พุทธธรรมสงฆ์


บัญญัติสิกขาบทตามกรณีที่เกิดแต่ก่อนภัตฉันครั้งเดียว

อรุณขึ้นไปจนถึงเที่ยงวัน ฉันหนึ่งครั้ง เวลาใดก็ได้ พระพุทธเจ้าก็ฉันหนึ่งครั้ง

...ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียว เมื่อเราฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียว ย่อมรู้สึกคุณ คือความเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง กายเบา มีกำลัง และอยู่สำราญ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้เธอทั้งหลายจงมา จงฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียวเถิด...

และสาวกก็พูดเองว่า ฉันหนึ่งครั้ง ที่ท่านพูดว่า "บริโภคอาหารหนเดียวทำได้ยากนักแล" ท่านหมายถึงฉันหนึ่งครั้ง ถ้าฉันหลายครั้ง ไม่มีใครไปพูดว่ายาก

...ท่านมหากัจจานะได้กล่าวคำนี้กะอุบาสกโสณกุฏิกัณณะว่า โสณะ การประพฤติพรหมจรรย์ซึ่งต้องนอนผู้เดียว บริโภคอาหารหนเดียวจนตลอดชีพ ทำได้ยากนักแล เอาเถอะ โสณะ คุณจงเป็นคฤหัสถ์อยู่ในจังหวัดนี้แหละ แล้วประกอบตามพระพุทธศาสนา...

ส่วนสิกขาบททีบัญญัตินั้น ไม่ว่าจะเป็น สิกขาบทฉันอาหารในโรงทานก็หนึ่งครั้ง สิกขาบทโภชนะทีหลังก็หนึ่งครั้ง สิกขาบทห้ามภัตแล้วฉันอีกก็หนึ่งครั้ง ท่านจะบัญญัติหลายกรณีก็ตาม แต่ก็บัญญัติตามเรื่องเกิด คือ บัญญัติพยัญชนะเพิ่มให้ เหมือนกับกรณีเดรัจฉานวิชา แต่ความหมายเดียว คือ ฉันหนึ่งครั้ง ถ้าฉันเกินหนึ่งโดยไม่สอดคล้องกับอนุบัญญัติ เป็นปาจิตตีย์หมดเลย ฉะนั้น การที่พระฉันเช้าและก็ฉันเพลเป็นกิจวัตรปกติ จึงไม่สอดคล้องกับพระวินัย