พระรับประเคนข้าวสารแล้วเอาไปให้อนุปสัมบันหุงต้มให้ ผิดไหม ?

ผิด ต้องอาบัติทุกกฏ มันไม่เหมือนกรณี พระเอาเนื้อเดนเสือดาว ไปให้อนุปสัมบันต้มแกงนะ ไม่เหมือนกัน กรณีนี้ไม่เป็นอาบัติอะไร เพราะพระบัญญัติที่ว่า "ไม่เป็นอาบัติเพราะเนื้อเดนเสือดาว" หรือ "ไม่เป็นอาบัติเพราะเนื้ออันสัตว์ดิรัจฉานหวงแหน" ให้จำไว้ว่าต้องเป็นกรณีนี้ จะไม่เป็นอาบัติอะไร

๕. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุหลายรูปลงจากภูเขาคิชฌกูฏ พบเนื้อเดนสุนัขป่า จึงใช้อนุปสัมบันให้ต้มแกงฉัน แล้วมีความรังเกียจ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่เป็นอาบัติ เพราะเนื้ออันสัตว์ดิรัจฉานหวงแหน

บทว่า ติรจฺฉานคตปริคฺคเห ได้แก่ ไม่เป็นอาบัติ เพราะทรัพย์แม้พวกสัตว์ดิรัจฉานหวงแหน...

แต่ถ้าพระรูปนั้นเอาไปต้มแกงเอง จะเป็นสามปักกะ ต้องอาบัติทุกกฏ แต่ไม่ได้ทำเอง ฉะนั้น จึงไม่ต้องอาบัติอะไรเลย

ทีนี้จะเอามาเทียบใส่กรณีนี้ไม่ได้นะ กรณีรับข้าวสารแล้วเอาไปให้อนุปสัมบันหุงต้มให้ อันนี้ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะว่า การรับข้าวสารนั้นมีอนุญาตให้รับได้เฉพาะในบางคราวเท่านั้น ฉะนั้น จึงเป็นอกัปปิยะโดยปกติ ไม่เป็นอกัปปิยะเฉพาะในคราวที่ทรงอนุญาต (หมายเหตุ: แม้จะเป็นคราวที่ทรงอนุญาตไว้ก็ตาม แต่ถ้ามีอนุปสัมบันอยู่แล้ว แต่ก็ไปทำ อันนี้ก็ไม่ได้ ต้องอาบัติทุกกฏ )

ประเด็นคือ เป็นอกัปปิยะ ส่วนเนื้อที่เป็นเดนของสัตว์ดิรัจฉาน หรือ อันสัตว์ดิรัจฉานหวงแหน ไม่ได้เป็นอกัปปิยะในข้อที่ได้มา เพราะท่านตีตราไว้ให้แล้วว่าไม่เป็นอาบัติ ฉะนั้น จะไปเทียบเอาอันที่ไม่เป็นอกัปปิยะมาใส่อันที่เป็นอกัปปิยะไม่ได้

เมื่อเป็นอกัปปิยะ ภิกษุจะรับประเคนแล้วเอาไปให้อนุปสัมบันทำให้สุกก็ตาม (เพื่อตนเองหรือผู้อื่น) เป็นทุกกฏแก่ภิกษุผู้รับประเคนและจะฉันข้าวนั้นไม่ได้ (เป็นทุกกฏทุก ๆ คำกลืน ) ส่วนภิกษุนอกนี้ฉันได้ทุกรูป ไม่เป็นอาบัติ แต่ให้จำไว้ว่า ต้องเป็นกรณี เนื้ออันสัตว์ดิรัจฉานหวงแหนนะ ถ้าเป็นกรณีมนุษย์หวงแหน แล้วเอาด้วยไถยจิต อันนี้เป็นปาราชิก และถ้าไปรับเนื้อดิบที่คนประเคนให้ อันนี้เป็นทุกกฏนะ ต้องเป็นของสัตว์ดิรัจฉานเท่านั้น ให้จำไว้เป็นกรณีพิเศษเลย

และก็ไม่เหมือน กรณีเก็บรัตนะ ที่ตกอยู่ภายในวัดไว้ให้เจ้าของนะ ที่ไม่ต้องอาบัติอะไร แม้จะเป็นอกัปปิยะก็ตาม แต่เก็บภายในวัดไว้ให้เจ้าของ ไม่เป็นอาบัติเลย

กระทู้เกี่ยวข้อง :  #รวมกระทู้เกี่ยวกับประเด็นพระรับข้าวสารต้องอาบัติทุกกฏ