พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 298 ( เล่ม 6 )
เด็กถึงความเจริญ กลับไม่อนุญาต. บุตรนี้นั้นภิกษุยังไม่ได้บอกเล่ามารดา-
บิดาไม่พึงให้บวช. บุตรคนเดียวเทียวไปกับมารดาบิดามากล่าวว่า ขอท่านจง
ให้ข้าพเจ้าบวชเถิด. และเขาอันภิกษุกล่าวว่า ท่านจงบอกลาแล้วจงมา จึง
กล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่ไป ถ้าท่านไม่ไห้ข้าพเจ้าบวช ข้าพเจ้าจะเผาวิหารเสีย
หรือจะประหารพวกท่านด้วยศัสตรา; หรือจะก่อความฉิบทาย ด้วยผลาญสวน
เป็นต้น ของญาติและอุปัฏฐากทั้งหลายของพวกท่าน; หรือว่าข้าพเจ้าจะตก
ต้นไม้ตาย; หรือจะเข้าไปยังท่ามกลางโจร; หรือจะไปประเทศอื่น ดังนี้.
สมควรให้เขาบวช เพื่อต้องการรักษาชีวิตไว้เท่านั้น. และถ้ามารดาบิดาของเขา
มาพูดว่า เหตุไรจึงให้บุตรของเราบวช ? ภิกษุพึงบอกเนื้อความนั้นแก่เขา
ทั้งหลายแล้วพึงกล่าวว่า ฉันให้เขาบวชก็เพื่อจะป้องกันไว้ ท่านทั้งหลายจง
สอบสวนบุตรดูเถิด. อนึ่งสมควรแท้ที่จะบวชให้คนซึ่งคิดว่า เราจะตกต้นไม้
แล้ว ขึ้นไปปล่อยมือและเท้าเสีย บุตรคนเดียวไปต่างประเทศแล้วขอบวช. ถ้า
เขาลาแล้ว จึงไปพึงให้บวชได้. ถ้าไม่ได้ลา พึงส่งภิกษุหนุ่มไปให้บอกลาแล้ว
จึงให้บวช. ถ้าต่างประเทศนั้นเป็นที่ไกลยิ่งนัก. แม้จะไห้บวชแล้วส่งไปแสดง
พร้อมกับภิกษุทั้งหลายก็ควร. แต่ในอรรถกถาชื่อกุรุนทีแก้ว่า ถ้าต่างประเทศ
เป็นสถานไกลด้วย ทางกันดารมาด้วยจะให้บวชด้วยผูกใจว่า เราจักไปบอกเล่า
ดังนี้ ก็ควร. แต่ถ้ามารดาบิดามีบุตรมาก และเขากล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า
บรรดาเด็กเหล่านี้ ท่านปรารถนาจะให้คนใดบวช พึงให้คนนั้นบวชเถิด ภิกษุ
พึงตรวจดูเด็กทั้งหลายแล้วปรารถนาคนใด พึงให้คนนั้นบวช ถ้าแม้สกุลหรือ
บ้านทั้งสิ้นอนุญาตไว้ว่า ท่านเจ้าข้า ในสกุลหรือในบ้านนี้ ท่านปรารถนาจะ
ให้ผู้ใดบวช พึงให้ผู้นั้นบวชเถิด ดังนี้. ภิกษุปรารถนาผู้ใด พึงให้ผู้นั้น
บวชได้.
อรรถกถาราหุลวัตถุกถา จบ