พุทธธรรมสงฆ์


ฆ่าสัตว์ขายก็เป็นบาป

พระพุทธองค์ทรงเห็นคนฆ่าปลา ฆ่าเนื้อ ขายอยู่ จึงทรงแสดงโทษของการฆ่าสัตว์ขาย แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ผู้ประกอบอาชีพนั้นเขาย่อมเพ่งดูสัตว์ที่พึงฆ่าที่นำมาเพื่อฆ่า ด้วยใจที่เป็นบาป เพราะผลข้อนั้น เมื่อตายไปแล้วย่อมเข้าถึง อบาย ทุคติ วินิบาต นรก

...พ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดีละ ข้อนั้นแม้เราก็ไม่ได้เห็นไม่ได้ฟังมาว่าพรานเนื้อ ฆ่าเนื้อขายอยู่ ย่อมขี่ช้าง ขี่ม้า ขี่รถ ขึ้นยาน เป็นเจ้าของโภคะหรือครอบครองกองโภคสมบัติเป็นอันมากอยู่ เพราะกรรมนั้น เพราะอาชีพนั้นข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าเขาย่อมเพ่งดูเนื้อเหล่านั้นที่พึงฆ่า ที่นำมาเพื่อฆ่าด้วยใจที่เป็นบาป ฉะนั้น เขาจึงไม่ได้ขี่ช้าง ขี่ม้า ขี่รถ ขึ้นยาน ไม่ได้เป็นเจ้าของโภคะ ไม่ได้ครอบครองกองโภคสมบัติเป็นอันมากอยู่ ก็เขาย่อมเพ่งดูสัตว์ดิรัจฉานเหล่านั้นที่พึงฆ่า ที่นำมาเพื่อฆ่า ด้วยใจที่เป็นบาป ฉะนั้น เขาจึงไม่ได้ขี่ช้าง ขี่ม้า ขี่รถ ขึ้นยาน ไม่ได้เป็นเจ้าของโภคะ หรือครอบครองกองโภคสมบัติเป็นอันมากอยู่ จะกล่าวอะไร ถึงบุคคลผู้เพ่งดูมนุษย์ที่พึงฆ่าที่นำมาเพื่อฆ่า ด้วยใจที่เป็นบาปเล่า เพราะผลข้อนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์ตลอดกาลนานแก่เขา เมื่อตายไปแล้วย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯลฯ

[๖๔๒] ฯ ล ฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิมฌกูฏ ได้เห็นก้อนเนื้อลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้าง พญาแร้งบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิกทิ้งก้อนเนื้อนั้น ได้ยินว่า ก้อนเนื้อนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯล ฯ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็นคนฆ่านกขาย อยู่ในกรุงราชคฤห์นี้เอง ฯ ล ฯ