พุทธธรรมสงฆ์


การถึงสรณะแบบโลกิยะหมดสภาพเมื่อตาย เกิดใหม่ต้องต่อเอาใหม่ แต่การถึงสรณะแบบโลกุตตระ ไม่มีหมดสภาพเลย

การถึงสรณะที่เป็นโลกิยะมีการหมดสภาพอยู่ 2 อย่างคือ การหมดสภาพแบบมีโทษ และ การหมดสภาพแบบไม่มีโทษ

...การหมดสภาพแบบไม่มีโทษในเพราะการทำกาลกิริยา การหมดสภาพแบบนั้นไม่มีผลเพราะไม่มีวิบาก แต่การถึงสรณะแบบโลกุตตระไม่มีการหมดสภาพเลย จริงอยู่ พระอริยสาวก (ตายแล้วไปเกิด) แม้ในภพอื่นก็จะไม่ยอมยกย่องคนอื่นว่าเป็นศาสดา (แทนพระพุทธเจ้า) พึงทราบความเศร้าหมอง และการหมดสภาพของการถึงสรณะดังพรรณนานาฉะนี้...

ดังนั้น ปุถุชน ตายแล้ว สรณะขาดต้องต่อเอาใหม่ ถ้ายังไม่เต็มแสนกัลป์เป็นอย่างต่ำ ย่อมหลงไปที่อื่นเป็นธรรมดา แม้ผู้ที่มาเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าก็มาจากลัทธิอื่น ส่วนการถึงสรณะแบบโลกุตตระของพระอริยะ ไม่มีการหมดสภาพ เพราะพระอริยสาวกท่านจะไม่อุทิศศาสดาอื่น

...ส่วนสรณคมน์ที่เป็นโลกุตระไม่มีขาดเลยทีเดียว ด้วยว่าแม้ในระหว่างภพ พระอริยสาวกก็ไม่อุทิศศาสดาอื่น...

เพราะอริยสาวกในธรรมวินัยนี้ มีความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

...[๑๕๓] อริยสาวกย่อมประกอบด้วยธรรมเป็นองค์แห่งโสดาปัตติ ๔ อย่างเป็นไฉน ดูก่อนคฤหบดี อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมประกอบด้วยความเลื่อมใส อันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้าว่า...