พุทธธรรมสงฆ์


ฉันแบบเอกาสนิกังคธุดงค์กับฉันแบบพระวินัยปกติ (ที่คนเอามาตีความผิด)

ความต่างระหว่าง ฉันแบบเอกาสนิกังคธุดงค์ กับ ฉันแบบพระวินัยปกติ คือ

👉 ถ้าพระพุทธเจ้าบัญญัติวินัยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระธุดงค์ หรือ พระทั่วไปที่ถือวินัยปกติก็ตาม ต้องถือตามพระบัญญัติหลักเหมือนกันหมด

👉 "พระบัญญัติหลัก" ในบรรดาสิกขาบทที่เกี่ยวกับจำนวนครั้งของการกิน (ก่อนภัต) ไม่ว่าจะเป็น สิกขาบทฉันอาหารในโรงทาน, สิกขาบทโภชนะทีหลัง, สิกขาบทห้ามภัตแล้วฉันอีก คือข้อบังคับ ส่วน "อนุบัญญัติ" ในสิกขาบทเหล่านี้ ไม่ใช่ข้อบังคับ (ใครจะเอาอนุโลมก็ได้ ไม่เอาอนุโลมก็ได้ ไม่ผิด แต่พระบัญญัติหลักอย่าให้เสีย)

👉 พระทั่วไปที่ถือวินัยปกติ ฉันตาม "พระบัญญัติหลัก" และ "อนุบัญญัติ" (เอาอนุโลมด้วย)

👉 ฉันแบบเอกาสนิกังคธุดงค์ ไม่เอาอนุโลม คือฉันตาม "พระบัญญัติหลัก" เท่านั้น คือหนึ่งเท่านั้น แม้จะป่วยก็ตาม หนึ่งเท่านั้น

มีหลายคนพยายามอธิบายว่า พระฉันเช้าและฉันเพลไม่ผิด โดยไปยกเอาข้อแตกต่างระหว่างการฉันทั้งสองแบบนี้มาอ้าง ไปเข้าใจว่า ถ้ามีเอกาสนิกังคธุดงค์อยู่แล้ว จะมีฉันหนึ่งครั้งในข้ออื่นอีกไปทำไม ฉันครั้งเดียวจึงมีเฉพาะธุดงค์เท่านั้น อันนี้คือตีความเอาเอง เพราะถ้าพูดแบบนี้ก็หมายความว่า พระธุดงค์กับพระทั่วไป ถือวินัยคนละอย่าง แต่มันเป็นไปไม่ได้ "เพราะไม่ใช่พระวินัยที่อนุญาตเฉพาะบุคคล" พระธุดงค์ท่านแค่ไม่เอาอนุโลม แต่พระบัญญัติหลัก ไม่ว่าพระรูปไหนถือเหมือนกันหมด เป็น Minimum Requirement หรือจะเอาแบบโมเนยยปฏิปทา ทุกพุทธกาลมีแค่รูปเดียว

[อธิบายข้อที่ทรงอนุญาตไว้เฉพาะ ๗ อย่าง] ก็ข้อที่ชื่อว่าทรงอนุญาตเฉพาะ มี ๗ อย่าง คือ อนุญาตเฉพาะอาพาธ ๑ เฉพาะบุคคล ๑ เฉพาะกาล ๑ เฉพาะสมัย ๑ เฉพาะประเทศ ๑ เฉพาะมันเปลว ๑ เฉพาะเภสัช ๑

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # เอาอรรถกถาพรหมชาลสูตรที่ว่าฉัน 10 ครั้งมางัดกับพุทธพจน์   # ในธรรมวินัยนี้ ก่อนเที่ยงฉันครั้งเดียว ไม่ใช่ฉันหลายครั้ง   # บัญญัติสิกขาบทตามกรณีที่เกิดแต่ก่อนภัตฉันครั้งเดียว