พุทธธรรมสงฆ์


วิเคราะห์ปาราชิกข้อ 3 พระพุทธเจ้าห้ามฆ่าคนอื่นเท่านั้น ไม่ได้ห้ามฆ่าตนเองจริงหรือ ?

อันนี้เข้าใจได้ไม่ยาก ในต้นเรื่องก็กล่าวถึงฆ่าตนเอง "...สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ภิกฺขู อตฺตนาปิ อตฺตานํ ชีวิตา โวโรเปนฺติ อญฺญมญฺญํปิ ชีวิตา โวโรเปนฺติ..." / "...saccaṁ kira bhikkhave bhikkhū attanāpi attānaṁ jīvitā voropenti aññamaññaṁpi jīvitā voropenti..."

...ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกภิกษุปลงชีวิตตนเองบ้าง วานกันและกันให้ปลงชีวิตบ้าง บางเหล่าก็ไปหามิคลัณฑิกสมณกุตตก์กล่าวอย่างนี้ว่า พ่อคุณ ขอท่านได้ช่วยปลงชีวิตพวกฉันที บาตรจีวรนี้จักเป็นของท่าน ดังนี้จริงหรือ?...

ฉะนั้น จึงตรัสว่า ภิกษุใดจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต "...โย ปน ภิกฺขุ สญฺจิจฺจ มนุสฺสวิคฺคหํ ชีวิตา โวโรเปยฺย..." / "...yo pana bhikkhu sañcicca manussaviggahaṁ jīvitā voropeyya..."

...๓. อนึ่ง ภิกษุใดจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือแสวงหาศัสตราอันจะปลิดชีวิตให้แก่กายมนุษย์นั้น แม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้...

ความหมาย คือ

  • พรากกายมนุษย์จากชีวิต = ฆ่ามนุษย์คนใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นพระหรือไม่ใช่พระ ไม่ว่าจะเป็นตนเองหรือผู้อื่น ล้วนแต่เป็นมนุษย์ทั้งนั้น ต้องเป็นกายมนุษย์ ไม่ใช่อมนุษย์ ท่านใช้คำนี้ครอบคลุมไว้หมดเลย ชึ่งก็สอดคล้องกับต้นเรื่องที่มีการฆ่าตนเองด้วย ระดับพระพุทธเจ้าบัญญัติพระวินัย จะตรัสแค่คำว่า "มนุสฺสวิคฺคหํ" ให้หมายถึงเฉพาะกายผู้อื่นเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะมันไม่มีคำเจาะจง "ผู้อื่น" เลย และหลักคิดง่ายๆก็คือ ตนเองก็คือมนุษย์เหมือนกัน ไม่ใช่ก้อนหิน

เพราะเป็นปาณาติบาต พระพุทธเจ้าจึงห้ามฆ่าตนเอง อย่าไปจับเอาเรื่องการฆ่าตัวตาย (กรณีสมสีสีปรินิพพาน) ของพระฉันนะ พระโคธิกะ พระวักกลิ ที่มีรายละเอียดเฉพาะ มาตีความผิดๆว่า ฆ่าตนเองไม่เป็นปาณาติบาต เรื่องรายละเอียดมีอยู่ในข้อไหนก็ให้เป็นรายละเอียดเฉพาะของข้อนั้น

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # ฆ่าตัวตาย (กรณีสมสีสีปรินิพพาน) บรรลุธรรมได้ไง?   # การฆ่าตัวตายของพระฉันนะ พระโคธิกะ พระวักกลิเกิดก่อนหรือหลังบัญญัติปาราชิกข้อ 3   # ฆ่าตนเองก็เป็นปาณาติบาต ไปอเวจี ไม่ใช่ว่าฆ่าผู้อื่นเท่านั้นจึงเป็น