พุทธธรรมสงฆ์


ไม่ควรไปสมาทานศีลถ้ารักษาไม่ได้ เพราะละเมิดบาปมาก (อรรถกถาการันทิยชาดก)

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ทุกคนที่ทุศีล มีมิจฉาทิฐิ ให้กลายมาเป็นคนไม่ทุศีล มีสัมมาทิฐิ พระพุทธเจ้าจึงตรัสรับรองไว้ให้ว่า การให้ศีลแก่ผู้ที่ไม่ต้องการจะรักษา ไม่ถูกต้อง หรือ รักษาไม่ได้ ไม่พร้อมที่จะรักษา ก็ไม่ควรไปสมาทาน

...ถ้ามนุษย์คนเดียวนี้ ไม่อาจ คือ ไม่สามารถทำแผ่นดิน คือ ปฐพีใหญ่นี้ให้ราบเรียบ ฉันใด ท่านก็จักนำมนุษย์ทุศีลผู้มีทิฏฐิต่างกันมาไม่ได้ ฉันนั้นเหมือนกัน คือท่านกล่าวกะมนุษย์เหล่านั้นว่า พวกท่านจงรับศีล จักนำมาสู่อำนาจของตนไม่ได้ฉันนั้น ด้วยว่าคนที่เป็นบัณฑิตเท่านั้น ย่อมติเตียนปาณาติบาตว่าเป็นอกุศล ส่วนคนพาลไม่เชื่อสังสาระ เป็นผู้มีความสำคัญในข้อนั้นว่าเป็นกุศล ท่านจักนำคนเหล่านั้นมาได้อย่างไร เพราะฉะนั้น

ท่านอย่าให้ศีลแก่คนที่ได้ประสบพบเห็น จงให้แก่คนที่ขอเท่านั้น อาจารย์ได้ฟังดังนั้นคิดว่า การันทิยะพูดถูกต้อง บัดนี้ เรา จักไม่กระทำอย่างนั้น ครั้นรู้ว่าตนผิดแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๕ ว่า :- ดูก่อนการันทิยะ ท่านได้บอกความ จริงโดยย่อแก่เรา ข้อนี้เป็นอย่างนั้นจริง แผ่นดินนั้นมนุษย์ไม่สามารถจะทำให้ราบ เรียบได้ ฉันใด เราก็ไม่อาจทำมนุษย์ทั้งหลาย ให้มาอยู่ในอำนาจของเราได้ ฉันนั้น

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมายํ ตัดเป็น สมา อยํ อาจารย์ได้ทำความชมเชยมาณพอย่างนี้ ฝ่ายมาณพนั้นท้วงอาจารย์นั้นแล้ว ตนเองก็นำท่านไปยังเรือน พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า พราหมณ์ในครั้งนั้น ได้เป็นพระสารีบุตร ส่วนการันทิยบัณฑิตในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล...

นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับหลักธรรมวินัยข้ออื่นๆอีกเยอะแยะ เช่น

  • "สมาทานศีลแล้วละเมิดบาปมากกว่าไม่สมาทาน" การรักษาศีลเป็นเรื่องที่ดี จริงอยู่ว่า เป็นบุญตอนที่สมาทาน แต่มันก็เป็นบาปตรงที่ไปละเมิด ฉะนั้น อย่าไปสมาทานศีล ถ้ารักษาไม่ได้ หรือ ไม่พร้อมที่จะรักษา
  • "หญ้าคาอันบุคคลจับไม่ดีย่อมบาดมือนั่นเอง ฉันใด ความเป็นสมณะ อันบุคคลปฏิบัติไม่ดี ย่อมฉุดเข้าไปในนรก ฉันนั้น" ฉะนั้น อย่าไปบวช อย่าไปสมาทานศีล ถ้ารักษาไม่ได้
  • "ธรรมวินัยนี้มีการการศึกษาไปโดยลำดับ ปฏิบัติไปโดยลำดับ" ฉะนั้น อย่าไปสมาทานศีล ถ้ารักษาไม่ได้ อย่าทำเกินกำลัง
  • "เรียนปริยัติก่อน จึงไปปฏิบัติ" ฉะนั้น อย่าไปสมาทานศีล ถ้ารักษาไม่ได้ ไม่รู้เรื่องศีล
  • มีศรัทธาอ่อนและปัญญาอ่อน แม้โทษเพียงอาบัติทุกกฏ ก็เป็นของใหญ่ละได้ยาก ละเมิดเอาได้ง่าย ฉะนั้น คนที่ศรัทธาอ่อนและปัญญาอ่อน รักษาศีลไม่ได้ ก็ไม่ควรไปสมาทานรักษา
  • ในขุททานุขุททกสิกขา ที่ให้ยกวินัยออกได้นั้น ความหมาย คือ ถ้าพากันรักษาไม่ได้ ก็ให้ยกออก เพราะสมาทานศีลแล้วไปละเมิด รักษาไม่ได้มันบาปมาก และยังจะทำให้บรรลุธรรมไม่ได้ด้วย เพราะคาอาบัติอยู่นั้น หลุดพ้นไม่ได้ ข้อนี้ก็เอามาเทียบได้ กับข้อที่ว่า รักษาศีลไม่ได้ ก็ไม่ควรไปสมาทานรักษา
  • มีหลักธรรมข้อไหนที่พระพุทธเจ้าตรัสบอกให้คุณไปทำในสิ่งที่คุณทำไม่ได้? ก็เช่นกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่พระพุทธเจ้าจะสอนให้คุณรักษาศีลในข้อที่คุณรักษาไม่ได้

ศาสนานี้เป็นศาสนาแห่งปัญญา ทำอะไรมีหลักการ มีขั้นตอน รักษาศีลไม่ได้ ไม่รู้เรื่องของศีล ไม่พร้อมที่จะรักษา ก็ไปสมาทานรักษา อาศัยแต่ศัทธาอ่อนๆอย่างเดียวแต่ปัญญาไม่มี อันนี้มั่ว ไม่ใช่ที่พระพุทธเจ้าสอน

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # เรื่องสมาทานศีลมั่วๆ ไม่พร้อมที่จะรักษาก็ไปสมาทาน