ความเข้าใจผิด เรื่องแสดงอาบัติ แต่ก็ยังรับเงินอยู่ เงินก็ไม่สละ แล้วเข้าใจว่าผ่าน

แสดงอาบัติไม่ผ่าน หากไม่เลิกทำผิด

...อาบัติใด อันภิกษุทำความทอดธุระแสดงเสีย ด้วยตั้งใจว่า เราจักไม่ต้องอีก อาบัตินั้น ชื่อว่าอันภิกษุแสดงแล้ว นับเข้าในจำนวน (อาบัติที่แสดงแล้ว) อาบัติใด อันภิกษุไม่ทำความทอดธุระ แสดงเสียด้วยจิตที่ยังมีความอุกอาจ ไม่บริสุทธิ์ทีเดียว อาบัตินั้น ชื่อว่าอันภิกษุแสดงแล้ว ไม่นับเข้าในจำนวน จริงอยู่ อาบัตินี้แม้แสดงแล้ว ก็ไม่นับเข้าในจำนวนอาบัติที่แสดงแล้ว....

ท่านให้เห็นโทษโดยความเป็นโทษ ให้ทำคืนตามธรรม ถึงความสำรวมต่อไป

...เพราะผู้ใดเห็นโทษโดยความเป็นโทษ แล้วทำคืนตามธรรม ถึงความสำรวมต่อไป ข้อนั้น เป็นความเจริญในอริยวินัย...

เพราะผู้ไม่เห็นโทษโดยความเป็นโทษ ท่านตรัสว่าเป็นคนพาล แสดงอาบัติแล้วก็รับเงินอีก เงินก็ไม่สละ อันนี้เรียกว่า ไม่เห็นโทษโดยความเป็นโทษ ไม่ได้ทำคืน ท่านเรียกว่า คนพาล ไม่ใช่บุคคลผู้แสดงอาบัติแล้วสำรวมต่อไปโดยธรรม

...[๙๕๔] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลมี ๒ จำพวกนี้ คือ ผู้ไม่เห็นโทษโดยความเป็นโทษ ผู้ไม่รับตามสมควรแก่ธรรมเมื่อผู้อื่นแสดงโทษ ๑ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลมี ๒ จำพวกนี้แล ...

...ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าต้องอาบัติชื่อนี้แล้ว ขอแสดงคืนอาบัตินั้น ภิกษุผู้แก่กว่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่าท่านเห็นหรือ เธอตอบว่า ข้าพเจ้าเห็น ภิกษุผู้แก่กว่านั้นกล่าวว่า ท่านพึงถึงความสำรวมต่อไปเถิด เธอกล่าวว่า ข้าพเจ้าจักถึงความสำรวม...

...กรรมนี้เป็นสิ่งไม่ควร ตนไม่ควรกระทำ แม้จะปกปิดไว้ครู่เดียวแต่ก็เปิดเผยเสียในศาสดา หรือในเพื่อนสพรหมจารีผู้รู้ ย่อมกระทำคืนเสียตามธรรมในขณะนั้นนั่นเอง หรือว่าสำรวมในสิ่งที่ควรสำรวมอย่างนี้ว่า เราจักไม่ทำอีก...

และเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ย่อมมีเครื่องผูกใหญ่ ย่อมถือเอาโทษแห่งมุสาวาท

...[๔๑๔] ผู้ใดถูกผู้อื่นตักเตือนแล้ว ยังทำกายทุจริต พึงเป็นผู้มีเครื่องผูกใหญ่ ย่อมถือเอาโทษแห่งมุสาวาท...

สิ่งไหนที่เป็นไปในทางพอกพูนกิเลส สิ่งนั้นไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้าแน่นอน ใครจะมาซิกแซ็กเล่นคำ อธิบายเอาเองไม่ได้หรอก อันนี้คือคนไม่เข้าใจเนื้อความภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า

...ดูก่อนโคตมี เธอพึงรู้ธรรมเหล่าใดว่าธรรมเหล่านี้ เป็นไปเพื่อความกำหนัด ไม่ใช่เพื่อคลายความกำหนัด เป็นไปเพื่อความประกอบ ไม่ใช่เพื่อความพราก เป็นไปเพื่อความสะสม ไม่ใช่เพื่อความไม่สะสม เป็นไปเพื่อความมักมาก ไม่ใช่ความมักน้อย เป็นไปเพื่อความไม่สันโดษ ไม่ใช่เพื่อความสันโดษ เป็นไปเพื่อความคลุกคลีด้วยหมู่ ไม่ใช่เพื่อความสงัด เป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน ไม่ใช่เพื่อความเพียร เป็นไปเพื่อความเลี้ยงยาก ไม่ใช่เพื่อความเลี้ยงง่าย ดูก่อนโคตมี เธอพึงทรงจำธรรมเหล่านั้น ไว้โดยส่วนเดียวว่า นั่นไม่ใช่ธรรม นั่นไม่ใช่วินัย นั่นไม่ใช่สัตถุศาสน์...

ถ้ารับเงินแล้วก็ไปแสดงอาบัติเฉยๆ เงินก็ไม่สละ แล้วก็ยังรับอีก แสดงแล้วก็รับอีก แสดงแล้วก็รับอีก พระพุทธเจ้าจะไปบัญญัติวินัยไปทำไม ไม่มีความหมายเลย การเห็นโทษมิได้มี การทำคืนตามธรรมมิได้มี การสำรวมต่อไปมิได้มี ความสํานึกมิได้มี เจตนาในการแสดงเป็นมิจฉา