำเป็นให้พระพุทธเจ้าบัญญัติวินัย นี้เรียกว่า ตรัสธรรมก็เพื่อให้รู้วินัย

...การไม่ทำบาปทั้งสิ้น การยังกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตของตนให้ผ่องใส นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย....

ตรัสวินัยก็เพื่อให้รู้ธรรม คือ เมื่อมีพระทำผิดศีล ท่านก็บัญญัติวินัยเพื่อไม่ให้ละเมิดศีล เพราะเมื่อมีศีลจึงจะรู้ธรรมได้ จึงจะมีสมาธิ มีปัญญาบริบูรณ์ได้ ไม่มีศีลบรรลุธรรมไม่ได้ นี้เรียกว่า ตรัสวินัยก็เพื่อให้รู้ธรรม แต่บางยุค พระพุทธเจ้าก็ไม่บัญญัติพระวินัย เพราะไม่มีพระทำผิด เป็นเวไนยสัตว์ รู้เรื่องวินัยอยู่แล้ว ผ่านการสร้างบารมีมาอย่างน้อยแสนกัป รู้เรื่องศีลเอาเองมาแล้ว ได้ศึกษาเอาเองมาแล้ว

ไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ไหนบัญญัติพระวินัยก่อนตรัสพระธรรม ฉะนั้น พระวินัยจึงออกมาจากพระธรรม พระธรรมจึงใหญ่กว่าพระวินัยในความหมายที่ยกเอามาอธิบายในแง่นี้ สัตว์โลกหลุดพ้นได้โดยไม่ต้องบัญญัติวินัยก็มี แต่จะหลุดพ้นโดยไม่ฟังพระธรรม ไม่มี พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้แล้วต้องตรัสพระธรรม ไม่ตรัสไม่มี แต่พระวินัย ไม่จำเป็นต้องบัญญัติก็มี ยกพระวินัยออกได้นะมี แต่จะยกพระธรรมออกไปหมดด้วยนะ ไม่มี

แม้พระธรรมจะใหญ่กว่าพระวินัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พระวินัยจะไม่สำคัญ ถ้าไม่มีศีล ก็หลุดพ้นไม่ได้ ถ้าไม่บัญญัติวินัยเพื่อกันไม่ให้ละเมิด ก็จะไม่รู้พระธรรม แต่ถ้าพากันละเมิดอยู่ ไม่ถือแล้ว รักษาไม่ได้แล้ว แต่ก็ไม่ยกวินัยออก (ข้อที่พากันรักษาไม่ได้แล้ว) ตามที่อนุญาตไว้ในขุททานุขุททกสิกขา ไม่ได้ทีนี้ เพราะคาอาบัติอยู่นั้น ก็บรรลุธรรมไม่ได้เหมือนกัน แต่จะพากันไปนรกเยอะเพราะละเมิดพระวินัย มันมีรายละเอียดนะ มันไม่ใช่ว่ายกพระวินัยออกไม่ได้