5 มาสกมีมูลค่าแค่บาทเดียว ไม่ใช่หลายร้อย หลายพันบาท
26/06/2026 23:54:42[๑๕๐] ๑. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง ไปสู่สวนดอกไม้ มีไถยจิตลักดอกไม้ที่เขาเก็บไว้ ได้ราคา ๕ มาสก แล้วได้มีความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติปาราชิกแล้ว กระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว...
หญ้าที่ไหนจะมีมูลค่าตั้งหลายร้อย หลายพันบาท และก็ไม่ใช่ว่าจะมายึดถือเอาตามราคาในปัจจุบันนี้ด้วย
[๑๖๓] ๑. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งไปสู่แดนดงหญ้า มีไถยจิตลักหญ้าที่เขาเกี่ยวไว้ ได้ราคา ๕ มาสก แล้วมีความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติปาราชิกแล้ว กระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว...
แม้แต่หญ้าก็ไม่ควรถือเอา คือ มันมีมูลค่าน้อย มันไม่ใช่หลายร้อย หลายพันบาท เหมือนอย่างที่เขาพากันคำนวณ
...๒. อันภิกษุผู้อุปสมบทแล้ว ไม่พึงถือเอาของอันเขาไม่ได้ให้ เป็นส่วนขโมย โดยที่สุดหมายเอาถึงเส้นหญ้า ภิกษุใดถือเอาของอันเขาไม่ได้ให้ เป็นส่วนขโมย ได้ราคาบาทหนึ่งก็ดีควรแก่ราคาบาทหนึ่งก็ดี เกิดบาทหนึ่งก็ดี ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร...
มูลค่า 5 มาสกคงที่ ไม่มีเปลี่ยนแปลง พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ปรับโทษบาทเดียวเหมือนกันหมด ถ้าเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาได้ มันก็ไม่ใช่ธรรมวินัยแล้ว แต่ก่อนลักดอกไม้เป็นปาราชิก สมัยนี้ไม่ให้เป็นปาราชิก
...[ พระพุทธเจ้าทุกองค์ปรับโทษถึงที่สุดเพียงบาทเดียว ] แม้พระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว ก็ทรงบัญญัติปาราชิกด้วยบาทนั้น ถึงพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่จะมีในอนาคต ก็จักทรงบัญญัติปาราชิกด้วยบาทนั้น จริงอยู่ ความเป็นต่างกัน ในวัตถุปาราชิกหรือในปาราชิก ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ย่อมไม่มี วัตถุแห่งปาราชิก ๔ ก็เหมือนกันนี้แหละ ปาราชิก ๔ ก็เหมือนกันนี้แหละ ไม่มีหย่อนหรือยิ่งกว่านี้...
ถ้าวางขั้นต่ำมาอย่างนั้นแล้ว ก็ตามนั้นเลย เปลี่ยนไม่ได้ เปลี่ยนคือผิดเลย 20 มาสก = 1 กหาปณะ, 5 มาสก = 1 บาท (100 สตางค์)