คำว่า อริยะ อริยสาวก สาวก และ คำว่า พระ

พระพุทธเจ้า และ พระปัจเจกพุทธเจ้า ก็เรียกว่าพระอริยะ แต่ไม่ใช่พระอริยะที่เป็นสาวก ความเป็นอริยะนี้นับมาตั้งแต่ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์สาวก พระอนาคามีสาวก พระสกทาคามีสาวก พระโสดาบันสาวก

จับใจความได้ จะไม่งงกับพยัญชนะ คำว่า สาวก มันก็รวมทั้งสาวกที่เป็นพระอริยะ และสาวกที่ไม่เป็นพระอริยะ สาวกที่เป็นพระอริยะก็คือบุรุษ 4 คู่ (รวมทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิต) สาวกที่ไม่เป็นพระอริยะก็คือ อุบาสก อุบาสิกกา ที่ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ และบรรพชิตที่ยังไม่เป็นพระอริยะ เรียกว่าสาวกทั่วไป ส่วนบุคคลผู้ที่ไม่ได้ถือพระรัตนตรัย (ผู้ที่ถือศาสนาอื่น) ไม่ได้เรียกว่าสาวก

...บทว่า อริยสาวโก ได้แก่ พระอริยะที่ไม่เป็นพระสาวกก็มี เช่น พระพุทธเจ้า และพระปัจเจกพุทธเจ้า พระสาวกที่ไม่เป็นพระอริยะก็มี เช่น คฤหัสถ์ผู้ยังไม่บรรลุผล ไม่เป็นทั้งพระอริยะไม่เป็นทั้งพระสาวกก็มี เช่น พวกเดียรถีย์เป็นอันมาก เป็นทั้งพระอริยะ เป็นทั้งพระสาวกก็มี เช่น พระสมณะศากบุตร ผู้บรรลุผลรู้แจ้งคำสั่งสอนแล้ว แต่ในที่นี้จะเป็นคฤหัสถ์ หรือบรรพชิตก็ตามคนใดคนหนึ่ง ผู้สมบูรณ์ด้วยการศึกษา ด้วยอำนาจแห่งเนื้อความที่กล่าวไว้แล้ว พึงทราบว่า ผู้นี้เป็นพระอริยสาวก...

คำว่า "พระ" นำหน้าคำว่า "อริยะ" ไม่ได้หมายความว่าใช้กับบรรพชิตเท่านั้น คฤหัสถ์ที่เป็นอริยะก็เรียกว่า "พระอริยะ" เหมือนกัน เพราะคำว่า "พระ" ในที่นี้หมายถึง โสดา สกทาคา อนาคา อรหันต์ หมายถึงความเป็นอริยะ ไม่ได้หมายถึงสถานะความเป็นบรรพชิต

ผู้ที่ยังไม่เป็นพระอริยะก็ตาม แต่ถ้าถือตามพระธรรม ดำเนินตามแนวทางพระธรรม ก็เรียกว่าเป็นสาวก เช่น โชติปาละ (พระโพธิสัตว์) บวชในสำนักของพระพุทธเจ้ากัสสปะก็เรียกว่า เป็นสาวก เพราะเป็นลูกศิษย์ เพียงแต่ท่านไม่ใช่สาวกที่เป็นพระอริยะก็เท่านั้นเอง เพราะจะไปเป็นพระพุทธเจ้า