พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 535 ( เล่ม 6 )

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุณีในศาสนานี้ เป็นผู้ควรอัพภาน ถ้าเธอ
จะพึงส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ดิฉันเองเป็นผู้ควรอัพภาน ขออาราธนา
พระคุณเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาการมาของพระคุณเจ้า. ดูก่อนภิกษุทั้ง
หลาย แม้เมื่อเธอมิได้ส่งทูตมา ก็พึงไปด้วย สัตตหกรณียะได้ จะต้องกล่าวไปไย
เมื่อเธอส่งทูตมาพึงไปด้วยตั้งใจว่า จักทำการขวนขวายในอัพภาน แต่ต้องกลับ
ใน ๗ วัน.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง สงฆ์เป็นผู้ใคร่เพื่อทำกรรม คือ ตัชชนียกรรม
นิยสกรรม ปัพพาชนียกรรม ปฏิสารณียกรรม หรืออุกเขปนียกรรม แก่ภิกษุ
ในศาสนานี้ ถ้าเธอจะพึงส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า สงฆ์เป็นผู้ใคร่เพื่อ
ทำกรรมแก่ดิฉัน ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาการมาของ
พระคุณเจ้า. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้เมื่อเธอมิได้ส่งทูตมา ก็พึงไปด้วยสัตตา-
หกรณียะได้ จะต้องกล่าวไปไย เมื่อเธอส่งทูตมา พึงไปด้วยตั้งใจว่า ด้วยวิธี
อย่างไรหนอ สงฆ์จึงจะไม่ทำกรรม หรือพึงน้อมไปเพื่อกรรมสถานเบา แต่
ต้องกลับใน ๗ วัน. อนึ่งภิกษุณีนั้นถูกสงฆ์ทำกรรมคือตัชชนียกรรมนิยสกรรม
ปัพพาชนียกรรม ปฏิสารณียกรรม หรืออุกเชปนียกรรมแล้ว ถ้าเธอจะพึงส่ง
ทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า สงฆ์ได้ทำกรรมแก่ดิฉันแล้ว ขออาราธนา
พระคุณเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาการมาของพระคุณเจ้า ดูก่อนภิกษุทั้ง-
หลาย แม้เมื่อเธอมิได้ส่งทูตมา ก็พึงไปด้วยสัตตหกรณียะได้ จะต้องกล่าวไป
ไยเมื่อเธอส่งทูตมา พึงไปด้วยตั้งใจว่า ด้วยวิธีอย่างไรหนอ ภิกษุณีนั้นพึง
ประพฤติชอบ หายเย่อหยิ่ง พระพฤติแก้ตัวได้ สงฆ์จะได้ระงับกรรมนั้นเสีย
แต่ต้องกลับใน ๗ วัน.

535