ห้ามเฉพาะข้าวเปลือก ไม่ได้ห้ามข้าวสาร ?
20/05/2025 18:13:32[๑๔๑] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเห็นถุงวางอยู่บนตั่งแล้วคิดว่าเราถือเอาไปจากตั่งนี้ จักเป็นปาราชิก จึงได้ยกถือเอาพร้อมทั้งตั่ง แล้วมีความรังเกียจว่า เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว
ยังมีอีกเรื่อง มีภิกษุรูปหนึ่งลักจีวรในวิหาร ไม่ออกจากวิหาร เพราะคิดว่า ถ้าออกจากวิหารไปจักเป็นปาราชิก พระพุทธเจ้าตรัสว่า โมฆบุรุษนั้นจะพึงออกไปก็ตาม ไม่ออกไปก็ตาม ก็ต้องอาบัติปาราชิกแล้ว
[๑๔๔] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง ลักจีวรในวิหารแล้วคิดว่าเราออกจากวิหารนี้ไปจักเป็นปาราชิก จึงไม่ออกจากวิหาร ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ๆ ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โมฆบุรุษนั้นจะพึงออกไปก็ตาม ไม่ออกไปก็ตาม ก็ต้องอาบัติปาราชิกแล้ว
ก็เหมือนกันกับข้าวเปลือก คุณลักข้าวเปลือก คุณจะมาอ้างว่าลักแค่เปลือก ไม่ได้ลักเมล็ดข้าวดิบที่อยู่ในนั้นด้วย ไม่ได้หรอก คุณรับข้าวเปลือก คุณจะมาบอกว่าไม่ได้รับเมล็ดข้าวมาด้วย ไม่ได้หรอก ที่ยกมาเทียบนี้อยากชี้ให้เห็นว่า ข้าวเปลือกกับข้าวสารไมได้มีความต่างกันเลย ในความหมายที่ว่า อามกธัญญะ (āmakadhañña) ที่ทรงตรัส มีความหมายกว้าง หมายถึงทั้งข้าวเปลือกและข้าวสาร เพราะในสิกขาบทของภิกษุณี ท่านห้ามทั้งตำเอาแกลบออก ก็หมายความว่า เมล็ดข้าวที่ไม่มีแกลบ ก็ห้ามด้วย ไม่ได้บอกว่าถ้าตำเอาแกลบออกแล้วจะไม่ห้าม
เว้นแต่ถ้าตรัสคำว่า ตัณฑุละ (taṇḍula) ท่านจึงจะหมายเอาเฉพาะข้าวสาร

