พระวินัยปิฎก จุลวรรค เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 205 ( เล่ม 9 )
พึงบอกธรรมเนียมเที่ยวบิณฑบาต อย่ากล่าวถ้อยคำพาดพิงถึงปัจจัย
หรือถ้อยคำไม่ถูกส่วนกัน กับชนทั้งหลายภายในบ้าน.
พึงบอกนิยยานิกกถาแม้มากเห็นปานนี้บ้างว่า ต้องเป็นผู้ระวังอินทรีย์
ต้องบำเพ็ญขันธวัตรและเสขิยวัตร ฉะนี้แล.
อนึ่ง ในวันเข้าพรรษาหลัง และเมื่อประกาศเวลาสงฆ์ประชุมกันแล้ว
ใคร ๆ นำผ้ายาว ๑๒ ศอกมาถวายเป็นผ้าจำนำพรรษา ถ้าว่าภิกษุอาคันตุกะ
เป็นสังฆเถระ พึงถวายแก่ท่าน.
ถ้าเป็นนวกะ ภิกษุผู้ได้รับสมมติพึงเรียนพระสังเถระว่า ท่านผู้เจริญ
ถ้าท่านต้องการ ท่านจงสละส่วนที่ ๑ เสีย ถือเอาผ้านี้; ไม่พึงให้แก่ท่านผู้
ไม่ยอมสละ.
ก็ถ้าว่า ท่านยอมสละส่วนที่ให้ถือเอาก่อนแล้วถือเอาไซร้ พึงสับเปลี่ยน
กัน จำเดิมแต่พระเถระที่ ๒ ไปโดยอุบายนี้แล แล้วให้แก่อาคันตุกะในที่ซึ่ง
ถึงเข้า.
หากว่า ภิกษุทั้งหลายผู้จำพรรษาก่อนได้ ๆ ผ้า ๒ ผืน หรือ ๓ ผืน
หรือ ๔ ผืน หรือ ๕ ผืน. พึงให้เธอยอมสละผ้าที่ได้ไปแล้ว ๆ โดยอุบายนั้น
แล้วจึงให้ภิกษุอาคันตุกะ จนกว่าจะเท่ากัน.
ก็แล เมื่อภิกษุอาคันตุกะนั้น ได้ส่วนเท่ากันแล้ว ส่วนย่อยที่ยังเหลือ
พึงแถมให้ในเถรอาสน์.
สมควรจะทำกติกากัน ไว้ว่า เมื่อลาภเกิดขึ้นแล้ว จะเต็มใจ แจกกันตาม
ลำดับ ที่มีอยู่.
ถ้าเป็นสมัยที่มีภิกษุฝืดเคือง ภิกษุทั้งหลายผู้เข้าพรรษาในวัสสูปนา-
ยิกาทั้ง ๒ ลำบากด้วยภิกษา จึงพูดกันว่า ผู้มีอายุ ก็พวกเราอยู่ในที่นี้ ย่อม