พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 290 ( เล่ม 6 )
เสด็จไปเฝ้าพระราชา กราบบังคมทูลแด่พระราชาว่า พระลูกเจ้าของฝ่าพระบาท
เสด็จเที่ยวบิณฑบาต. พระราชาทรงสดับข่าวนั้น ทรงสลดพระหฤทัย พลาง
ทรงจัดพระภูษาให้รัดกุมด้วยพระหัตถ์ รีบด่วนเสด็จออกไปโดยเร็ว ประทับ
เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ทูลว่า พระเจ้าข้า ทำไมจึงทรงยังหม่อมฉัน
ให้ได้อายเล่า พระองค์เสด็จเที่ยวบิณฑบาตเพื่อประโยชน์อะไร ? พระองค์ได้
เป็นผู้มีความสำคัญอย่างนี้ว่า ภิกษุมีประมาณเท่านี้ ไม่อาจได้ภัตหรือ ?
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า มหาบพิตร การเที่ยวบิณฑบาตนี้เป็น
จารีตสำหรับวงศ์ของอาตมภาพ.
พระราชาทูลถามว่า พระเจ้าข้า ขึ้นชื่อว่ามหาสมมติขัตติยวงศ์ เป็น
วงศ์ของพวกเรามิใช่หรือ ? ก็แลในขัตติยวงศ์นั้น แม้กษัตริย์องค์หนึ่ง ชื่อผู้
เที่ยวภิกษาย่อมไม่มี.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสนองว่า มหาบพิตร ชื่อว่าราชวงศ์ เป็นวงศ์
ของมหาบพิตร แต่ขึ้นชื่อว่าพุทธวงศ์ เป็นวงศ์ของอาตมภาพ พระพุทธเจ้า
ทุก ๆ พระองค์เทียว ได้เป็นผู้เสด็จเที่ยวบิณฑบาตดังนี้ คงประทับยืนในท้อง
ถนนเทียว ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า:-
บุคคลไม่พึงประมาทในบิณฑบาต
อันคนพึงลุกยืนรับ พึงประพฤติธรรมให้เป็น
สุจริต ด้วยว่า ผู้มีปกติประพฤติธรรม ย่อม
อยู่เป็นสุข ตั้งในโลกนี้และโลกอื่น.๑
พระราชาได้ทรงทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ในกาลที่จบแห่งพระคาถาและได้
ทรงสดับพระคาถานี้ว่า:-
๑. ขุ. ธ. ๒๕/๒๓.