พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ

พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 147 ( เล่ม 6 )

ขนาดใดครบ ๓ วัน ตั้งแต่วันที่ ๔ ไป พึงถวายขนาดนั้นเท่านั้น ถ้าว่าท่าน
ถือเอาตามมีตามได้ ไม่มีกำหนดลงไป ต่อไปได้ชนิดใด พึงถวายชนิดนั้น.
ข้อว่า มุโขทกํ ทาตพฺพํ มีความว่า พึงนำเข้าไปทั้งน้ำเย็นและ
น้ำร้อน ท่านใช้อย่างใดจากน้ำ ๒ อย่างนั้น ครบ ๓ วัน ทั้งแต่วันที่ ๔ ไป
พึงถวายน้ำล้างหน้าชนิดนั้นเท่านั้น ถ้าว่าท่านใช้ตามมีตามได้ไม่กำหนดลงไป
ต่อไปได้ชนิดใดพึงถวายชนิดนั้น. ถ้าว่าท่านใช้ทั้ง ๒ อย่าง พึงนำเข้าไปถวาย
ทั้ง ๒ อย่าง. พึงทั้งน้ำไว้ในที่ล้างหน้าแล้ว พึงกวาดตั้งแต่เว็จกุฏีมา เมื่อพระ-
เถระไปเว็จกุฎี พึงกวาดบริเวณ. ด้วยประการอย่างนี้ บริเวณเป็นอันไม่ว่า.
พึงแต่งทั้งอาสนะไว้ แต่เมื่อพระเถระยังไม่ออกจากเว็จกุฎีทีเดียว เมื่อท่านทำ
สรีรกิจเสร็จแล้วมานั่งบนอาสนะนั้น พึงทำวัตรตามที่กล่าวไว้โดยนัยเป็นต้นว่า
ถ้าข้าวต้มมี พึงถวาย.
บทว่า อุกฺกลาโป มีความว่า เกลื่อนกล่นด้วยหยากเยื่อบางอย่าง
แต่ถ้าไม่มีหยากเยื่ออื่น มีแต่น้ำหยด ประเทศนั้นควรเช็ดแม้ด้วยมือ.
สองบทว่า สคุณํ กตฺวา มีความว่า พึงซ้อนจีวร ๒ ผืนเข้าด้วยกัน
แล้ว ถวายสังฆาฏิทั้ง ๒ ผืนที่ซ้อนแล้วนั้น. จริงอยู่ จีวรทั้งหมด เรียกว่า
สังฆาฏิ เพราะซ้อนกันไว้.
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า พึงถวายสังฆาฎิทั้งหลาย.
ในข้อว่า นาติทูเร คนฺตพฺพํ นาจฺจาสนฺเน นี้ มีวินิจฉัยว่า ถ้า
ด้วยย่างเท้าเพียงก้าวเดียวหรือ ๒ ก้าว จะไปถึงอุปัชฌาย์ ซึ่งเหลียวมามอง
ด้วยระยะเพียงเท่านี้ พึงทราบว่า เป็นผู้เดินไม่ห่างนัก ไม่ชิดกัน.
ข้อว่า ปตฺตปริยาปนฺนํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ มีความว่า ถ้าอุปัชฌาย์
ได้ข้าวต้นหรือข้าวสวยในที่ภิกษาจารแล้ว บาตรร้อนหรือหนัก พึงถวายบาตร
ของตนแก่ท่าน รับบาตรนั้นมา.

147