พุทธธรรมสงฆ์

เอาการหุงต้มไปตีความว่าเป็นอุ่นแบบผิดๆ (บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป หมูกระทะ)

เทียบพระวินัยข้อนี้ ถ้าผู้ขายผสมแป้งบ้าง เถ้าบ้าง โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เกาะกันแน่นเท่านั้น ไม่ได้ผสมเพื่อให้เป็นส่วนของอาหาร จึงไม่เข้าข้อสัตตาหกาลิกระคนกับยาวกาลิก

...ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าคนทั้งหลายผสมแป้งบ้าง เถ้าบ้าง ลงในงบน้ำอ้อย เพื่อประสงค์ให้เกาะกันแน่น งบน้ำอ้อยนั้นก็ยังถึงความนับว่า งบน้ำอ้อยนั้นแหละ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ฉันงบน้ำอ้อยตามสบาย...

ดังนั้น เมื่อเอามาเทียบกับบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป ผู้ผลิดอาหารรูปแบบนี้ประสงค์เพื่อให้เอาไปต้มใส่น้ำร้อนก่อนกิน จึงจัดเป็นหุงต้ม ไม่ใช่อุ่น ลองถาม AI ดู เช่น ChatGPT

👉 หุงต้ม เช่น นาย ก ฉีกซองใหม่ๆ แล้วเอาไปต้มใส่น้ำร้อน

👉 อุ่น เช่น นาย ก ต้มบะหมี่แล้ว จากนั้นหลายชั่วโมงต่อมา เอาบะหมี่ที่ต้มแล้วในชามนั้นไปอุ่นให้ร้อน โดยไม่ใส่อะไรลงไป

กรณีที่ทรงนุญาตให้อุ่นภัตตาหารนั้น เฉพาะบางกรณี ไม่ใช่ข้อปกติ ปกติคือโยมเขาจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว พระมีแค่รับประเคนแล้วฉัน แต่สมัยนี้ เอาข้อนี้มาตีกิน อธิบายหุงต้มให้เป็นอุ่น เช่น อยากปิ้งย่าง ก็เลยให้โยมต้มเนื้อให้สุกก่อน แล้วพระก็เอาเนื้อที่ต้มสุกนั้นไปปิ้งย่างอีกที มันก็เป็นหุงต้มที่ประกอบอาการหุงต้มอันใหม่ เพราะเจตนามุ่งปิ้งย่าง ต้องอาบัติทุกกฏเหมือนเดิม จะไปทำให้มันยุ่งยากทำไม ถ้าโยมผู้ฉลาดอยากถวายอาหารแบบนั้น ก็ปิ้งย่างทำให้เสร็จพร้อมกินเท่านั้น พระไม่ต้องไปประกอบอาการหุงต้มเอง และก็ไม่ใช่ว่าให้พระนั่งอยู่นั้น โยมก็ปิ้งแล้วเอาให้ ปิ้งแล้วเอาให้ เหมือนแม่ป้อนข้าวลูก แบบนี้ก็ไม่ใช่

...ตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้อุ่นภัตตาหารที่ต้องอุ่น...

คนไม่เข้าใจเนื้อความพระศาสาดาแล้วก็หาทางซิกแซกให้ได้ทำผิด ในครั้งพุทธกาลก็มี เช่น พระปลอมเป็นคฤหัสถ์เสพเมถุน เข้าใจว่าจะไม่ต้องอาบัติด้วยวิธีอย่างนี้ แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่าต้องอาบัติปาราชิกเหมือนเดิม

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # ต้มบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปเป็นหุงต้ม ไม่ใช่อุ่น ต้องอาบัติทุกกฏ   # บะหมี่กึ่งสําเร็จรูปเป็นอาหารดิบที่ชาวโลกรู้กันอยู่ จัดเป็นหุงต้ม ไม่ใช่อุ่น พระรับต้องอาบัติทุกกฏ
ก๊อบเนื้อหาไปทั้งหมดต้องระบุ Link ที่มาของหน้านี้