บุคคลสุดโต่ง ไม่เข้าใจคำว่าสุดโต่ง แล้วก็ไปกล่าวตู่ผู้ที่ไม่กราบรูปปั้นว่าสุดโต่ง


สุดโต่งมีอยู่ 2 อย่าง สุดโต่งไปในทางไหน ก็เรียกว่า สุดโต่งในทางนั้น เช่น หย่อนเกินไป (ขาดปัญญาในคำสอน) หรือ ตึงเกินไป (ทำเกินคำสอน) มัชฌิมา คือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ส่วนสุดสองอย่างนี้ อันบรรพชิตไม่ควรเสพ ส่วนสุดสองอย่างนั้นเป็นไฉน คือ การประกอบตนให้พัวพันด้วยกามสุขในกามทั้งหลาย เป็นของเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ประเสริฐไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ การประกอบความลำบากแก่ตน เป็นทุกข์ ไม่ประเสริฐ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ ข้อปฏิบัติอัน เป็นสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุด ๒ อย่างเหล่านั้น...

มัชฌิมา คือ อะไร ?

...ก็ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลางนั้น... เป็นไฉน คือ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ นี้แหละ ซึ่งได้แก่ ความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบการงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบ ตั้งใจชอบ ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลางนี้แล อันตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว...

เพราะอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ 8 มีสัมมาทิฏฐิเป็นประธาน เมื่อมีสัมมาทิฏฐิเป็นประธาน มีความเห็นถูกต้อง ทำถูกต้องตามที่พระพุทธเจ้าสอนเท่านั้นจึงเรียกว่า มัชฌิมา ทำไม่ถูกต้องตามที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่ใช่มัชฌิมา

[๒๕๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บรรดาองค์ทั้ง ๗ นั้น สัมมาทิฏฐิย่อมเป็นประธาน ก็สัมมาทิฏฐิย่อมเป็นประธานอย่างไร? คือ ภิกษุรู้จักมิจฉาทิฏฐิว่ามิจฉาทิฏฐิ รู้จักสัมมาทิฏฐิว่าสัมมาทิฏฐิ ความรู้ของเธอนั้นเป็นสัมมาทิฏฐิ

และในพระไตรปิฎก ก็มีหลักฐานอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด ที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้สร้างรูปปั้น ไม่ให้เอารูปปั้นมาเป็นที่พึ่ง คลิกดูตรงนี้ แล้วทีนี้ การที่ไม่กราบรูปปั้น ก็เพราะทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อทำตามคำสอน จึงไม่ใช่สุดโต่ง

กระทู้เกี่ยวข้อง :  #กล่าวตู่ผู้ที่ไม่กราบรูปปั้นว่าสุดโต่งเป็นบาป ขอขมาได้เป็นการดี  #เอาแต่ฎีกาและอรรถกถาโดยไม่เทียบมาใส่คำของพระศาสดาว่าสอดคล้องหรือไม่ ก็เรียกว่า สุดโต่ง  #เอาแต่พุทธพจน์ไม่เอาอรรถกถาเลย อันนี้เรียกว่า สุดโต่ง