ความหมายคำว่า “เห็น” ในธรรมวินัยนี้ เห็นด้วยญาณจึงชื่อว่าเห็น
27/01/2026 13:17:54...และการเห็นนั้นแยกออกเป็น ๒ คือ ไม่เห็นด้วยตา ๑ ไม่เห็นด้วยญาณ ๑ ใน ๒ อย่างนั้น การไม่เห็นด้วยญาณท่านประสงค์เอาในที่นี้ จริงอยู่ พระอริยะทั้งหลายถึงบุคคลจะเห็นด้วยมังสจักษุ หรือทิพยจักษุ ก็ยังไม่ชื่อว่าได้เห็น เพราะจักษุเหล่านั้นรับเอาเพียงอุปาทายรูป ไม่ใช่ยึดเอาความเป็นพระอริยะเป็นอารมณ์ อนึ่ง แม้สุนัขบ้าน สุนัขจิ้งจอกเป็นต้น ย่อมเห็นพระอริยะทั้งหลายด้วยจักษุ แต่ว่า สุนัขบ้านเป็นต้นเหล่านั้นจะชื่อว่าได้เห็นพระอริยะทั้งหลายหามิได้...
เช่น บรรลุอรหันต์จึงจะชื่อว่าเห็นนิพพาน เป็นโสดาบันยังไม่ชื่อว่าเห็น แต่เห็นทางไปสู่นิพพาน เปรียบเหมือนบุคคลยืนจับแผนที่ รู้ว่าตนยืนอยู่จุดไหน แล้วก็รู้ว่าจะไปทางไหนให้ถืงที่หมายปลายทาง แต่ถ้ายังไม่ถึงที่หมายปลายทางอยู่ตราบใด ก็ยังไม่รู้ว่า ก่อนใกล้จะเข้าประตูเมืองเป็นยังไง (อาสวักขยญาณ) หลังเข้าไปแล้วเป็นยังไง (วิมุตติญาณทัสสนะ) ก็ยังไม่ชื่อว่า เห็น ฉะนั้น การเห็นในศาสนานี้ คือต้องได้บรรลุด้วยตนเองก่อนจึงจะชื่อว่า เห็น
...เพราะฉะนั้น การเห็นด้วยจักษุ ไม่ชื่อว่าเห็น การเห็นด้วยญาณเท่านั้น ชื่อว่าเห็น สมดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า ดูก่อนวักกลิประโยชน์อะไรด้วยกายอันเปื่อยเน่านี้ อันเธอเห็นแล้ว, ดูก่อนวักกลิผู้ใดแล เห็นพระธรรม ผู้นั้นชื่อว่า เห็นเราตถาคต ดังนี้...
เช่นเดียวกันถ้าเรียนเฉยๆ แต่ไม่ได้ปฏิบัติตาม ก็ไม่ชื่อว่า รู้
..ถามว่า คนเหล่าไหน ย่อมรู้เนื้อความภาษิตนี้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ตอบว่า เบื้องต้น ชนเหล่าใดร่ำเรียนบาลี และอรรถกถาของพระสูตรนี้ แต่ไม่ทำตามที่ร่ำเรียนมานั้น ไม่ปฏิบัติอนุโลมปฏิปทา ตามที่กล่าวแล้ว ชนเหล่านั้นชื่อว่าย่อมไม่รู้ ส่วนชนเหล่าใดเป็นผู้กระทำตามที่เล่าเรียนมานั้น ปฏิบัติอนุโลมปฏิปทาตามที่กล่าวแล้ว ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้...